“ศิลปินท่านใดหนอ ใส่ฝีมือลงบนผ้าผืนนี้ออกมาเป็นภาพชนบท ที่สื่อให้เห็นความงาม เรียบง่าย ความสงบสุข ร่มเย็นของชนบทไทย ภาพนี้คงมีราคามากพอสมควรทีเดียว ชนบทที่มีความสุขในฝันถูกสร้างขึ้นแล้วบนกรอบผ้าชิ้นนี้ แต่ชนบทจริงๆ.. มีศิลปินชีวิตกำลังวาดให้ชาวบ้านมีความสุขด้วยสองมือ และคงใช้เวลานานเท่าชีวิตของท่านเลยทีเดียว ศิลปินชีวิตผู้ลงมือวาดสังคมจริงๆให้มีความสุขนี้คือ พี่เปี๊ยก บำรุง บุญปัญญา”

ได้รับเกียรติจากน้องดอกแก้ว Book tag ครับ  ผู้บันทึกชอบอ่านหนังสือ และสะสมหนังสือ ส่วนมากเป็นทางวิชาการ สารคดี เกล็ดประวัติ จนที่บ้านจัดเป็นห้องสมุดส่วนตัวมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่จำเป็นต้องย้ายห้องทำงานที่บ้านเลยมั่วไปเลย ยังไม่ได้จัดระบบอีกเลย ขณะที่จำนวนหนังสือก็มากขึ้น มากขึ้น เคยโละ ไปแล้วครั้ง สองครั้ง เพราะมีใครๆ กล่าวว่า  หากหนังสืออะไรไม่เคยหยิบมา 10 ปีแล้วก็ทิ้งไปได้แล้ว  แสดงว่าไม่มีประโยชน์ เพียงแต่มันมีวางอยู่ในบ้านเท่านั้นเอง ดังนั้นมีหนังสือในดวงใจมากมายหลายเล่มทั้งในอดีต และปัจจุบัน ขออนุญาตผสมผสานเก่ากับใหม่ก็แล้วกันนะครับ 

หนึ่ง:- คุณหมิ้ม ปะพบบุญ เพื่อนรักคนหนึ่ง เราเรียนมาด้วยกันที่เชียงใหม่ เกิดความหน่าย ต่อโลกเป็นจริง จึงไปปฏิบัติธรรมที่สำนักธรรมแห่งหนึ่งที่ลำปางแล้วส่งหนังสือของ ดังตฤณ มาให้อ่าน เป็นฉบับที่พิมพ์ครั้งที่ 22 ครับ ผมชอบมากเพราะเข้ากับจริตของตนเองที่ ทานมังสวิรัติมา เกือบ 10 ปีแล้ว เคยบวชที่สำนักปฏิบัติธรรมมา 1 พรรษา และสำนึกเสมอว่าคนเรามักจะสร้างชีวิตเพื่อปัจจุบันกันจนลืมไปว่าควรจะต้องสร้างสมสิ่งที่จะไปใช้ใน ชีวิตหลังความตาย  ธรรมะได้กล่อมเกลาจิตของเราให้เย็นลง และเตือนสติอยู่บ่อยๆ  เมื่อเรายังเป็นปุถุชน การดำเนินชีวิตไปวันวันหนึ่งนั้นโอกาสที่พลั้งเผลอมีมากเหลือเกิน  เราต้องเตือนตัวเอง และน้อมนำธรรมมาใช้ในชีวิตเท่าที่จะทำได้ท่ามกลางวิถีชีวิตคนธรรมดาที่ต้องรับผิดชอบตัวเอง ชีวิตครอบครัว หน้าที่การงาน และสังคม  หนังสือเล่มนี้ชื่อ เสียดาย...คนตายไม่ได้อ่าน.. ลองหยิบมาดูซิครับ 

สอง:- ปี พ.ศ. 2517 ผู้เขียนเริ่มไปทำงานที่ อ.สะเมิง จ.เชียงใหม่ครั้งแรกนั้น ทางหน่วยงานส่งไปฝึกงานที่ โครงการบูรณะชนบทแห่งประเทศไทย (Thailand Rural Reconstruction Movement, TRRM) จังหวัดชัยนาท ซึ่ง ดร.ป๋วย อึ่งภากรณ์เป็นผู้ก่อตั้งขึ้น ผู้เขียนพบรุ่นพี่ๆที่อุทิศตัวทำงานเพื่อชนบทครั้งแรกที่นั่นมากมายหลายคน หนึ่งในนั้นคือ พี่เปี๊ยก (บำรุง บุญปัญญา) ผมละเฝ้าใฝ่ฝันว่าพี่เปี๊ยกควรจะเป็นคนหนึ่งที่คงคุณค่ากับรางวัล แม็กไซไซ เพราะพี่ได้อุทิศชีวิต ทั้งชีวิตจริงๆให้กับสังคม ที่น้อยคนจะอุทิศให้ได้ พี่เป็นคนที่จบปริญญาตรีเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง Soil science จาก มก. ได้ทุนจาก British Council ไปเรียนที่ มหาวิทยาลัย leading ประเทศอังกฤษ   

แต่ขบถอาจารย์เมื่อพบว่าการเรียนในชั้นไม่ใช่ทางออกของแก้ไขปัญหาความยากจน กลับมาทำงานที่เดิมต่อ และเป็นพี่ใหญ่อยู่ในวงการพัฒนาสังคมแห่งอีสานปัจจุบัน วงการให้ฉายาพี่ว่า ราชสีห์แห่งที่ราบสูง ยามที่ผมตกงานพี่เปี๊ยกมีน้ำใจที่สูงส่ง โดยส่งเงินให้ใช้  ยามที่ภรรยาผมเดินทางไปเรียนต่อที่เยอรมัน พี่ได้ส่งเงินไปสนับสนุน ยามที่ใครต่อใครคิดอะไรไม่ออก แก้ปัญหาสังคมไม่ได้ พี่เปี๊ยกเป็นคนแรกที่พวกเราคิดถึง  พี่เปี๊ยกเป็นคนแรกๆที่เปิดประเด็นการพัฒนาสังคมในแนววัฒนธรรมชุมชน จนกลายมาเป็นกระแสของการพัฒนาถึงปัจจุบันนี้ และผู้เขียนก็ใช้แนวทางนี้มาทำงานจนถึงปัจจุบัน  พี่เป็นคนบ้านหนองผำ อำเภอรัตนบุรี จังหวัดสุรินทร์ บ้านเดียวกับท่านหงา คาราวาน  

เมื่อ พ.ศ. 2520 ผู้เขียนไปสัมมนาที่ Rose Garden Hotel สามพราน ในห้องพักหรูนั้นมีภาพที่ฝาผนังห้องเป็นวิวชนบทสวยงามมาก ผมเฝ้าดูแล้วก็เขียนความรู้สึกลงบนสมุดโน้ตตัวเองว่า ... ศิลปินท่านใดหนอ ใส่ฝีมือลงบนผ้าผืนนี้ออกมาเป็นภาพชนบท ที่สื่อให้เห็นความงาม เรียบง่าย ความสงบสุข ร่มเย็นของชนบทไทย ภาพนี้คงมีราคามากพอสมควรทีเดียว ชนบทที่มีความสุขในฝันถูกสร้างขึ้นแล้วบนกรอบผ้าชิ้นนี้  แต่ชนบทจริงๆ.. มีศิลปินชีวิตกำลังวาดให้ชาวบ้านมีความสุขด้วยสองมือ และคงใช้เวลานานเท่าชีวิตของท่านเลยทีเดียว ศิลปินชีวิตผู้ลงมือวาดสังคมจริงๆให้มีความสุขนี้คือ พี่เปี๊ยก บำรุง บุญปัญญา 

มาวันนี้มีน้องๆ นำโดย สนั่น ชูสกุล รวบรวมบทความของพี่เปี๊ยกในเรื่องวัฒนธรรมชุมชนออกมาในรูปเล่มชื่อว่า  “3 ทศวรรษ แนวคิดวัฒนธรรมชุมชน ผมอ่านแล้วอ่านอีกครับ  ท่านที่ทำงานกับคน ควรหามาอ่านครับ