ตัวชี้วัดที่เป็นปฏิปักษ์ต่อการพัฒนามากที่สุดของการทำงานวิจัยและพัฒนาก็คือ การตีพิมพ์ ที่มีค่าคะแนนความสำเร็จของโครงการวิจัยและพัฒนาสูงมาก โดยไม่จำเป็นต้องมีประโยชน์ต่อการพัฒนาแต่อย่างใด

  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">การพัฒนาที่เป็นประโยชน์ หรือที่เรียกว่า แบบบูรณาการนั้น คือการทำงานที่มีคุณค่าที่แท้จริง ตามความหมายที่เขียนและกำหนดไว้ในแต่ละงาน ตามวัตถุประสงค์ของงานที่ตั้งไว้</p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">แต่ในปัจจุบันนี้ เรามักแยกกันไปตามเงื่อนไขของสายงานย่อย ที่มีตัวชี้วัดเฉพาะด้านที่กำหนดไว้โดยไม่จำเป็นต้องบรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้ในงาน โดยรวมที่เขียนไว้ หรือที่ควรจะเป็น</p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ตัวชี้วัดที่เป็นปฏิปักษ์ต่อการพัฒนามากที่สุดของการทำงานวิจัยและพัฒนาก็คือ การตีพิมพ์ ที่มีค่าคะแนนความสำเร็จของโครงการวิจัยและพัฒนาสูงมาก โดยไม่จำเป็นต้องมีประโยชน์ต่อการพัฒนาแต่อย่างใด</p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ผมก็ไม่ทราบว่าสาเหตุที่แท้จริงของการกำหนดตัวชี้วัดตัวนี้ คืออะไร แต่คงจะใช้หลักการตามความรู้สึกของนักวิชาการว่า ถ้าจะทำให้งานมีประโยชน์นั้น ต้องตีพิมพ์ให้คนอื่นได้รับรู้ ตามความคาดหวังว่า หลังจากการตีพิมพ์แล้ว ก็จะมีการนำไปใช้อย่างกว้างขวางมากขึ้น</p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">แต่สมมติฐานดังกล่าวนั้น ไม่เกิดผลในระบบของสังคมไทย แต่ก็ยังเป็นตัวชี้วัดที่ยังเน้นการใช้กันอย่างจริงจังมากในแทบทุกงาน โดยใช้สมมติฐานดังกล่าวข้างต้น ด้วยสาเหตุที่น่าจะเป็น ต่างๆ ดังนี้</p>  <ol style="margin-top: 0cm">

  • เราใช้ตัวชี้วัดผลกระทบ (Impact factor) ตามกติกาสากล โดยไม่ได้ดูความเป็นจริงในสังคมไทย ว่าใช้ได้จริงแค่ไหน หรือ
  • คนไทยไม่ค่อยชอบอ่านหนังสือ หรือรายงานต่างๆ เพื่อนำไปทำงานต่อ อย่างมากก็อ่านแบบลวกๆ เพื่อเอาไว้คุยต่อไป ไม่ให้ล้าสมัยในการพูดคุยกับเพื่อนร่วมงานหรือ
  • นักวิจัย และนักพัฒนาด้าน และสาขาต่างๆ มีการทำงานแต่ละสาขาแยกกันไป ทำเอง ประเมินเอง ใช้เอง อยู่ในวงของตนเอง โดยระบบพรรคพวก (peer) ดูแลกันเอง ที่ส่วนใหญ่ก็มีความเห็นคล้อยตามกัน แบบ ความคิดมุมเดียว (in breed thinking pool)  เพราะไม่มีข้อมูลอื่นที่จะไปโต้แย้งหรือ
  • การทำงานวิจัยและพัฒนาของไทย ยังไม่เชื่อมโยงกัน ต่างคนต่างทำ หรือ
  • นักพัฒนาบางส่วนนั้นนอกจากจะไม่สนใจงานวิชาการที่แท้จริง เพราะอ่านแล้วไม่เข้าใจแล้ว ก็ยังไม่สนใจชุมชน เพราะ ระดับความคิด และวิถีชีวิตในการทำงานแตกต่างกัน จนทำให้ขาดการส่งถ่ายข้อมูลเพื่อการพัฒนาอย่างแท้จริงได้ หรือ
  • นักวิชาการ และนักพัฒนา เป็นนัก พูด และ นำเสนอ ทั้งในการเขียน การบรรยาย แต่ไม่ใช่ นัก ทำ ที่เน้นผลสัมฤทธิ์ในการทำงาน หรือ
  • ฯลฯ ที่ผมยังคิดไม่ออกในขณะนี้
  • </ol>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">สิ่งต่างๆที่กล่าวมาข้างต้น น่าจะเป็นอุปสรรคที่สำคัญในการทำงานเพื่อการพัฒนาที่แท้จริง และยิ่งในปัจจุบัน มีการเน้นการจดลิขสิทธิ์ ตามสมัยนิยมแล้วยิ่งไปกันใหญ่ ทั้งๆที่การจดลิขสิทธิ์หลายๆครั้ง จะเป็นการปิดกั้นมากกว่าการสนับสนุนงานพัฒนาด้านนั้นๆ</p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ผมจึงคิดว่า เราน่าจะมาทบทวน ปัญหาของการทำงานในขั้นต่างๆ แทนการวิ่งตามเกณฑ์ และตัวชี้วัด ที่ไม่ได้เกิดประโยชน์ต่อผู้กำลังรอความหวังจากนักวิชาการและนักพัฒนาแต่อย่างใด</p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">และขอว่า ทำให้ความเป็นเลิศทางวิชาการกับความเป็นเลิศในการพัฒนานั้น นำมาเชื่อมโยงกันได้ไหม หรือจะทำให้เป็นเรื่องเดียวกันได้ ก็ยิ่งดีครับ</p>  ขอบพระคุณครับ