ครั้งแรกสำหรับการเดินทางกับน้องๆ นิสิตปริญญาตรี เมื่อวันที่ 12-14 มกราคม 2550 ที่ผ่านมานี้ เป็นการไปศึกษาดูงานที่โรงเรียนแม่ริมวิทยาคม อ.แม่ริม จ. เจียงใหม่เจ้า...

                โครงการนี้มี ท่านอาจารย์ไปด้วย 3 ท่าน นำทีมโดย ผศ.ดร.วารีรัตน์ แก้วอุไร  ดร.รุจโรจน์ แก้วอุไร และดร.อมรรัตน์ วัฒนาธร  

               เมื่อไปถึงเชียงใหม่เป็นเช้าวันศุกร์ คณะเดินทางได้เข้าสู่โรงเรียนแม่ริมวิทยาคมเพื่อฟังการบรรยาย การจัดการเรียนการสอน และการจัดหลักสูตรบูรณาการ ซึ่งที่นี่ทำเรื่อง "กล้วยไม้" โดยมีกระบวนการพัฒนาหลักสูตรบูรณาการนี้จากความต้องการของชุมชนท้องถิ่น ว่าต้องการเรื่องใดบ้าง แล้วนำมาจัดอันดับจากนั้นโรงเรียนเป็น คือ คณะกรรมการสถานศึกษา ครูทุกกลุ่มสาระ มาประชุมเพื่อหาข้อสรุปเพื่อนำไปจัดทำหลักสูตร

               คณะศึกษาดูงานของเรา แบ่งเป็น 2 กลุ่มค่ะ  คือ กลุ่มน้องนิสิตที่เรียนสาขาวิชา วิทยาศาสตร์ทั่วไป และสาขาวิชาภาษาอังกฤษหลังจากฟังบรรยายแนะนำโรงเรียนแล้วเราก็แยกย้ายกันไป  เหมี่ยวไปกับน้องๆ สาขาภาษาอังกฤษค่ะที่ห้องศูนย์ปฏิบัติการทางภาษา (ไม่แน่ใจชื่อห้องค่ะ จะกลับไปเช็คดูอีกที)  ในห้องนี้มีคอมพิวเตอร์สภาพดีหลายเครื่อง สำหรับการฝึกทักษะทางภาษาอังกฤษ อาจารย์ที่บรรบายให้ฟังได้แนะนำโปรแกรม Tell Me More ที่สามารถฝึกทักษะของนักเรียนครบทุกทักษะ น้องๆ นิสิตลองเปิดเล่นกัน รู้สึกว่าสนุกกันมาก อยากได้โปรแกรมกลับแต่ว่าทางโรงเรียนซื้อลิขสิทธิ์ค่ะ (แพงน่าดู)

               จากนั้นท่านอาจารย์ก็พาไปที่ห้องสื่อการเรียนการสอนค่ะ ห้องนี้มีสื่อหลายประเภทมากทั้ง กระเป๋าผนัง PoP Up และสื่อทำมืออีกเยอะ ทำให้เห็นว่า แม้โรงเรียนจะเป็นโรงเรียนในฝัน ใช้ Key card เข้าโรงเรียน มีสื่อเทคโนโลยีเพียบ แต่ก็ยังใช้สื่อทำมือง่ายๆ ควบคู่กันไปด้วย   ส่วนใหญ่สื่อที่อาจารย์ให้ดู เป็นผลงานของนักเรียนที่ช่วยกันทำด้วย 

                 น้องๆ นิสิตของเรา เป็นเด็กที่ช่างสงสัย ช่างถาม และอยากรู้คำตอบค่ะ  เลยได้โอกาสถามอาจารย์กันใหญ่ สงสัยปุ๊บถามปั๊บ (ก็ได้รับมอบหมายงานก่อนหน้านั้นแล้วเจ้าค่ะ ไม่ถามเดี๋ยวไม่ได้ A ล่ะจะยุ่ง)  แต่ที่น่าประทับใจคือ อาจารย์ก็ยินดีตอบคำถามชนิด เปิดโปง หมดเปลือกกันเลยทีเดียว  แล้วก็ยังฝากให้นิสิตกลับมาคิดด้วยว่า เวลาเรียนที่จัดให้กับพื้นฐานภาษาอังกฤษ เพียง 2 คาบ/สัปดาห์จะทำอย่างไรให้นักเรียนเกิดการพัฒนาทักษะ มากขึ้น  จะมีวิธีบริหารจัดการอย่างไรด้วย

                 สิ่งที่น้องๆ นิสิตเล่าให้ฟัง ตอนทำ AAR คือ เค้าประทับใจครูที่แม่ริม ที่เล่าให้ฟังถึงปัญหา และวิธีการแก้ปัญหาในการจัดการเรียนการสอน ไม่โอ้อวดว่าฉันสอนดีอย่างนั้นอย่างนี้ แต่บอกให้เห็นปัญหาที่พบจริงๆ ที่นี่นักเรียนเป็นชาวเขาส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งเป็นล้านนา การเรียนการสอนภาษาอังกฤษจึงมีอุปสรรคแตกต่างกันไป ลำพังภาษาไทยนักเรียนก็ยังไม่ค่อยสำเร็จนัก การใช้สื่อ และการให้นักเรียนช่วยกันทำสื่อจากฝีมือเค้าเอง จะสร้างแรงจูงใจให้พวกเค้าสนใจเรียนมากขึ้น

                 มีน้อง ผึ้ง สาวน้อยขี้อาย นิสิตภาษาอังกฤษ เล่าให้ฟังตอน AAR ว่า "อยากรู้เรื่องการทำกระเป๋าผนัง แต่ไม่กล้าถามตอนที่เพื่อนอยู่ กล้วเพื่อนแซว พอเพื่อนๆลงไปทานข้าว หนูก็รอพบอาจารย์เค้าค่ะ ถามท่านว่า หนูอยากรู้วิธีทำกระเป๋าผนังค่ะ อาจารย์ช่วยสอนหนูได้ไหมค่ะ  อาจารย์ไปหยิบกระดาษโฆษณาของห้างดัง มาแล้วก็พับให้ดู บอกว่าให้ใช้กระดาษลังก็ได้ไม่ต้องซื้อแพง เอากระดาษสีที่เค้าโฆษณาก็ได้ ขอแค่ให้สีมันสวยๆ ก็พอไม่ต้องซื้อ แล้วก็นำเรื่องที่ต้องการสอนติดเข้าไป เช่น พวกคำศัพท์ต่างๆ " (ไม่รู้ว่าเล่าหมดหรือเปล่า จะให้น้องคนเล่ามาเพิ่มเติมให้ทีหลังนะค่ะ)  นี่คือสิ่งที่น้องประทับใจ แล้วน้องยังได้ข้อคิดอีกว่า ถ้าเราอายเราก็ไม่ได้ความรู้

                  ส่วนการศึกษาดูงวนโรงเรียนแม่ริมวิทยาคมแห่งนี้ สิ่งที่เหมี่ยวได้ คือ

               ด้เห็นครูที่เป็นครูด้วยวิญญาณ ทำทุกอย่างที่จะให้นักเรียนได้เพิ่มศักยภาพของเค้าเอง คิดถึงความแตกต่างระหว่างบุคคลของนักเรียนจริงๆ 

               ได้เห็นหลักสูตรที่มาจากความร่วมมือกันของชุมชนและโรงเรียน  

                 ได้เห็นสภาพความเป็นจริงในโรงเรียน ปัญหา  วิธีแก้ไข  ความสำเร็จ  ความภาคภูมิใจของนักเรียน

                 ได้มุมมองใหม่ๆ ในการจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ ในบริบทของสังคมท้องถิ่น  

                ได้แนวทางการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนในรูปแบบต่างๆ

                 ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และรับความรู้ประสบการณ์ใหม่ๆ จากผู้มีประสบการณ์ทางการสอน

                 ได้รับรู้เกียรติประวัติ ของเจ้านายฝ่ายเหนือ "เจ้าดารารัศมี ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5"

                การเรียนรู้นอกห้องเรียนได้เกิดขึ้นแล้วเจ้าค่ะ แล้วยากจะลืมจริงๆ เพราะมันนำไปประยุกต์ใช้ในเส้นทางชีวิตนักการศึกษาได้ดีทีเดียว

                สุดท้าย " ประสบการณ์ดีๆ ที่เชียงใหม่" ยังไม่จบ จะนำรูปและเรื่องเล่าของน้องๆ มาฝากอีกค่ะ  ๐*** โปรดติดตามตอนต่อไป {' '}