• เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ

นิ่งเป็น – โง่เป็น – แพ้เป็น – ให้เป็น (4)

ข้อคิดดีๆ ที่อยากบันทึกไว้ "ให้เป็น"

ตอนสุดท้ายสำหรับ "ข้อคิดดีๆ" แล้วค่ะ  

ให้เป็น          

          ในโลกนี้ไม่มีสิ่งใดได้มาเปล่าๆ ฟรีๆ หรอก แม้กระนั้นคนก็ยังชอบของฟรีอยู่นั่นเอง     

            เพื่อนคนหนึ่งพูดว่าเขาขับรถเก๋งญี่ปุ่นที่ซื้อด้วยเงินตัวเอง พอลงจากรถก็ลงอย่างสง่า ดีกว่าขับรถเบนซ์ที่ใครซื้อให้เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์     

            อยากถามว่า ได้ฟรีจริงหรือ ? ไม่ต้องเสียอะไรจริงหรือ ?”

           การเป็นผู้รับ นั้นจะต้องเป็นผู้ให้อย่างแน่นอน หญิงสาวบางคนที่ขับรถเก๋งราคาหลายล้าน มีบ้านอยู่ราคาหลายล้าน มีทรัพย์สมบัติราคาหลายล้าน.....ต้องเอาตัวเข้าแลกใช่หรือไม่ ? สูญเสียความสาวยังไม่พอ ยังถูกบังคับให้เป็นทาสกามารมณ์ ถูกกักขังเยี่ยงทาส การเป็นผู้ให้เช่นนี้ถือว่า ให้ผิด        

     

           ให้ถูกต้อง คือการให้อย่าง ทำความดี    

      

          เวลาคบใคร หรือเข้าร่วมหมู่คณะกับใคร อย่าได้ตั้งคำถามว่า เราจะได้อะไรจากเขาบ้าง ความคิดเยี่ยงนี้เป็นการบอกนิสัย ขี้ขอ          

         

          ประธานาธิบดี จอห์น เอฟ เคเนดี้ ผู้ล่วงลับได้กล่าวคำเป็นอมตะมาจนทุกวันนี้ว่า    จงอย่าถามว่า เราจะได้อะไรจากประเทศชาติ แต่จงถามว่า เราจะทำอะไรให้แก่ประเทศชาติบ้าง   

       

          พระพุทธเจ้าทรงสอนว่า การให้จะเกิดความสุข 3 ประการ

          ความสุขเกิดจากให้ สามประการ

               คิดจะให้สุขสำราญก่อนแล้ว

                    ขณะให้สุขใดปาน จักเปรียบ

                         ให้เสร็จสุขผ่องแผ้ว ดั่งแก้วเรืองรอง          

         

          อย่างไรก็ดี การให้นั้นต้องให้อย่างเรียกว่า ให้เป็น ถ้าให้ไม่เป็นการให้นั้นก็จักเป็นโทษ พ่อแม่ให้ลูกด้วยความรักและตามใจ เป็นการให้แบบ ฆ่าให้ตายด้วยความรัก          

             สุภาษิตจีนบทหนึ่งกล่าวไว้ว่า จงสอนวิธีจับปลาให้เขา อย่าจับปลาให้เขา 

            นั่นคือ การ "ให้เป็น" นั่นเอง

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คำสำคัญ (keywords): เรื่องที่น่าจดจำ
หมายเลขบันทึก: 80433
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 8
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (8)

"พี่มอม"นั้น ใช่เลยสำหรับผู้ที่ "ให้เป็น" ค่ะ

ขอบคุณค่ะ ... กับเรื่องราวดีดี สิ่งที่น่าจดจำ

ครับ...ผู้ให้ย่อมได้รับความสุขมากกว่าผู้รับ...

ขอบคุณครับสำหรับข้อคิดดี ๆ ทั้ง 4 ตอนครับ..

แม่ค้าน้ำเต้าหู้หน้า มสท.เคยพยายามให้หมอโดยไม่ยอมรับสตางค์ในวันปีใหม่     แสดงว่าผู้ให้มักจะมีสุขกว่าผู้รับค่ะ      ยกตัวอย่างประกอบเรื่องของมอมที่มอมได้ทำให้น้องๆเห็นตลอดมา     เป็นกำลังใจให้มอมเสมอถึงแม้ว่าเดือนนี้เรายุ่งมากๆทั้งสองคนค่ะ

กลับมาอีกหนค่ะ เพื่อขออนุญาตนำคำกลอนบทนี้

พระพุทธเจ้าทรงสอนว่า การให้จะเกิดความสุข 3 ประการ
ความสุขเกิดจากให้ สามประการ
คิดจะให้สุขสำราญก่อนแล้ว
ขณะให้สุขใดปาน จักเปรียบ
ให้เสร็จสุขผ่องแผ้ว ดั่งแก้วเรืองรอง   

ไป ลปรร. กันไว้ที่ คำเท่ห์ๆ จากการ ลปรร. ค่ะ ... ขอบคุณค่ะ

  • เป็นบันทึกดี ๆ จริง ๆ ได้ข้อคิดมาก ๆ แต่ถ้าจะให้ดี ต้องนำไปใช้ด้วยค่ะ
  • เล็กต้องนำไปใช้ ทั้ง 4 ข้อแน่ ๆ หนูขอสัญญา ^_____^
  • เห็นภาพเลยค่ะกับคำว่า ขี้ขอ  คนเดี๋ยวนี้จะคบกันคำนึงถึงผลประโยชน์เป็นหลัก  น้อยคนที่จะคบด้วยความจริงใจ 
  •  แต่ราณีถือคติไม่ค่อยเหมือนชาวบ้านคือ  เราต้องให้ก่อน  การให้ไม่ต้องหวังว่าจะได้ตอบกลับมาหรือไม่ วันนี้ไม่เห็น พรุ่งนี้ไม่เห็นก็ไม่เป็นไร  แต่เราสบายใจที่ได้ให้ค่ะ  เดี๋ยวนี้เริ่มปลงแล้วค่ะ 
  • ใครเขาจะคิดไม่ดีกับเราก็ตาม  มันก็คือขยะในใจของคนผู้นั้น (แม่เคยสอนไว้ จำไว้จนตายเลยค่ะ)

คนส่วนใหญ่เคยชินกับการรับ

........ขาดการทำความรู้จักกับคำว่าให้........

เมื่อใดเรารู้จักให้และรู้จักรับที่เหมาะที่ควร  เราจะพบกับสันติสุข