เด็กบางคน "เก่งขึ้น" เพราะรู้ว่าครูเชื่อในตัวเขา และพร้อมเป็นพื้นที่ปลอดภัยทางใจแก่เขาเสมอ

เด็กจะกล้าเติบโต ถ้ารู้ว่า.. ครูรักเขาอย่างมีกรอบ ไม่ใช่ปล่อยวางเขาอย่างไร้ทิศทาง

พื้นที่ปลอดภัย ไม่ใช่ห้องที่ไม่มีความผิดหวัง แต่เป็นห้องที่ผิด แล้วยังมีคนอยู่ข้าง ๆ

พื้นที่ปลอดภัย คือ พื้นที่ที่เด็กรู้ว่าความผิด สามารถแก้ไขและเป็นโอกาสในการเรียนรู้ร่วมกัน รู้จักความเหมาะสม มีความสมดุลระหว่าง อิสระ และ กรอบที่ชัดเจน เพื่อให้เด็ก ได้มีสิทธิ์และหน้าที่

 

ครูเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในห้องเรียน เพื่อสร้างพื้นที่ดังกล่าว 

1. การสร้างความรักอย่างมีกรอบ คือ รากของวินัยภายใน ไม่ใช่การควบคุมจากภายนอก

เด็กต้องการทั้ง ความอบอุ่น และ ความมั่นคง จากทฤษฏีของ Parenting Style (Baumrind, 1966) กล่าวว่า การเลี้ยงดูที่ดีที่สุด คือ ในรูปแบบ Autoritative คือ ความเข้าใจ รับฟัง ยอมรับพร้อมมีขอบเขตชัดเจนที่เด็กต้องเรียนรู้และเคารพ เด็กที่เติบโต โดยไม่ทราบขอบเขตของการกระทำ ไม่ถือเป็นความรักที่ดี ขอบเขตมีเพื่อดูแลซึ่งกันและกัน ให้เด็กรับรู้ว่า ตัวเขามีสิทธิ์ในห้องนี้ สามารถสร้างความปลอดภัยทางใจได้

กรอบที่มีคุณภาพ คือ กรอบที่สร้างวินัยจากภายใน จะทำให้เด็กเข้าใจเหตุผล และ รับผิดชอบด้วยตนเอง

 

2. จากความมั่นใจสู่ความรับผิดชอบ

เด็กที่มั่นใจ จะกล้ารับบทบาทและพร้อมแบกรับผลของการกระทำ โดยความรับผิดชอบไม่ได้เริ่มจากกฏ แต่มาจากความสัมพันธ์ 

ความสัมพันธ์ที่มั่นคง คือ พื้นฐานของการทำตามขอบเขตด้วยความยินดี 

 

3. เด็กบางคนเก่งขึ้น เพราะครูเชื่อในเขา

เด็กหลายคนไม่ได้ต้องการคนที่สอนเก่งที่สุด แต่ต้องการ "คนที่ยังเชื่อในเขา" แม้ในวันที่เขายังไม่เชื่อในตัวเอง บางครั้งเด็กเริ่มพยายาม ไม่ใช่เพราะความมั่นใจในตนเอง เพียงอย่างเดียว แต่เพราะเชื่อว่า ผู้ใหญ่ยังไม่หยุดเชื่อในเขา ตามงานวิจัยของ Robert Rosenthal & Lenore Jacob (1968)-Pymalion Effect เด็กจะสามารถซึมซับความคาดหวังของครู แล้วแปลงเป็น "แรงขับภายใน" ควรแสดงออกอย่างสม่ำเสมอ จนเด็กสามารถสัมผัสได้จริง ให้เด็กรู้ว่า เขาสามารถไปต่อได้ ... ครูไม่ได้วัดเธอด้วยสิ่งที่เธอเคยล้ม แต่ครูวัดเธอจากพลังที่เธอยังมี ...

 

ความเชื่อมั่นของครู คือบันได้ขั้นแรกของการฟื้นตัวทางใจ จากทฤษฏี Self-Determination Theory (Deci & Ryan,2000)

สำหรับเด็กบางคน ความเชื่อมั่นของคนที่เค้ารัก สำคัญยิ่งกว่าทักษะในตำราเรียน สิ่งที่เปลี่ยนใจเด็กได้จริง คือ คำพุดในช่วงที่เค้ายังทำไม่ได้ ช่วยสร้าง "รากของความมั่นใจ" ความกล้าที่จะทำในสิ่งที่ยากขึ้นเรื่อย ๆ เด็กจะไม่กลัว การหมดคุณค่า ถ้ายังทำไม่สำเร็จ ครูที่เชื่อใน การบวนการของเด็ก จะได้รับผลลัพธ์ที่ยิ่งใหญ่กว่า

 

4. ครู คือ ภาพสะท้อนตัวตน ที่เด็กใช้มองตัวเอง

ทฤษฏี Looking Glass Self (Cooley,1902) ครูเป็นเหมือนดังแสงสว่าง ช่วยส่องทางให้นักเรียนได้มองเห็นทางของตนเอง ในจุดที่เขาอาจมองข้ามไป การสะท้อนที่เปลี่่ยนชีวิต คือการกระทำอย่างสม่ำเสมอ เด็กจะเริ่มสร้างตัวตน จากสิ่งที่ครูได้สะท้อนกลับไป ครู คือ กระจกใบแรกๆ ในชีวิตเด็ก เด็กจะค่อยๆเติบโตไปในสิ่งที่เขาไม่กล้าฝันมาก่อน