ช่วงเช้าวันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๕๐ ดิฉันและทีมงาน รพ.เทพธารินทร์ ได้แก่ คุณจุรีย์พร จันทรภักดี และคุณอารยา เชตะโพธิ์ นักกำหนดอาหาร คุณยุวดี มหาชัยราชัน พยาบาล คุณพงษ์ศักดิ์ เพ็ชรเศษ trainer ทีม MEDE และคุณสุภาพรรณ ตันติภาสวศิน ไปจัดกิจกรรมให้ความรู้เรื่อง "ลดอ้วน" แก่นักเรียนและผู้ปกครอง รร.แม่พระฟาติมา ที่ดินแดง

เรานัดเจอกันเวลา ๐๗.๐๐ น.ที่ รพ.เทพธารินทร์ เตรียมอุปกรณ์ข้าวของอีกพัก กว่าจะออกเดินทางกันได้ก็เลยเวลา ๐๗.๑๕ น. ไปแล้ว แต่เส้นทางของเราดูจะสวนทางกับคนอื่นเขา เราจึงไปถึงโรงเรียน (ฝั่งเด็กเล็ก) ตั้งแต่ ๐๗.๔๕ น. บริเวณโรงเรียนยังมีรถผู้ปกครองที่มาส่งนักเรียนจอดกันหนาตา บางรายก็กำลังป้อนอาหารเช้ากันอยู่แบบแม่กินบ้างลูกกินบ้าง เป็นภาพที่น่ารักดี

สถานที่จัดกิจกรรมคือโบสถ์แม่พระฟาติมาและบริเวณรอบๆ ทีมงานของเรามาสำรวจสถานที่และอธิบายกิจกรรมแก่ครูที่จะเข้ามาช่วยแล้วเมื่อวันที่ ๒๖ มกราคม ตามกำหนดการเด็กที่ร่วมกิจกรรมจะเริ่มมาลงทะเบียนตั้งแต่ ๐๘.๐๐-๐๘.๓๐ น. กว่าจะเข้าห้องก็ ๐๘.๓๐ น. แล้ว เด็กนักเรียนมีจำนวนประมาณ ๒๐๐ คน ตั้งแต่ชั้น ป.๒-ม.๔ ที่เห็นเดินแถวเข้ามาล้วนเริ่มอ้วนและอ้วนแล้วเป็นส่วนใหญ่ มีสติกเกอร์สี Label มาว่าอยู่ในกลุ่มสีแดง (อ้วนแล้ว) สีส้ม (เริ่มอ้วน) และสีเขียว (น้ำหนักปกติ) ผู้ปกครองและครูจำนวนหนึ่งนั่งสังเกตการณ์อยู่ด้วย

๓๐ นาทีแรก ดิฉันแนะนำตัวเองและคุณจุรีย์พร ดีใจที่เด็กๆ พร้อมใจกันเรียก “ป้า” แทนที่จะเป็น “ยาย” และเรียกคุณจุรีย์พรว่า “พี่” แทนที่จะเป็น “น้า” เราสองคนช่วยกันทำหน้าที่ตั้งคำถามและให้ความรู้เรื่องน้ำหนักตัว อาหาร และการออกกำลังกายอยู่ในห้อง ขณะที่ทีมงานคนอื่นๆ แยกย้ายกันไปจัดฐาน เด็กนักเรียนที่นี่โดยเฉพาะเด็กที่ยังเล็กอยู่ active มากและกล้าแสดงออก เมื่อถามคำถามจะยกมือแย่งกันตอบ คุณจุรีย์พรให้คาถา ๘ ข้อในการป้องกันโรคอ้วนที่ได้มาจาก พญ.ลัดดา เหมาะสุวรรณ ดิฉันสังเกตเห็นเด็กบางคนเอาสมุดมาจดแล้วยังฉีกกระดาษแบ่งเพื่อนด้วย เมื่อได้เวลาจึงให้แต่ละกลุ่มแยกย้ายกันเข้าฐานแต่ละฐานที่กำหนดไว้

 เด็กๆ ออกมาช่วยกันตอบคำถาม

ฐานกิจกรรมมีด้วยกัน ๕ ฐาน แต่ละฐานแบ่งเป็น ๒ จุด เพื่อไม่ให้จำนวนเด็กมากเกินไป ถ้านักเรียนเข้าครบทั้ง ๕ ฐาน จะได้รางวัลทุกคน
- ฐานที่ ๑ อร่อยครบหมู่ นักเรียนจะได้เรียนรู้หมวดอาหารที่ร่างกายควรได้รับในแต่ละวัน และการเลือกรับประทานอาหารอย่างเหมาะสม จากแผ่นปิรามิดอาหารและรูปภาพอาหารตามหมวด

 

 เรียนรู้อาหารครบหมู่


- ฐานที่ ๒ หวานซ่อนน้ำตาล นักเรียนจะได้เรียนรู้ถึงปริมาณน้ำตาลที่ซ่อนมาในเครื่องดื่มหรือท๊อฟฟี่ รู้ถึงปริมาณน้ำตาลที่บริโภคได้ต่อวัน รู้ว่าเครื่องดื่มที่มีอยู่ในท้องตลาดมีปริมาณน้ำตาลค่อนข้างมาก และรู้วิธีการอ่านฉลากโภชนาการ

 

 เรียนรู้วิธีอ่านฉลากอาหาร

 เครื่องดื่มแต่ละอย่างมีน้ำตาลกี่ช้อน


- ฐานที่ ๓ เค็มซ่อนรูป นักเรียนจะได้เรียนรู้ถึงปริมาณเกลือที่ซ่อนมาในอาหารสำเร็จรูปหรือ fast food และรู้จักเลือกรับประทาน

 

 เกลือที่ซ่อนอยู่ในอาหารก็มีเยอะนะ


- ฐานที่ ๔ พลังงานพลิกล๊อก นักเรียนจะได้เรียนรู้วิธีการคำนวณพลังงานจากอาหารที่เลือกรับประทาน ได้ทายพลังงานของอาหารในภาพ
- ฐานที่ ๕ ออกกำลังกาย นักเรียนจะได้เรียนรู้วิธีการออกกำลังกายแบบใช้ออกซิเจนและไม่ใช่ออกซิเจน รู้ว่าการออกกำลังกายแบบไหนให้ประโยชน์มากน้อยอย่างไร และถ้าต้องการลดน้ำหนักควรออกกำลังกายแบบใด

 

 เด็กโตก็สนใจเหมือนกัน

ระหว่างนักเรียนเข้าฐานกิจกรรมต่างๆ อยู่ ดิฉันก็ให้คุณครูและผู้ปกครองที่คะเนด้วยสายตาน่าจะมีประมาณ ๒๐ กว่าคน ประเมินความเสี่ยงต่อเบาหวานของตนเอง โดยใช้แบบประเมินของ รศ.นพ.วิชัย เอกพลากร ในระหว่างนั้นก็สอนวิธีคำนวณดัชนีมวลกายและการวัดความยาวเส้นรอบเอว ได้ผู้ที่มีความเสี่ยงค่อนข้างสูงและสูงหลายคน เสียดายที่ไม่ได้เอาเครื่องตรวจน้ำตาลในเลือดไปด้วย จึงไม่ได้วัดว่าใครมีน้ำตาลในเลือดสูงบ้าง ประมาณ ๑๐ น.กว่าบริษัท Roche มาร่วมตั้งโต๊ะ มีเครื่องตรวจวัดปริมาณไขมันในร่างกายมาให้ลองวัดดูด้วย

 

 เด็กๆ ประเมินตนเองว่าอยู่กลุ่มไหนตั้งแต่ ปกติ เริ่มอ้วน และอ้วนแล้ว

๑๑ น.กว่า นักเรียนที่เสร็จกิจกรรมตามฐาน ทยอยกลับเข้ามาในห้อง ดิฉันให้นักเรียนทำ AAR แย่งกันตอบอีกเช่นเคย แต่คราวนี้มี Sister มาคอยกำกับไม่ให้เด็กสนุกอย่างอิสระ เด็กๆ บอกว่ากิจกรรมวันนี้สนุก ได้ความรู้ ความคิด มีข้อเสนอแนะที่น่าสนใจ เช่น อยากให้มีกิจกรรมให้มากขึ้น อยากให้ไปนอกสถานที่ บางคนบอกว่าอยากให้วิทยากรสวยกว่านี้ก็มี พอถามว่าจะกลับไปทำอะไรต่อ หลายคนยกมือว่าจะเอาความรู้ไปปฏิบัติ Sister บอกว่าถ้าสัปดาห์หน้านักเรียนคนไหนมีน้ำหนักตัวลดลง ๑ กก.ให้มารับรางวัล

ดิฉันและทีมงานทำกิจกรรมแบบนี้กับเด็กนักเรียนเป็นครั้งแรก เราสังเกตและมองเห็นว่าต่อไปควรปรับปรุงอะไรบ้าง ดิฉันเสนอแนะคุณอุษณีย์ สุธารสขจรชัย ประธานสมาคมผู้ปกครอง ซึ่งเป็นตัวตั้งตัวตีในการจัดกิจกรรมครั้งนี้ และคุณครูว่าควรมีแผนการทำงานระยะยาว กิจกรรมครั้งนี้เพียงกระตุ้นให้เกิดความตระหนัก ยังไม่ถึงขั้นของการประเมินปัญหาและวางแผนการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ถ้าจะให้ดีอาจมีการจัดค่ายลดน้ำหนักสำหรับเด็กและผู้ปกครอง หลังจากนั้นมีเวทีให้เขาได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างกัน ติดตามความเปลี่ยนแปลง เสริมความรู้และให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง

สิ่งสำคัญอีกประการหนึ่งที่จะทำให้การรณรงค์เรื่องอ้วนในเด็กนักเรียนประสบความสำเร็จคือการสร้างสิ่งแวดล้อมที่เอื้ออำนวย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของอาหาร สถานที่สำหรับออกกำลังกาย และการมีแบบอย่างที่ดี นอกจากนี้ในการเรียนการสอนควรจะมีเนื้อหาประเภท "how to" ทั้งในเรื่องอาหารและการออกกำลังกายด้วย

วัลลา ตันตโยทัย วันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐