<p>ทุนทางสิ่งแวดล้อม หรือระบบนิเวศน์ เป็นระบบธรรมชาติที่เอื้อต่อระบบการทำการเกษตรกรรมแบบประณีตเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากทุกสิ่งทุกอย่างเมื่อระบบมีความสมดุล การดำรงอยู่ก็จะไม่เบียดเบียนซึ่งกันและกัน ทุกฝ่ายจะสร้าง และรับประโยชน์ร่วมกัน </p><p>การทำเกษตรกรรมแบบประณีต เป็นอีกระบบคิดหนึ่งที่เน้นกระบวนการเรียนรู้ และการปลูกต้นไม้เพื่อการออมสำหรับการสร้างสมดุลให้กับระดับแปลง และชุมชน อีกทั้งเพื่อประโยชน์สำหรับการสร้างบ้านและที่อยู่อาศัยให้กับลูกหลานในอนาคต</p><p>จะปลูกต้นอะไรดี นี่คือหัวใจสำคัญอย่างยิ่งของการจัดการความรู้ ว่าสภาพของเกษตรกรแต่ละคนว่าควรที่จะปลูกต้นอะไรดี จึงเป็นเรื่องที่เราต้องช่วยกันเร่งสร้างชุดความรู้ตรงนี้ขึ้นมา เพื่อจะได้แนวทางในการที่จะหาทางออกให้เกษตรกรร่วมกัน ซึ่งไม่ใช่ว่าเอะอะมาก็จะปลูกแต่ยางพาราอย่างเดียว ดังนั้นควรที่จะพิจารณาดังนี้</p><p>1. ควรเป็นไม้ที่โตเร็ว</p><p>2. เป็นไม้ที่ไม่เบียนเบียนสิ่งแวดล้อมอื่นๆ </p>
3. เป็นไม้ที่เอื้อประโยชน์ ต่อต้นไม้ชนิดอื่นๆ
</font><p>4. เป็นพันธุ์ไม้ที่หาได้ง่ายในท้องถิ่น</p><p>5. เป็นไม้ที่ใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย เช่น เป็นทั้งยา เป็นทั้งไม้ที่ใช้ในงานก่อสร้าง เฟอร์นิเจอร์ เป็นต้น </p>
ดังนั้น ในการที่เราจะตัดสินใจในการที่จะปลูกอะไรดี เราต้องวิเคราะห์ให้ถ้วนถี่ เพื่อจะได้ไม่เสียเวลา และเสียใจในภายหลัง
ดังตัวอย่างเช่น ครูบาสุทธินันท์ ท่านเลือกปลูกต้นยูคาลิปตัส และอาคาเซีย เป็นหลัก เนื่องจากสภาพดินเป็นดินทราย โครงสร้างดินไม่ดี แห้งแล้ง พ่อคำเดื่อง ภาษี จะเลือกปลูกต้นยางนา เป็นหลัก เนื่องจากสภาพดินเป็นดินทราย และอยู่ที่ลุ่ม
จากตัวอย่างของปราชญ์ชาวบ้านภาคอีสานทั้งสองท่านแสดงให้เห็นว่าปัจจัยแห่งการตัดสินใจในการที่จะเลือกปลูกต้นอะไรนั้น ท่านตัดสินใจจากฐานข้อมูลของความพร้อมและสภาพแวดล้อม หรือที่เรียกว่า "ชุดความรู้" นั่นเอง
</font><p></p><p>ขอบคุณครับ</p><p>อุทัย อันพิมพ์</p><p>26 กุมภาพันธ์ 2550</p>
ขอบคุณครับอาจารย์ขจิต
ช่วงนี้เป็นช่วงของการเก็บเกี่ยวความรู้ และประสบการณ์ ถึงเหนื่อยก็ต้องสู้ครับอาจารย์ อีกทั้งผู้มาเยือนก็ล้วนแต่เป็นกัลยาณมิตร ก็เลยทำให้เราหายเหนื่อยครับ
ตอนนี้หลังเดี้ยงครับ(ปวดหลัง) เนื่องจากไปยกหม้อนึ่งฆ่าเชื้อเห็ด โดยไม่ดูสังขารของตนเอง
เกษตรกรไทย ณเวลานี้น่าเห็นใจมากเลยครับ ไม่รู้ว่าจะรับมือกับมรสุมด้านใดบ้าง ต่างก็รุมเร้าเข้ามาอย่างไม่หยุดยั้งไม่ว่ามรสุมวิชาการที่นักวิชาการทั้งหลายเข้าไปตามยุทธศาสตร์กระทรวง ทบวง กรม (จริงบ้าง ไม่จริงบ้าง) มรสุมของ FTA ตอนนี้แทบจะยืนไม่อยู่แล้วครับ
ดังนั้น รัฐบาลต้องให้ความสนใจ และเอาจริงเอาจังกับการที่จะเร่งฟื้นฟูเกษตรกรให้สามารถยืนหยัดได้ด้วยตนเอง พึ่งพากันเอง พึ่งพากลุ่มได้อย่างเข้มแข็ง และเป็นจริง
ขอบคุณครับ
อุทัย