ว่าด้วยตุทุปัจเจกพรหม

ตุทุพรหมสูตร

พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๕ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๗ [ฉบับมหาจุฬาฯ]

สังยุตตนิกาย สคาถวรรค

๙. ตุทุพรหมสูตร

ว่าด้วยตุทุปัจเจกพรหม

             [๑๘๐] เรื่องเกิดขึ้นที่กรุงสาวัตถี

             สมัยนั้น โกกาลิกภิกษุอาพาธ ได้รับทุกข์ เป็นไข้หนัก ครั้นเมื่อราตรีผ่านไป ตุทุปัจเจกพรหมมีวรรณะงดงามยิ่งนัก เปล่งรัศมีให้สว่างทั่วพระเชตวัน เข้าไปหาโกกาลิกภิกษุจนถึงที่อยู่ ยืนอยู่กลางอากาศได้กล่าวกับโกกาลิกภิกษุดังนี้ว่า “ท่านโกกาลิกะ ท่านจงทำจิตให้เลื่อมใสในท่านพระสารีบุตรและท่านพระโมคคัลลานะเถิด เพราะท่านพระสารีบุตรและท่านพระโมคคัลลานะ เป็นผู้มีศีลเป็นที่รัก”

             โกกาลิกภิกษุถามว่า “ผู้มีอายุ ท่านเป็นใคร”

             ตุทุปัจเจกพรหมตอบว่า “เราเป็นตุทุปัจเจกพรหม”

             โกกาลิกภิกษุกล่าวว่า “ผู้มีอายุ ท่านได้รับพยากรณ์จากพระผู้มีพระภาคว่าเป็นอนาคามีแล้วมิใช่หรือ เมื่อเป็นเช่นนี้ ทำไมท่านจึงมาที่นี้อีก ท่านจงเห็นว่าความผิดนี้ของท่านมีอยู่เถิด”

             ตุทุปัจเจกพรหมได้กล่าวว่า

                          ผรุสวาจา (คำหยาบ) เป็นเหมือนผึ่ง

                          เครื่องตัดตนของคนพาลผู้กล่าวคำชั่ว

                          ย่อมเกิดที่ปากของบุรุษ

                          ผู้ใดสรรเสริญคนที่ควรติเตียน

                          หรือติเตียนคนที่ควรสรรเสริญ

                          ผู้นั้นชื่อว่าสั่งสมความผิดไว้ด้วยปาก

                          ย่อมไม่ประสบความสุข เพราะความผิดนั้น

                         การปราชัยด้วยทรัพย์

                          ในการเล่นการพนันจนหมดตัวนี้

                          เป็นความผิดเพียงเล็กน้อย

                          แต่การที่บุคคลมีใจประทุษร้าย

                          ในบุคคลผู้ดำเนินไปดีแล้วนี้เท่านั้น

                          เป็นความผิดมากกว่า

                          บุคคลผู้ตั้งวาจาและใจอันชั่ว ติเตียนพระอริยะ

                          ย่อมเข้าถึงนรกสิ้น ๑๓๖,๐๐๐ นิรัพพุทกัป (เป็นจำนวนกัปที่ใช้สังขยา (การกำหนดนับ) จำนวนสูง พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน ให้ความหมายว่า เท่ากับ ๑ มี ๐ ตามหลัง ๖๓ ตัว บ้างว่า ๑๐๐ ล้าน)

                          กับอีก ๕ อัพพุทกัป

ตุทุพรหมสูตรที่ ๙ จบ

------------------

อรรถกถาตุทุพรหมสูตรที่ ๙

          ความว่า พระอุปัชฌาย์ของภิกษุโกกาลิก ชื่อว่าตุทุเถระบรรลุอนาคามิผลแล้วบังเกิดในพรหมโลก. ตุทุพรหมนั้นได้ทราบข่าวบาปกรรมของภิกษุโกกาลิกตั้งต้นแต่ภุมมัฏฐกเทวดา โดยเล่าสืบๆ กันจนถึงพรหมโลกว่า ภิกษุโกกาลิกกล่าวตู่พระอัครสาวกด้วยอันติมวัตถุ ทำกรรมอันไม่สมควรแล้ว จึงมาปรากฏต่อหน้าภิกษุโกกาลิกนั้นด้วยหมายใจว่า เมื่อเราเห็นอยู่ เธออย่าเป็นคนกำพร้า [ปราศจากพวก] ต้องเสียหายไป เราจักเตือนเธอเพื่อให้จิตเลื่อมใสในพระเถระ. (ท่านพระสารีบุตรและท่านพระโมคคัลลานะ)

         โกกาลิกะกล่าวว่า ท่านจงเห็นข้อที่ท่านผิดเพียงไร ท่านไม่เห็นฝีใหญ่ที่หน้าผากของตน เห็นกระผมที่ควรตักเตือนด้วย เพราะฝีเท่าเมล็ดพันธุ์ผักกาด ครั้งนั้น ตุทุพรหมรู้ว่า โกกาลิกนี้ได้ประสบสิ่งที่ตนไม่เคยเห็น [ไม่มีประสบการณ์] เป็นคนกำพร้าจักไม่เชื่อคำของใครๆ เหมือนกลืนยาพิษอยู่ในลำคอ 

         บัดนี้ เมื่อจะแสดงความประทุษร้ายแห่งจิตนั้นว่ามีโทษมากกว่า จำนวน ๑๓๖,๐๐๐ นิรัพพุทะ [นิรัพพุทะ ๑ เท่ากับจำนวน ๑ มีสูญตามหลัง ๖๓ ตัว ถ้าแสนนิรัพพุทะเป็นเท่าไร]. กับอีก ๕ อัพพุทะ. ในข้อที่ผู้ติเตียนพระอริยะย่อมตกนรก มีอายุประมาณเท่านี้.