ในสังโยชน์ 10 นั้น   (เชือก 10 เส้น ที่รัดเรา ไม่ให้ พ้นทุกข์แบบถาวร) มีอยู่ 3 เส้นแรกๆ  คือ  ละ "สักกายทิฐิ"    ละ"วิจิกิจฉา" และ ละ"สีลัพพตปรามาส"  ( ละ = ละทิ้ง  ตัดขาด)

  • ไม่ว่าจะเป็น  สักกายทิฐิ   วิจิกิจฉา  หรือ สีลัพพตปรามาส

อธิบายเป็น คำพูดยาก   ประมาณ  อธิบาย สีแดง ให้คนตาบอดฟัง  หรือ บอกปลาว่า  บนฟ้า  เป็นอย่างไร

  • ละ "สีลัพพตปรามาส" =  ละ  "การลูบๆ คลำๆ ศีล"

ศีล = ปกติ   ---->  ปกติที่ใจ  

  • ปกติ  คือ ใจเป็นปกติ   จิตว่างๆ   นี่แหละ 
  • อธิศีล = รักษาศีลที่ใจ ให้จิตว่างๆ ใจเป็นปกตินี่แหละ  --->  เอาสติไปทำงานแทนใจ  ใจจะได้ว่างๆไงล่ะ

อธิศีล =  เป็นศีลที่เป็น Natural    ไม่ใช่ ศีลแบบ format หรือ ศีลมีรูปแบบ

ก็เหมือนทำ KM     ส่วนใหญ่  ทำแบบ format KM    จะหาสักกี่องค์กร ที่ทำแบบ Natural   ฮ่าๆๆ 

  • ถือศีลแบบขาดสติ   ก็ถือว่า ปรามาสศีล (ลูบๆ คลำๆ)
  • ถือศีลแบบทำให้จิตไม่ปกติ  ก็ถือว่า ปรามาสศีล
  • ถือศีลแบบทำคนอื่นเดือดร้อน ทำตนเอง ทำหมู่คณะเดือดร้อน  ก็ถือว่า ปรามาสศีล
  • ถือศีลแล้วเป็นทุกข์   ก็ถือว่า ปรามาสศีล
  • ถือศีลแล้ว  หยิ่งพยอง  อวดตน ก็ถือว่า ปรามาสศีล

ที่เขียนมานี้   อยู่ในเรื่อง สังโยชน์ 10 

จริงๆแล้ว  อย่าไปสนใจ บาลี  อะไรนักเลย   เอาแค่ มีสติ ดูลมหายใจ ดูจิต  ดูกาย ให้ต่อเนื่อง  แล้วก็จะ ปิ้งแวบออกมาเองว่า  สังโยชน์สิบ คือ อย่างไร   

ศึกษาทางพุทธ  เป็น action learning ครับ