<p align="center"> อาจจะดูไม่น่าสนใจ แต่ให้ด้วยความรักและห่วงใย</p>
</font></strong><h2 align="center">ไม่คบคนพาล
ค น พ า ล คื อ ใ ค ร ?</h2><p style="text-indent: 40px">คนพาล คือคนที่มีใจขุ่นมัวเป็นปกติ เป็นผลให้มีความเห็นผิด ยึดถือค่านิยมผิดๆ และมีวินิจฉัยเสีย คือไม่รู้ว่าอะไรดี อะไรชั่ว อะไรควร อะไรไม่ควร เช่น บัณฑิตเห็นว่า "เหล้า" เป็นของไม่ดี ทำให้ขาดสติ นำความเสื่อมมาให้นานัปการ แต่คนพาลกลับเห็นว่า "เหล้า" เป็นของประเสริฐ เป็นเครื่องกระชับมิตร หรือบัณฑิตเห็นว่า "การเล่นไพ่" เป็นอบายมุข เป็นปากทาง หรือเป็นสัญลักษณ์แห่งความฉิบหาย แต่คนพาลกลับเห็นว่า "การเล่นไพ่" เป็นสิ่งดี ทำให้เพลิดเพลิน เป็นการฝึกสมองซ้อมวิชาคำนวณ ดังนี้เป็นต้น</p>
คนพาล เป็นคนเหมือนกับเรา คือมีร่างกายประกอบด้วยเลือดเนื้อเช่นเดียวกับเรา และอาจมีความสัมพันธ์ เกี่ยวข้องกับเราก็ได้ เช่น เป็นญาติพี่น้อง สามีภรรยา ครูอาจารย์ ฯลฯ อาจเป็นผู้มีการศึกษาสูง อาจมีตำแหน่งหน้าที่การงานสูง อาจมีสมัครพรรคพวกมาก ฯลฯ แต่ไม่ว่าจะเป็นอะไร มีความ สัมพันธ์กับเราหรือไม่ ขึ้นชื่อว่าพาลแล้ว ถึงแม้จะมีความรู้มีความสามารถก็ไม่ใช้ความรู้ความสามารถในทางที่ถูกที่ควร เพราะเขาแสลงต่อความดี เหมือนคนไข้แสลงต่อน้ำเย็น
ลั ก ษ ณ ะ ข อ ง ค น พ า ล
เนื่องจากคนพาลมีใจขุ่นมัวอยู่เสมอ ทำให้ไม่สามารถควบคุมใจให้คิดไปในทางที่ถูกต้องได้ คนพาลจึงมีลักษณะวิปริตผิดจากคนทั้งหลาย ๓ ประการ คือ
- ชอบคิดชั่วเป็นปกติ ได้แก่ คิดละโมบอยากได้ในทางทุจริต คิดพยาบาทปองร้าย คิดเห็นผิดเป็นชอบ ฯลฯ
- ชอบพูดชั่วเป็นปกติ ได้แก่ พูดปด พูดคำหยาบ พูดส่อเสียดยุยง พูดเพ้อเจ้อ ฯลฯ
- ชอบทำชั่วเป็นปกติ ได้แก่ เกะกะเกเร กินเหล้าเมายา ชอบล้างผลาญชีวิตคนและสัตว์ ลักทรัพย์ ฉุดคร่าอนาจาร ฯลฯ
โ ท ษ ข อ ง ค ว า ม เ ป็ น ค น พ า ล
- มีความเห็นผิด ก่อทุกข์ให้ตนเอง
- เสียชื่อเสียง ถูกติฉินนินทา
- ไม่มีคนนับถือ ถูกเกลียดชัง
- หมดสิริมงคล หมดสง่าราศี
- ความชั่วเภทภัยทั้งหลาย จะไหลเข้ามาหาตัว
- ทำลายประโยชน์ของตนเองทั้งโลกนี้และโลกหน้า
- ทำลายวงศ์ตระกูลของตนเอง
- เมื่อละโลกไปแล้วมีอบายภูมิเป็นที่ไป
ฯลฯ
วิ ธี สั ง เ ก ต ค น พ า ล
คนพาลมักกระทำในสิ่งต่อไปนี้ คือ
- คนพาลชอบชักนำในทางที่ผิด
- ชัก คือ ชักชวน เชิญชวน ชี้ชวน หรือเสนอแนะ
- นำ คือการทำให้เห็นเป็นตัวอย่าง
เช่น ชักชวนหนีโรงเรียน ชักชวนไปลักขโมย ชักชวนให้เสพยาบ้า เสพ ยาเสพย์ติด ชักนำไปเป็นอันธพาล ฯลฯ การชักนำนี้อาจทำด้วยความหวังดีก็ได้ แต่ว่ามันผิด เช่น ได้เงินมาก็ชักชวนเพื่อนไปเลี้ยงเหล้า เที่ยวกลางคืน อย่างนี้ก็จัดว่าเป็นพาล
ผู้ที่ยังเยาว์วัย อ่อนความคิด อ่อนสติ มักถูกชักนำได้โดยง่าย ฉะนั้นผู้ใหญ่ในบ้าน จึงควรระมัดระวัง การกระทำและคำพูด ทั้งของตนเองและผู้ที่มาติดต่อคบหา เพราะเด็กมักจะจำและทำตามอย่างด้วยความไม่รู้ แม้ผู้ใหญ่ทำสิ่งไม่ดี เด็กก็มักเข้าใจผิดคิดว่าเป็นสิ่งที่ดีควรกระทำ
- คนพาลชอบทำในสิ่งที่ไม่ใช่ธุระ เกะกะเกเร หน้าที่การงานของตน ไม่พยายามจัดการให้เรียบร้อย แต่ชอบไปก้าวก่ายหน้าที่การงานของผู้อื่น เช่น จับผิดผู้ร่วมงาน เขียนบัตรสนเท่ห์ กลั่นแกล้ง รังแก ทำความรบกวน ให้เดือดร้อน ฯลฯ
- คนพาลชอบแต่สิ่งผิดๆ ชอบถือเอาสิ่งที่ชั่วว่าเป็นสิ่งที่ดี เช่น ชอบเล่นไพ่ ชอบสูบบุหรี่ ชอบหนีโรงเรียน ชอบเถียงพ่อแม่ ฯลฯ เห็นคนทำถูกเป็นคนโง่ เห็นคนกลัวผิดเป็นคนขี้ขลาด
- คนพาลแม้พูดดีๆ ก็โกรธ เช่น เตือนให้ดูหนังสือตอนใกล้สอบก็โกรธ เตือนให้ตื่นเช้าก็โกรธ แค่มองหน้าบางครั้งก็ยังโกรธ ฯลฯ
- คนพาลไม่ยอมรับรู้ระเบียบวินัย เช่น ไม่ชอบข้ามถนนตรงทางม้าลาย ทิ้งขยะบนพื้นถนน ไปโรงเรียนสาย ไปทำงานสาย ฯลฯ
พ ฤ ติ ก ร ร ม ที่ เ รี ย ก ว่ า " ค บ " คื อ อ ย่ า ง ไ ร ?
คบ หมายถึง พฤติกรรมอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ คือ
- ร่วม เช่น ร่วมกิน ร่วมนอน ร่วมก่อการ ร่วมหุ้น ร่วมลงทุน
- รับ เช่น รับเป็นเพื่อน รับเป็นภรรยาหรือสามี รับไว้ทำงาน รับฟัง สิ่งที่คนพาลพูดหรือเขียน
- ให้ เช่น ให้ความไว้วางใจ ให้คำชมเชย ให้ยศ ให้ตำแหน่ง ให้หยิบยืมสิ่งของ ให้การสนับสนุน
การไม่คบคนพาล คือ การไม่ยอมมีพฤติกรรมสัมพันธ์ใดๆ ดังกล่าว ข้างต้นกับคนพาล ถ้าเรายังคบคนพาลอยู่ ไม่ว่าจะในระดับไหนก็ตาม รีบถอนตัวเสียโดยด่วน อย่าประมาท รีบตัดไฟเสียแต่ต้นลม มิฉะนั้นจะพลาด ติดเชื้อพาลโดยไม่รู้ตัว กลายเป็นพาลตามไปด้วย
โบราณท่านให้คติเตือนใจไว้ว่า ห่างสุนัขให้ห่างศอก ห่างวอกให้ห่างวา ห่างพาลา ให้ห่างหมื่นโยชน์แสนโยชน์
โ ท ษ ข อ ง ก า ร ค บ ค น พ า ล
- ย่อมถูกชักนำไปในทางที่ผิด
- ย่อมเกิดความหายนะ การงานล้มเหลว
- ย่อมถูกมองในแง่ร้าย ไม่ได้รับความไว้วางใจจากบุคคลทั่วไป
- ย่อมอึดอัดใจ เพราะคนพาลแม้เราพูดดีๆ ด้วยก็โกรธ
- หมู่คณะย่อมแตกความสามัคคี เพราะการยุยงและไม่ยอมรับรู้ระเบียบวินัย
- ภัยอันตรายต่างๆ ย่อมไหลเข้ามาหาตัว
- เมื่อละโลกแล้ว ย่อมมีอบายภูมิเป็นที่ไป
ฯลฯ
ป ล า ร้ า พั น ห่ อ ด้ ว ย ใ บ ค า
ใ บ ก็ เ ห ม็ น ค า ว ป ล า ค ล ะ ค ลุ้ ง
คื อ ค น ห มู่ ไ ป ห า ค บ เ พื่ อ น พ า ล น า
ไ ด้ แ ต่ ร า ย ร้ า ย ฟุ้ ง เ ฟื่ อ ง ใ ห้ เ สี ย พ ง ศ์
(สุภาษิตโคลงโ ลกนิติ)
ป ร ะ เ ภ ท ข อ ง ค น พ า ล
คนพาลมี ๒ ประเภท ได้แก่
พาลภายนอก คือคนพาลทั่วไป ซึ่งแม้จะร้ายกาจเพียงใด เราก็ยังมีทางหลีกเลี่ยงได้ แต่มีพาลอีกประเภทหนึ่งที่ร้ายยิ่งกว่า เพราะมักเกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัวและไม่มีทางหลีกเลี่ยงได้ คือพาลภายใน พาลภายใน คือตัวเราเองขณะที่คิดชั่ว พูดชั่ว ทำชั่ว เช่น หนีงาน บ้าง เที่ยวเกเร ไปยุ่งธุระคนอื่นโดยใช่เหตุบ้าง ชอบไปทำงานสายบ้าง คนอื่นเตือนดีๆ ก็โกรธบ้าง หลีกเลี่ยงวินัยบ้าง พูดไม่ไพเราะบ้าง ครั้งใดที่เราทำ เช่นนี้ ครั้งนั้นเราเองนั่นแหละคือตัวพาล มีเชื้อพาลอยู่ภายใน ต้องรีบแก้ไข
ห ลั ก ป ฏิ บั ติ ใ น ชี วิ ต ป ร ะ จ ำ วั น
หมั่นห้ามใจตนเองจากความชั่วแม้เพียงเล็กน้อย ก่อนที่มันจะลุกลามต่อไป เช่น การนอนตื่นสาย ทิ้งขยะไม่เป็นที่เป็นทาง หรือปล่อยให้ที่อยู่อาศัยรกรุงรังไม่หมั่นทำความสะอาด อย่าตามนึกถึงความชั่ว ความผิดพลาดในอดีต ทั้งของตนเองและผู้อื่น ผ่านไปแล้วก็ให้แล้วกันไป ถือเป็นบทเรียนที่จะไม่ยอมทำซ้ำอีก แล้วตั้งใจทำความดีใหม่ให้เต็มที่ ตั้งใจให้ทาน รักษาศีล เจริญสมาธิภาวนาอย่างสม่ำเสมอหลีกเลี่ยงการอ่าน การฟัง การพูด เรื่องเกี่ยวกับคนพาล จะได้ ไม่สะสมความคิดเกี่ยวกับพาลไว้ในใจ พยายามสะสมแต่ความคิดที่ดีงามโดยการอ่าน การฟัง การพูด แต่สิ่งที่ดีงาม เช่น อ่านหนังสือธรรมะ ฟังเทศน์ สนทนาธรรม พูดถึงคนที่ทำคุณความดี ฯลฯ ถ้าจำเป็นต้องอยู่ใกล้คนพาลอย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยงได้ เช่น ทำ งานในที่เดียวกัน เป็นญาติพี่น้องกัน ในกรณีเช่นนี้เราต้องระลึกอยู่เสมอว่า เรากำลังอยู่ใกล้สิ่งที่เป็นอันตราย เหมือนอยู่ใกล้คนเป็นโรคติดต่อ ต้องระวังตัว คือระวังความเป็นพาลของเขาจะมาติดเราเข้า ต้องหมั่นให้ทาน รักษาศีล ทำสมาธิ เพื่อให้ใจผ่องใสอยู่เสมอ
เราต้องระลึกเสมอว่า หน้าที่อันยิ่งใหญ่และสำคัญที่สุดในชีวิต ไม่มีอะไรยิ่งไปกว่าการปราบพาลภายในตัวเราเอง
ก า ร ไ ม่ ค บ ค น พ า ล
ทำให้ไม่ถูกชักจูงไปในทางที่ผิด ทำให้สามารถรักษาความดีเดิมไว้ได้ ทำให้สามารถสร้างความดีใหม่เพิ่มขึ้นได้อีก ทำให้ไม่ถูกคนพาลทำร้าย ทำให้ไม่ถูกตำหนิ ไม่ถูกใส่ความ ทำให้ไม่ถูกมองในแง่ร้าย ได้รับความไว้วางใจจากบุคคลทั่วไป ทำให้มีความเจริญก้าวหน้า สามารถตั้งตัวได้เร็ว ทำให้มีความสุขทั้งตนเอง ครอบครัว และประเทศชาติ เป็นการตัดกำลังไม่ให้เชื้อพาลระบาดไป เพราะขาดคนสนับสนุนฯลฯ
"ตลอดเวลาที่บาปยังไม่ให้ผล คนพาลสำคัญบาปเหมือนน้ำผึ้ง บาปให้ผลเมื่อใด คนพาลย่อมเข้าถึงทุกข์เมื่อนั้น" ขุ. ธ. ๒๕/๑๕/๒๔
</font></strong>
คนพาลนี้สามารถที่จะกลับตัวเป็นคนดีได้ ขอแค่มีผู้รู้ชี้แนะแนวทางให้ คนเหล่านั้นจะสามารถหาทางสว่างแก่ตนเองได้ครับผม
สวัสดีครับ ผมขออนุญาตคบบัณฑิตเพราะบัณฑิตพาไปหาผล อ่านบันทึกของอาจารย์เสือ ดีจริงๆ ครับ สังคมเราวันนี้ในความคิดเห็นของผมคนพาลมากขึ้นเรื่อยเนื่องจากสาเหตุอะไรที่แท้จริงไม่ทราบได้ ผมคิดว่าการไม่คบคนพาลบางครั้งยังไม่พอ ผมว่าต้องไปจัดการกับรากเหง้าของปัญหาที่ทำใกดคนพาลในสังคมด้วย
อ่านแล้วละเอียดดีครับ...
การคบคนหลากหลายก็เป็นประโยชน์กับตัวเรา...
เพียงแต่อยู่ที่เราครับว่า...ว่าเราจะมีสติในการคบคนมากแค่ไหนครับ...
แวะมาทักทายครับ...
โทษของการคบคนพาลมีมากมาย...จึงเป็นไปได้ว่าพระพุทธเจ้าจึงเห็นควรให้เป็นมงคลชีวิตข้อที่ 1..เพื่อเป็นการลดหนทางไปสู่ความเสื่อม...นั่นเอง..