ดิฉันได้มีโอกาสไปขอนแก่นเป็นครั้งคราว ครั้งล่าสุดที่ไปก็เดือนธันวาคม ๔๙ ไปเก็บภาพนาและความคิดของคนทำนา – อาจารย์แสวง รวมทั้งทำธูระอื่น ๆ ด้วย

ขอนแก่นทีเคยถูกวางแผนให้เป็นเมืองหลวงของภาคอีสาน บัดนี้กลายเป็นเมืองใหญ่ขยายตัวทุกทิศทุกทาง นอกจากถนนสายหลักแล้วก็เต็มไปด้วยตรอกซอกซอยคดเคี้ยวแปลกใหม่ต่อสายตาทุกครั้งที่ได้ไป เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ผู้คนหนาแน่น รถราขวักไขว่ ไม่แน่ว่าตอนเช้าที่ผู้คนไปทำงาน เด็กไปโรงเรียน จะแน่นเพียงไร เพราะไม่เคยเห็น ช่วงเวลาที่ได้เห็นนั้นถนนก็ไม่เคยว่างจากรถเลย

มาเที่ยวนี้ เห็นป้ายโฆษณาเชิญชวนของเทศบาลนครขอนแก่นทำนอง ..ช่วยกันประหยัดน้ำมัน หันมาปั่นจักรยานไปทำงานกันเถอะ....ทำนองนี้ ติดไว้ตามแยกต่าง ๆ ใจกลางนคร ความคิดเริ่ด มีจินตนาการ สอดคล้องและคมเชียว สำหรับแนวคิดของเทศบาล ที่โดยทั่วไปจะถนัดกับการสร้างสรรค์งาน ขุด เจาะ ทุบ รื้อ เก็บกวาดให้เรียบร้อยแล้วสร้างใหม่ ปลูกใหม่

ชาวขอนแก่นก็น่าจะอยากปั่นจักรยานเหมือนกัน แต่ไม่รู้จะไปปั่นตรงไหน เพราะถนนที่มีอยู่ ลำพังจะเดินข้ามก็ยังต้องดูแล้วดูอีกให้แน่ใจ แล้ว หนึ่ง สอง ซ้าม วิ้งง... รถชุมยิ่งกว่ายุงจากบึงแก่นนคร!!!! ชวนให้คิดว่า คงเป็นโครงการรณรงค์ด้านพลังงานโดยอาศัยให้ป้ายเป็นผู้รับผิดชอบและดำเนินโครงการไป

แต่ที่บ้านของดิฉัน มีจักรยานทุกขนาด หลากรูปแบบ ทั้งใหม่ ทั้งเก่า ทั้งแบบสองล้อ และสามล้อสำหรับเด็กเล็ก เล็ก คนปั่นจักรยานกันตั้งแต่ตัวเปี๊ยกจนถึงวัยดึกที่เดินไม่ไหวปวดขาแต่ปั่นจักรยานพอได้ มีคนใช้รถให้เห็นตามซอกซอย รวมถึงจักรยานแบบไฮโซคือจะปั่นได้ต้องแต่งตัวครบชุด มีหมวกกันน๊อคที่แหลมหน้าแหลมหลัง ใส่เสื้อยืดรัดรูปสีสดใส กางเกงแนบเนื้อขาสั้น พร้อมเครื่องประดับคู่ใจ จักรยานราคาเรือนแสน มักจะปรากฏตัวยามเช้า ไปกันเป็นแก๊งค์ เสียงคุยดังลั่นถนน ดูสดใสละลานตา...

ดิฉันก็เอากับเขาด้วย ดิฉันรวย.......มีรถ ๓  คันเป็นจักรยานเก่า ของคนอื่น ๒ คัน ที่เจ้าของนาน ๆ มาที ก็เลยตกเป็นของดิฉันโดยปริยายสำหรับ ๑) ขี่ไปไกล ๆ ออกกำลัง  ๒) ขี่ไปตลาดไปธุระต่าง ๆ  ล้อใหญ่ปั่นไม่เหนื่อย  ๓) สำหรับใส่ผ้าถุงขี่ คันเตี้ย เวลาถึงสี่แยกต้องหยุด เอาเท้าแตะพื้นได้  ฟุ่มเฟือยจริง ๆ  ดิฉันชอบใช้จักรยานเพราะจักรยานอนุญาตให้ดิฉันได้ใช้สายตาสอดส่าย เห็นขยะได้

ดิฉันจะปั่นจักรยานเส้นทางพิเศษคือไปตามซอกซอยเล็ก ๆ  น้อย ๆ ลัดไปมาและถือโอกาสตอนไปตลาดนั่นแหละถ้าไม่หิวข้าวก่อน ปั่นกลับมาผ่านซอกซอย ถ้าเป็นวันเสาร์อาทิตย์สาย ๆ  ก็จะเห็นกลุ่มเด็กเล็กต่ำกว่าป. ๔ ขี่จักรยานไปเที่ยวเล่นคุยกันออกรสบนอานจักรยาน รุ่นใหญ่ขึ้นมาก็จะไปกัน ๒-๓ คน มีแฟ้มกระดาษ ทำรายงาน ใส่เสื้อผ้าสดใส มัดผมแกละ บ้างใส่แว่นตาแล้ว ปั่นสวนทางกับดิฉัน เด็กของเราโชคดีมีชีวิตที่ได้ใช้จักรยาน.....

     แต่เทศบาลนครพนม ไม่ทำป้ายแบบเทศบาลนครขอนแก่น
            นครขอนแก่นทำป้ายเต็มเมือง แต่ไม่มีจักรยาน
มันผิดฝาผิดตัว น่าจะย้ายเทศบาลนครพนมไปอยู่ขอนแก่น แล้วย้ายเทศบาลนครขอนแก่นมาอยู่นครพนม อยากจะดูว่า ถ้าคนปั่นจักรยานแล้วเทศบาลจะทำอะไรต่อ!!!