โดยหลักการของธรรมชาติ การพัฒนาการใดๆ ก็ตาม จะมีการพัฒนาแบบผสมผสาน ( Co-evolution) และมีกิจกรรมร่วมกัน จนทำให้เกิดความสัมพันธ์ที่เป็นเรื่องเดียวกัน ซึ่งเป็นเรื่องปกติธรรมดาในทุกเรื่อง  ไม่ว่าจะเป็นระบบร่างกาย ระบบธรรมชาติ หรือระบบสังคมใดๆ จะมีการพัฒนาแบบบูรณาการอยู่ในทุกๆ ส่วน

จนอาจกล่าวได้ว่า การบูรณาการเป็นเรื่องธรรมชาติ และการไม่บูรณาการคือเรื่องผิดธรรมชาติ

  

แต่ทำไม เมื่อกล่าวถึงการบูรณาการ ทุกคนจึงเอือมระอาและไม่สนใจที่จะทำให้ครบถ้วนสมบูรณ์ แต่กลับมองว่าเป็นเรื่องแปลงประหลาด ยากที่จะทำให้บรรลุเป้าหมายได้

  

สาเหตุที่สำคัญเกี่ยวกับเรื่องนี้คือ การพัฒนาความคิดแบบแยกส่วน ทำให้มีการเรียนรู้และพัฒนาองค์ความรู้เป็นชิ้นๆ แยกกันไปแบบตัวใครตัวมัน  แต่เมื่อจะนำความรู้เหล่านั้นเข้ามาพัฒนาในโลกแห่งความเป็นจริง ก็พบว่า ความรู้ที่พัฒนาแบบแยกส่วนนั้น มีความแตกต่างกันจนไม่สามารถจะนำมารวมกันได้โดยง่าย  หรือในหลายๆ กรณี อาจรวมกันไม่ได้เลย

  

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่แปลกประหลาดมาก ๆ

  

สาเหตุที่แปลกประหลาดเพราะว่า เรื่องธรรมดาที่มีการผสมผสานอยู่ในธรรมชาติแบบบูรณาการ กลายเป็นเรื่องยาก

  

แต่เรื่องที่แยกส่วน อยู่อย่างโดดเดี่ยว และอยู่อย่างไม่เป็นธรรมชาติ นั้น กลับเป็นเรื่องง่าย

  

แต่พอจะนำสิ่งที่ง่ายนั้นไปรวมกัน กลับเป็นเรื่องยาก

แล้วจะทำไปทำไม เมื่อรู้ว่ามันยากก็หยุดซะ ทุกอย่างที่แก้ที่ต้นเหตุ นั้น แก้ได้ทุกอย่าง ตามหลัก อริยสัจสี่ ครับ

 

ง่ายหรือยาก อยู่ที่ไหน?  อะไรเป็นตัวตัดสิน

  

แท้ที่จริงแล้ว ทุกอย่างเป็นเรื่องง่ายทั้งหมด เพราะเป็นระบบธรรมชาติ

ที่ว่ายาก เพราะว่าทำอย่างไม่เป็นธรรมชาตินั่นเอง

  

แล้วทำไม ! เราไม่ทำให้เป็นธรรมชาติซะล่ะ ตัวเรา ระบบสังคม ระบบทรัพยากร ก็เป็นธรรมชาติอยู่แล้ว เราก็ทำตัวให้กลมกลืนกับธรรมชาติซะ ทุกอย่างก็จะลงตัวไปเอง เช่น การจัดการความรู้แบบธรรมชาติ ซึ่งยืนอยู่บนฐานการจัดการความรู้เพื่อการใช้ประโยชน์จริงๆ ความรู้ที่เกิดขึ้นก็สามารถนำไปผสมผสานกับความรู้แบบต่างๆ ได้ทันที

  

แต่ถ้าจัดการความรู้แบบไม่เป็นธรรมชาติ แบบแยกส่วน ยิ่งทำก็ยิ่งยาก เพราะมีความแตกต่างและแปลกแยกจนหาจุดร่วมไม่ได้อีกต่อไป

  

เมื่อไม่มีจุดร่วม ก็ทำให้ไม่มีจุดรวม จึงนำไปสู่ระบบที่ต่างคนต่างอยู่ และไม่เกิดผลในทางปฏิบัติแต่อย่างใด

  

ดังนั้น หลักการบูรณาการที่สำคัญ คือ 

ทำทุกอย่างให้เป็นหนึ่ง หมายความว่า ทุกอย่างที่มีอยู่ในระบบทั้งหมด ต้องนำมารวมกัน ให้เป็นระบบเดียวกันให้ได้ เช่นเดียวกับร่างกายของเรา ที่มีอวัยวะแตกต่างกันมากมาย แต่ก็อยู่แบบ เป็นหนึ่ง   และถ้ามีสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่จะแยกออกไป ก็ถือเป็นเรื่องใหญ่โตเลยล่ะครับ

  และในทางกลับกัน บูรณาการ ก็คือ หนึ่งเดียวที่มีอยู่นั้น สามารถทำหน้าที่ได้ทุกอย่าง จึงจะเรียกว่า เป็นการบูรณาการอย่างแท้จริง  

ลองทบทวนดูนะครับ ว่า เราจะนำหลักการบูรณาการนี้ไปสู่การปฏิบัติได้อย่างไร

  

เท่าที่ผมดูนะครับ ถ้าเราทำแบบค่อยเป็นค่อยไป จากเล็กไปใหญ่ การบูรณาการเกิดขึ้นได้ง่ายมาก

เหมือนกับการเจริญเติบโตเหมือนสิ่งมีชีวิต แต่ถ้าทำใหญ่เลยทีเดียว จะผสมผสานกันยากมาก เช่นเดียวกับการเจริญเติบโตของสิ่งที่ไม่มีชีวิต

  โดยสรุปแล้ว การบูรณาการคือการพัฒนาชีวิตแบบมีชีวิตเพื่อชีวิต ก็เท่านั้นเอง ท่านเห็นด้วยไหมครับ