GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

ข้อสอบก็บังคับให้ท่องจำ

ดูตัวอย่างข้อสอบต่อไปนี้ครับ

(๑) ข้อใดที่ "ไม่มี"เซลล์ประสาท ?

     ก. แมงกะพรุน    ข. กุ้ง      ค. พลานาเรีย     ง. อะมีบา

(๒) ในสัตว์ที่มีกระดูกสันหลังนั้น  ระบบประสาทสมองตามข้อใดที่ส่งคำสั่งออกไปให้อวัยวะแขนขาทำงาน ?

      ก. parasympathetic nervous system        ข. somatic nervous system     ค. visceral nervous system     ง. autonomic nervous system

(๓) ข้อใดกล่าวถูก ?

       ก. คลื่นเสียงเป็นคลื่นของโมเลกุลอากาศ   

       ข. ส่วนอัดของคลื่นเสียงมีความดันเท่ากับความดันบรรยากาศ  

       ค. เมื่ออุณหภูมิของตัวกลางเพิ่มขึ้น  ความถี่ของเสียงจะน้อบลง

       ง. เมื่ออุณหภูมิของตัวกลางสูงขึ้น  ความยาวคลื่นของคลื่นเสียงจะมากขึ้น

                    ฯลฯ

สองข้อแรกเป็นตัวอย่างจากวิชาชีววิทยา  ข้อ(๓) จากวิชาฟิสิกส์  ทั้ง ๓ ข้อ ถามความจำ  ครับ   ถ้าไม่จำมาก่อน  หรือจำไม่ได้  ก็จะตอบไม่ได้ หรอกครับ  

ท่านจะ "คิด" แบบต่างๆ  เช่น  "คิดแปลความ, คิดตีความ, คิดขยายความ, คิดนำไปใช้, คิดวิเคราะห์, คิดสังเคราะห์, คิดประเมินค่า " ก็ไม่สำเร็จหรอกครับ  เพราะข้อสอบเหล่านี้มันเข้าไปยั่วยุความจำ  หรือกระตุ้นความจำ  ถ้าไม่มีความจำให้มันกระตุ้นในระบบ LTM แล้ว  ก็ไม่มีทางที่จะได้คำตอบ ครับ  --- อ้อ  มีอยู่ทางหนึ่ง ครับ  คือ -- "เดา" !!

"ถ้า" ในโรงเรียนออกข้อสอบเช่นนี้ "ทั้งชุด" ๆละ ๑๐๐ ข้อ  ทุกครั้งที่สอบ  และ  ทุกปี  แล้ว ข้อสอบก็จะ "บังคับ" ไปในตัว  ให้เด็กต้อง "เอาตัวรอด" เพื่อให้สอบได้ด้วย "การท่องจำ" !!

ถ้าไม่ท่องจำแล้ว  ก็ไม่มีทางที่จะสอบได้ !

สถานกวดวิชาก็จะแข่งขันกันเอาข้อสอบต่างๆ ไป "สอนซ้ำ" และเฉลย เป็นการตอกย้ำซ้ำการท่องจำให้หนักมือยิ่งขึ้นไปอีก

สำนักเก็งข้อสอบก็จะพิมหนังสือข้อสอบประเภทต่างๆ  เช่น  สอบในโรงเรียน   สอบเอ็นทร้าน  เป็นต้น  ออกวางขายเต็มตลาด

เหตุการณ์เช่นนี้ในระบบการศึกษา  ล้วนแต่เกิดจากบทบาทส่วนหนึ่งของข้อสอบ !!

อำนาจของข้อสอบ !!!

การบังคับอย่างไม่รู้ตัวของข้อสอบ !!!!

หรือว่าการศึกษาต้องการนักจำ ?

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คำสำคัญ (keywords): ข้อสอบบังคับจำ
หมายเลขบันทึก: 77037
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 6
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (6)

อาจารย์ ดร. ไสว

หลักฐานเชิงประจักษ์เลย ที่อาจารย์นำมาแสดง

ในฐานะเป็นครูออกข้อสอบคนหนึ่ง

  • ข้อสอบปรนัย ถามความจำ ออกง่าย ตรวจง่าย
  • ข้อสอบอัตนัย ให้อธิบาย ออกง่าย ตรวจยาก
  • ข้อสอบอัตนัย เติมคำ ถามความจำ ออกง่าย ตรวจง่าย

 

  • แต่ข้อสอบปรนัย ให้วิเคราะห์ ออกยาก ดังข้อสอบตรรกศาสตร์ที่เคยออก
๒. ข้อความใดไม่เป็นประพจน์ก. วันนี้อากาศดีนะข. ฟ้าหลังฝนไงค. ฉันว่าอากาศไม่ดี

ง. เธออย่ามั่ว

 ๒๙. ข้อใดแตกต่างจากข้ออื่นๆก. วัวหรือควายทำลาบดิบได้ข. ลาบดิบเป็นสาเหตุของพยาธิค. พยาธิมีหลายร้อยชนิด

ง. บางชนิดเป็นพยาธิปากขอ

 

..........อีกข้อ ครับ อาจารย์๑๙. ข้อใดสลับศัพท์ถูกต้องก. ดอกไม้บางชนิดไม่เป็นกุหลาบ กุหลาบบางชนิดเป็นดอกไม้ข. นกบางตัวเป็นสัตว์บินไม่ได้ สัตว์บินไม่ได้บางจำพวกเป็นนกค. คนมีชีวิตทั้งหมดเป็นผู้มีลมหายใจ ผู้มีลมหายใจทั้งหมดเป็นคนมีชีวิตง. ไม่มีคนขยันใดเป็นผู้ไร้ความสำเร็จ ผู้ไร้ความสำเร็จบางคนเป็นผู้ขยัน

ข้อสอบเหล่านี้ ออกยาก คิดกันนานกว่าจะได้แต่ละข้อ...

ดังนั้น สาเหตุหนึ่ง มาจากความมักง่ายของครู มิใช่เกิดจากระบบ...

อาตมาคิดว่า ถ้านำข้อสอบในที่ต่างๆ เช่น ข้อสอนเอนฯ ข้อสอบประถม มัธยม วิทยาลัย ฯลฯ ของไทยมาวิเคราะห์ อาจสะท้อนความเห็นของอาจารย์ได้เป็นอย่างดี

และสะท้อนของเห็นของอาตมาที่ว่าเกิดจากความมักง่ายของครู ด้วย...

เจริญพร

นมัสการพระคุณเจ้า

พระคุณเจ้าเป็นยอดครูทีเดียว  ศิษย์ของท่านคงจะชื่นชมเป็นอย่างยิ่งครับ

ดร.ไสว เลี่ยมแก้ว

สวัสดีค่ะ อ.ไสว

เห็นด้วยกับบทความและข้อคิดเห็นจากพี่หลวงนะ แต่ขอเพิ่มเติมนิดนึงว่า ปัญหาที่เจอคือ อ.ระดับมัธยมได้สอนไม่ตรงกับสาขาวิชาที่เรียนมา จึงไม่เข้าใจเนื้อหาที่สอนจริง ๆ และคิดข้อสอบได้แค่พื้น ๆ เท่านั้น ที่เจอกับตัวเองเลยคือเพื่อนเรียนจบตรีเคมี ้บรรจุเป็นอาจารย์สอนมัธยม  แล้วได้สอนวิชาชีวะของม.ปลายซึ่งถือว่าเนื้อหาเยอะและยาก  แต่เพื่อนยังใช้กล้องจุลทรรศน์ไม่เป็นเลย และยังแยกเซลล์พืชกับเซลล์สัตว์ไม่ได้ จึงต้องลอกข้อสอบจากพวกหนังสือติวทั้งหลายตามท้องตลาดค่ะ

 ถ้าครูได้สอนตรงกับศักยภาพที่มี ก็็น่าจะทำให้การศึกษาไทยดีขึ้นค่ะ

 

 ..ณิช..

สวัสดีครับ คุณณิชนันท์

ผมพบคุณณิชนันทน์มาครั้งหนึ่งแล้วที่บล็อกก่อน(คิดว่าจะพบต่อไปเรื่อยๆนะครับเหมือนกับที่ได้พบท่านอื่นๆ)  ช่วยกันพูดให้มากๆ  จะได้"เข้าหู"ชาวกระทรวงศึกษาบ้าง !

คือว่า (๑) เราคงฟังไม่ได้แล้วนะครับกับประโยคที่ว่า "ใครๆก็เป็นครูได้"  (๒) เราเคยสรุปกัน(อย่างเข้าข้างตัวเอง)ว่า "ครูมีไอคิวอย่างน้อยก็ ๑๑๐ ขึ้นไป !" นั้น  ต้องทบทวนแล้วหละครับ ( ๓) ในกรณีตัวอย่างของคุณณิชนันทน์นั้น  ไม่ใช่ปัญหาของ IQ ครับ  แต่เป็นปัญหาของ "ศึกษาศาสตร์"  ซึ่งเป็นศาสตร์ของ"การสอน"ครับ  ซึ่สถาบันผลิตครูของเราต้องทบทวนอย่างหนัก

ขอให้คุณณิชนันทน์รีบจบ Ph.D จากอังกฤษมาเร็ว ๆนะครับ   จะได้ช่วยกันพูดคนละคำสองคำ  เพื่อทำให้มันดีขึ้น

ดร.ไสว เลี่ยมแก้ว

 

เรียน ดร.ไสว

หนูเพิ่งมีโอกาสเข้ามาเยี่ยมชม blog ของอาจารย์ค่ะ อ่านแล้วรู้สึกชอบ อยากตามอ่านทุกเรื่องเลยค่ะ เป็นความรู้ที่สร้างสรรค์และควรนำไปเผยแพร่ให้เกิดประโยชน์ค่ะ หนูจึงขอนำ blog ของอาจารย์แจ้งไว้ใน blog ของหนู เพื่อให้เพื่อน ๆ ที่ติดตาม blog ของหนูได้เข้ามาอ่านและแชร์ความรู้ด้วยนะคะ blog ของหนูตามลิ้งค์ด้านล่างนี้ค่ะ

http://learners.in.th/blog/monthiratamuang/60598

ขอขอบคุณค่ะ

มณทิรา

สวัสดีครับ อาจารย์มณทิรา

ผมต้องขอโทษนะครับที่เพิ่งเข้ามาเห็นข้อคิดเห็นของอาจารย์  ผมรู้สึกดีใจที่อาจารย์นำไปดังว่า ครับ  และขอขอบคุณด้วยครับ --- ผมจะรีบไปอ่านบันทึกที่อาจารย์แนะนำเดี๋ยวนี้ครับ