เช้าวันแรกที่โรงแรม CYBO Station (๓ ธ.ค. ๖๘) เมืองเสินเจิ้น  ผมถามสหายเอไอว่า “กรุณาสรุปสาระสำคัญในหนังสือ Education in China เขียนโดย Janette Ryan    สภาพของการศึกษาจีนในปัจจุบัน แตกต่างจากในหนังสืออย่างไรบ้าง  การศึกษาในเสินเจิ้นและกว่างโจวแตกต่างจากในหนังสืออย่างไรบ้าง    มีส่วนใดบ้างที่เป็นข้อเรียนรู้สำคัญ สำหรับนำไปปรับใช้ต่อการพัฒนาการศึกษาไทย”    ไม่มีสหายใดทำงาน    นอกจาก DeepSeek ที่ให้คำตอบดังนี้

 

DeepSeek:

จากการวิเคราะห์หนังสือ "Education in China" โดย Janette Ryan และการติดตามพัฒนาการการศึกษาจีนในปัจจุบัน สามารถสรุปสาระสำคัญและความเปลี่ยนแปลงได้ดังนี้

 

สาระสำคัญของหนังสือ "Education in China" โดย Janette Ryan

หนังสือนี้วิเคราะห์ระบบการศึกษาจีนในช่วงเวลาที่เขียน (ประมาณทศวรรษ 2010 หรือก่อนหน้า) โดยเน้นไปที่:

1. การเปลี่ยนแปลงหลังยุคเหมา : การเปลี่ยนจากอุดมการณ์คอมมิวนิสต์แบบสุดขั้วสู่ระบบที่ผสมผสานความเป็นสากลมากขึ้น

2. ความตึงเครียดระหว่าง "ดั้งเดิม" กับ "สมัยใหม่" : เช่น การเรียนแบบท่องจำและการสอบเข้มข้น (เกาเข่า) กับความพยายามปฏิรูปให้เน้นความคิดสร้างสรรค์

3. ผลกระทบของนโยบายลูกคนเดียว : ทำให้ครอบครัวทุ่มเททรัพยากรมากขึ้นเพื่อการศึกษาเด็กคนเดียว สร้างแรงกดดันสูง

4. ความเหลื่อมล้ำระหว่างเมืองและชนบท : การกระจายทรัพยากรการศึกษาที่ไม่เท่าเทียม

5. การผงาดขึ้นของจีนในเวทีโลก : ความพยายามสร้างมหาวิทยาลัยระดับโลกและส่งเสริมการศึกษาระหว่างประเทศ

 

สภาพการศึกษาจีนปัจจุบันที่แตกต่างจากในหนังสือ

1. การปฏิรูปการศึกษาครั้งใหญ่ (ลดแรงกดดัน "Double Reduction" Policy, 2021) : รัฐบาลออกนโยบายลดการบ้าน ลดบทเรียนเสริม และควบคุมการศึกษากวดวิชาเอกชนเพื่อลดแรงกดดันต่อนักเรียนและครอบครัว

2. ความสำคัญของคุณภาพเหนือปริมาณ : การเปลี่ยนจากการเน้นจำนวนผู้จบการศึกษา สู่การพัฒนาทักษะนวัตกรรมและความคิดเชิงวิพากษ์

3. เทคโนโลยีการศึกษา (EdTech) และ AI : การบูรณาการเทคโนโลยีดิจิทัล ห้องเรียนอัจฉริยะ และ AI เข้ามาในกระบวนการเรียนการสอนอย่างกว้างขวาง

4. การขยายการศึกษาระดับอุดมศึกษาและอาชีวศึกษา : การเพิ่มสัดส่วนการศึกษาเชิงเทคนิคและอาชีวศึกษาเพื่อตอบสนองตลาดแรงงาน

5. การส่งเสริม "คุณธรรม" และอุดมการณ์สังคมนิยม : การเพิ่มเนื้อหาด้านความคิดอุดมการณ์การเมืองและคุณธรรมในหลักสูตร

 

การศึกษาในเสินเจิ้นและกว่างโจว (แตกต่างจากในหนังสือ)

1. เสินเจิ้น (เมืองนวัตกรรม) :

   - มีโรงเรียนและมหาวิทยาลัยที่ร่วมมือกับบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ (เช่น Tencent, Huawei) เน้นการเรียนแบบ Project-based Learning

   - มีหลักสูตรพิเศษด้าน STEM, Robotics, AI และนวัตกรรมทางธุรกิจ

   - มีความเป็นสากลสูง มีหลักสูตรภาษาอังกฤษและหลักสูตรร่วมกับต่างประเทศ

 

2. กว่างโจว (เมืองศูนย์กลางเศรษฐกิจและการค้า):

   - การศึกษาเน้นการค้าระหว่างประเทศ โลจิสติกส์ และการบริหาร

   - มีโรงเรียนนานาชาติและหลักสูตรสองภาษาจำนวนมาก

   - การเชื่อมโยงกับโครงการ Belt and Road Initiative ส่งเสริมภาษาต่างประเทศและวัฒนธรรม

 

ข้อแตกต่างร่วมของทั้งสองเมืองจากในหนังสือ : การศึกษาในสองเมืองนี้มีแนวโน้ม "ก้าวหน้า" และ "เป็นสากล" มากกว่าภาพรวมของจีนในหนังสือ เน้นทักษะศตวรรษที่ 21 การคิดสร้างสรรค์ และการเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมจริง

 

ข้อเรียนรู้สำคัญสำหรับการพัฒนาการศึกษาไทย

1. ความสมดุลระหว่างความรู้พื้นฐานและทักษะสมัยใหม่ : รักษาพื้นฐานวิชาการที่แข็งแกร่ง (คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์) แต่เพิ่มการพัฒนาทักษะความคิดสร้างสรรค์ การคิดวิเคราะห์ และทักษะชีวิต

2. การลดความเหลื่อมล้ำด้วยเทคโนโลยี : ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและแพลตฟอร์มออนไลน์เพื่อกระจายทรัพยากรการศึกษาคุณภาพสูงไปยังพื้นที่ห่างไกล

3. การปฏิรูประบบสอบและประเมินผล : ลดความสำคัญของการสอบเข้าแบบครั้งเดียว (เช่น O-NET) สู่ระบบประเมินที่หลากหลายและดูพัฒนาการรอบด้าน

4. ความร่วมมือสามฝ่าย (รัฐ-มหาวิทยาลัย-อุตสาหกรรม) : สร้างหลักสูตรและสถานศึกษาร่วมกับภาคอุตสาหกรรมจริงเพื่อพัฒนากำลังคนตรงความต้องการ

5. การส่งเสริมการศึกษาตลอดชีวิตและอาชีวศึกษา : ยกสถานะและพัฒนาการศึกษาวิชาชีพให้ทันสมัย สร้างทางเลือกที่แท้จริงนอกเหนือจากมหาวิทยาลัย

6. การจัดการแรงกดดันและสุขภาวะนักเรียน : ออกนโยบายควบคุมการศึกษากวดวิชาเกินจำเป็น และส่งเสริมกิจกรรมพัฒนาจิตใจและร่างกาย

7. การพัฒนาครูอย่างต่อเนื่อง : ปฏิรูประบบฝึกอบรมครูให้ทันสมัย และสร้างแรงจูงใจให้ครูดีอยู่ประจำในพื้นที่ห่างไกล

 

ข้อควรระวัง : ต้องปรับใช้โดยคำนึงถึงบริบทสังคมไทยที่แตกต่าง หลีกเลี่ยงการลอกแบบทั้งหมด ควรผสมผสานจุดแข็งของการศึกษาไทยเดิม (เช่น ความเอื้ออาทร ความสัมพันธ์ครู-นักเรียน) กับนวัตกรรมใหม่ๆ อย่างเหมาะสม

 

การศึกษาจีนแสดงให้เห็นว่า การปฏิรูปการศึกษาที่ได้ผลต้องทำอย่างเป็นระบบ รอบด้าน และมีวิสัยทัศน์ระยะยาว โดยมีรัฐบาลเป็นผู้นำที่เข้มแข็ง แต่ก็ต้องเปิดพื้นที่ให้กับนวัตกรรมในระดับท้องถิ่นด้วย” 

สรุปว่าหนังสือ Education in China ออกตีพิมพ์ปี 2019   สาระในหนังสือน่าจะทันสมัยในช่วงเกือบสิบปีก่อน     แต่ประเทศจีนมีการเปลี่ยนแปลงรวดเร็วในทุกด้าน   ต่างจากประเทศไทย ที่ระบบการศึกษาของเราย่ำเท้าอยู่กับที่   ที่ก้าวหน้ามากคือการเมืองสีเทา ที่มีคนบอกว่าสีดำมากกว่า 

วิจารณ์ พานิช

๓ ธ.ค. ๖๘

ห้อง ๙๐๑ โรงแรม CYBO Station,  เสินเจิ้น