ปีนี้คนไทยมีโอกาสได้ชมภาพยนต์เรื่องสมเด็จพระนเรศวร 3 ตอนใหญ่ ซึ่งคงจะทำให้พวกเราเข้าใจความทุกข์ยาก ลำบากของบรรพชน และโทษภัยของสงครามมากขึ้น...

    ภาพที่ 1: ภาพโฆษณาภาพยนต์สมเด็จพระนเรศวรมหาราชจากถุงร้าน 7-eleven

    ภาพที่ 2: ภาพสมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงช้าง (ที่ว่าการอำเภอแม่สาย เชียงราย)

    ภาพที่ 3: ภาพสมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงประกาศอิสรภาพ (ที่ว่าการอำเภอแม่สาย เชียงราย)

    ภาพที่ 4: พาข้ามฝั่งไปต่างประเทศ (ท่าขี้เหล็ก รัฐฉานหรือชาน พม่า) มีการปลูกต้นไม้ให้ร่มรื่น ทำให้ดู "Green (อนุรักษ์ธรรมชาติ)" น่าเข้าไปเที่ยว หรือพักผ่อน

  • ถึงตรงนี้... ขอยกคำกล่าวของท่านอาจารย์พรพิมล ตรีโชติ กล่าวว่า "โดยพื้นฐานแล้ว ชาวพม่าชอบผู้นำที่มีบุคลิกเด็ดขาด รุนแรง และเป็นเผด็จการพอสมควร สำหรับการแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง..."

บุคลิกที่ว่านี้... ผู้เขียนขอสันนิษฐานว่า น่าจะเป็นบุคลิกของพระเจ้าบุเรงนอง ซึ่งเป็นยอดวีรกษัตริย์พระองค์หนึ่งของพม่า...

  • ไทยเราก็ "อิมพอร์ต (import = นำเข้า)" บุคลิกของพระเจ้าบุเรงนองเข้ามา เพิ่มความเป็นนักรบ นักรัก และ "ความเย็น (เมตตา)" เข้าไปหน่อย...

ไม่นานท่านยาขอบ(นักประพันธ์)ก็ทำให้พระเจ้าบุเรงนองเป็น "พระเอก" ขวัญใจของคนไทยไปได้

    ภาพที่ 5: ภาพขยายซุ้มประตูด่านท่าขี้เหล็ก (ขยายจากภาพที่ 4) โปรดสังเกตแผนที่พม่าเป็นรูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน มีสายด้านล่าง ดูคล้ายว่าวที่ลอยอยู่กลางฟากฟ้า

  • การข้ามไปต้องเสียค่าทำบัตรผ่านแดนฝั่งไทย 30 บาท เสียค่าผ่านแดนฝั่งพม่า 10 บาท เมื่อผ่านด่านแล้วอย่าเพิ่งเลี้ยวขวาไปละลายทรัพย์ที่ตลาดท่าขี้เหล็ก เชิญเดินตรงไปประมาณ 100 เมตรจะพบอนุสาวรีย์พระเจ้าบุเรงนอง

    ภาพที่ 6: ภาพอนุสาวรีย์พระเจ้าบุเรงนอง...

  • ผู้เขียนไปตอนเย็น อนุสาวรีย์ปิดเสียแล้ว เลยได้เพียงถ่ายภาพผ่านรั้วมาฝาก

โปรดสังเกตว่า การทำอนุสาวรีย์ให้มีฉากหน้าเป็นศิลปะปูนปั้นแบบพม่า ด้านหลังเป็นกำแพง และไกลไปอีกหน่อยเป็นต้นไม้ใหญ่ ทำให้ดูน่าเกรงขามสมกับที่เป็น "ผู้ชนะสิบทิศ" ที่ออกอากาศทางสถานีวิทยุมาตั้งแต่ผู้เขียนเป็นเด็ก

    โปรดคลิกที่นี่ถ้าต้องการชม / ดาวน์โหลดภาพขนาดกลาง หรือใหญ่...

    ภาพที่ 7: ภาพซูมอนุสาวรีย์พระเจ้าบุเรงนอง...

  • ผู้เขียนถามคนขายของว่า "รู้จักบุเรงนองไหม..." ท่านว่า "ไม่รู้จัก" ถามใหม่ว่า "รู้จักบายินนาว (ออกเสียงจาก Bayinnaung และตัดตัวสะกดออก)ไหม..." ท่านว่า "ไม่รู้จัก" พอออกเสียง "บายินนาว" หลายๆ ครั้ง ท่านจึงพูดช้าๆ คล้ายๆ ครูสอนเด็ก(ที่พูดไม่ชัด)ว่า "บ้ะหยิ่นนาว" แล้วอาสาพาไปชม

ตอนผู้เขียนไปไหว้พระเจ้าบุเรงนอง... มีคนไทย "วัยทอง" 2-3 ท่านมาชมพระรูปด้วย เข้าใจว่า คงจะรู้จักพระเจ้าบุเรงนองจากบทประพันธ์ของท่านยาขอบเช่นกัน

  • หากว่า ชาติก่อนๆ ได้ล่วงเกินพระเจ้าบุเรงนองไปก็ขอถือโอกาสนี้กราบขอพระราชทานอภัยโทษมา ณ ที่นี้... ขอชาวพม่า-ชาวไทยพึงได้เมตตากัน ต่อไปอย่าได้มีสงครามพม่า-ไทยอีกเลย

    โปรดคลิกที่นี่ถ้าต้องการชม หรือดาวน์โหลดภาพขนาดกลาง / ใหญ่...

ท่านผู้อ่านที่มีโอกาสไปเที่ยวแม่สาย เชียงราย... เรียนเชิญแวะชมอนุสาวรีย์พระเจ้าบุเรงนอง หรือ "ผู้ชนะสิบทิศ" ของท่านยาขอบ (นักประพันธ์ไทย) เที่ยวตลาดท่าขี้เหล็ก ที่นั่นมีคนไทยใหญ่... นับเป็นพี่ๆ น้องๆ "ไท" ด้วยกัน

                            

ท่านว่า นักท่องเที่ยวอันดับ 1 ของพม่าเป็นคนไทย

  • ปี 2548 มีนักท่องเที่ยวจากไทย 16,747 คน
  • ปี 2549 มีนักท่องเที่ยวจากไทย 19,747 คน

ไม่ทราบทำไมถึงลงท้ายด้วย "47" พอดี ไม่ได้ใบ้หวยนะครับ นี่ยังไม่นับนักท่องเที่ยวประเภท "ข้ามชายแดน" ไปเช้า-เย็นกลับอีก 600,000 คนในปี 2549

     แนะนำให้อ่าน:

    ขอขอบพระคุณ:

  • รายงาน > (ส่วนบทบรรยายของท่านอาจารย์พรพิมล ตรีโชติ). ทหารกับการเมืองในอุษาคเนย์: เหลียวมอง อินโดฯ-ฟิลิปปินส์-พม่า-ไทย. ประชาชาติธุรกิจ. 22-24 มกราคม 2550. หน้า 18.
  • ท่านอาจารย์สาย ศิลป์ (Sai Silp). Thai tourists in Burma. > http://www.irrawaddy.org/aviewer.asp?a=6646&z=102 > The Irrawaddy (online). February 2007.