รายงานการจัดอันดับรัฐในสหรัฐอเมริกา ที่ประเมินทั้งโครงสร้างพื้นฐานด้านสุขภาพและความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม ชี้ว่าชาวโอไฮโอมีอายุขัยเฉลี่ยสั้นกว่าประชากรในหลายรัฐ ปัจจัยสำคัญที่ถูกระบุคือ อัตราการสูบบุหรี่สูง คุณภาพอากาศไม่ดี และข้อจำกัดในการเข้าถึงอาหารที่ดีต่อสุขภาพรวมถึงพื้นที่ออกกำลังกาย รายงานนี้รวบรวมโดยแพลตฟอร์มจัดหาบุคลากรด้านการรักษาพยาบาล Nursa และสรุปโดยสื่อท้องถิ่น โดยระบุว่าโอไฮโออยู่ในกลุ่มรัฐที่มีอายุขัยเฉลี่ยต่ำ ใช้ตัวชี้วัด เช่น จำนวนสวนสาธารณะและศูนย์ออกกำลังกาย สภาพแวดล้อมด้านอาหาร มลพิษ และอัตราการสูบบุหรี่ เพื่ออธิบายความแตกต่างด้านสุขภาพระหว่างรัฐต่างๆ สรุปโดย Mahoning Matters
อายุขัยถือเป็นตัวชี้วัดสำคัญของสุขภาพประชากรโดยรวม และสะท้อนถึงสภาพทางสังคมและสิ่งแวดล้อมที่หล่อหลอมวิถีชีวิตประจำวันของทุกคน สำหรับรัฐโอไฮโอ ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐอเมริกา (CDC) บันทึกอายุขัยเมื่อแรกเกิดไว้ที่ประมาณ ๗๔.๕ ปีในปี ๒๕๖๔ (2021) ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของสหรัฐฯ และต่ำกว่ารัฐที่มีประชากรอายุยืนยาวกว่า เช่น รัฐฮาวายและรัฐแมสซาชูเซตส์ แผนที่โต้ตอบของ CDC รายงานของ Nursa ซึ่งรวบรวมตัวชี้วัดด้านสิ่งแวดล้อมทางกายภาพ พฤติกรรมสุขภาพ และมลพิษ ชี้ให้เห็นว่าปัจจัยด้านสถานที่ นโยบาย และพฤติกรรมส่วนบุคคล ล้วนส่งผลให้อายุขัยของประชากรในบางชุมชนสั้นกว่าที่อื่น สรุปการจัดอันดับของ Nursa โดย StudyFinds
สาเหตุของอายุขัยที่สั้นลงในโอไฮโอนั้นซับซ้อนและไม่มีเพียงปัจจัยเดียว นักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขชี้ว่า เป็นผลมาจากปัจจัยเสี่ยงหลายประการที่กระจายตัวไม่เท่าเทียมกันทั่วทั้งรัฐ ดัชนีของ Nursa เน้นย้ำว่า อัตราการสูบบุหรี่ในผู้ใหญ่ของโอไฮโอ สัดส่วนของร้านค้าที่จำหน่ายอาหาร “ไม่ดีต่อสุขภาพ” เมื่อเทียบกับร้านที่เน้นอาหารสุขภาพ และระดับมลพิษที่สูง ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ฉุดรั้งอายุขัยเฉลี่ยให้ต่ำลง สรุปผลของ Nursa โดย Mahoning Matters อย่างไรก็ตาม ข้อมูลอย่างเป็นทางการให้ภาพที่ละเอียดกว่านั้น: อัตราการสูบบุหรี่ในผู้ใหญ่ของโอไฮโอมีแนวโน้มลดลง โดยกรมอนามัยรัฐโอไฮโอและรายงาน America’s Health Rankings ประเมินไว้ที่ประมาณ ๑๕% ในปี ๒๕๖๖ (2023) แต่ชุดข้อมูลหรือปีที่ต่างกันอาจแสดงตัวเลขที่สูงกว่านี้ ขึ้นอยู่กับคำจำกัดความและช่วงเวลาที่ใช้เก็บข้อมูล สไลด์กรมอนามัยรัฐโอไฮโอ ปี ๒๕๖๖; America’s Health Rankings — Smoking
คุณภาพอากาศและมลพิษเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่ถูกหยิบยกขึ้นมาบ่อยครั้ง โอไฮโอมีประวัติค่อนข้างน่ากังวลในเรื่องการสัมผัสฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับโรคหัวใจ โรคปอด และการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร การวิเคราะห์โดยสถาบันนโยบายสุขภาพแห่งโอไฮโอ (Health Policy Institute of Ohio) แสดงให้เห็นว่า โอไฮโอเป็นหนึ่งในรัฐที่มีการสัมผัส PM2.5 สูงที่สุดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ข้อมูลสถิตินอกอาคารและสุขภาพโดย Health Policy Institute of Ohio การศึกษาระดับโลกยังชี้ให้เห็นว่ามลพิษทางอากาศส่งผลกระทบต่ออายุขัยอย่างมีนัยสำคัญ การลดปริมาณ PM2.5 สามารถช่วยเพิ่มอายุขัยของประชากรได้ภายในเวลาเพียงไม่กี่ปี ไม่ใช่ต้องรอนานเป็นทศวรรษ State of Global Air — ผลกระทบต่ออายุขัย
งานข่าวท้องถิ่นและการศึกษาในระดับเคาน์ตียังแสดงให้เห็นว่า ความเป็นอยู่ของชาวโอไฮโอมีความเหลื่อมล้ำ การวิเคราะห์ระดับเคาน์ตีที่จัดทำโดยมหาวิทยาลัยไมอามี และรายงานโดย The Dispatch พบว่า อายุขัยเฉลี่ยแตกต่างกันอย่างมาก ตั้งแต่มากกว่า ๘๑ ปีในเขตชานเมืองที่มั่งคั่ง ไปจนถึงต่ำกว่า ๗๐ ปีในหลายเขตชนบทที่ห่างไกล โดยการเข้าถึงบริการสุขภาพ สภาพเศรษฐกิจในท้องถิ่น และปัจจัยทางสังคม เช่น การศึกษาและการคมนาคม ล้วนมีบทบาทสำคัญ งานศึกษาระดับเคาน์ตีของมหาวิทยาลัยไมอามี รายงานโดย The Dispatch ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขที่ให้สัมภาษณ์ในรายงานย้ำว่า การรักษาพยาบาลเป็นเพียงองค์ประกอบหนึ่งของภาพรวม ที่อยู่อาศัย รายได้ ความโดดเดี่ยวทางสังคม และปัญหาสุขภาพจิต ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นและส่งผลกระทบในระยะยาวต่อการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร
ผู้เชี่ยวชาญหลายท่านให้ความเห็นผ่านสื่อท้องถิ่นว่า ปัญหานี้สามารถแก้ไขได้ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ผู้ช่วยผู้อำนวยการของศูนย์เวชศาสตร์ผู้สูงอายุของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ชี้ว่า ไม่มีแนวทางแก้ไขใดที่ใช้ได้กับทุกพื้นที่ และจำเป็นต้องใช้กลยุทธ์ที่ปรับให้เข้ากับบริบทท้องถิ่น ขณะที่ผู้บริหารของสถาบันนโยบายสุขภาพแห่งโอไฮโอ (Health Policy Institute of Ohio) ระบุว่า การแก้ไขปัญหาการใช้ยาเกินขนาด (overdoses) และการสูบบุหรี่ เป็นเป้าหมายที่สามารถดำเนินการได้จริง แพทย์ผู้ปฏิบัติงานยังย้ำว่า ปัญหาความโดดเดี่ยวทางสังคม การขาดการเข้าถึงระบบขนส่ง และข้อจำกัดในการเข้าถึงอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ล้วนบั่นทอนประสิทธิภาพของการดูแลทางการแพทย์ และยังเร่งให้โรคเรื้อรังรุนแรงขึ้น ดังนั้น การแทรกแซงด้านสาธารณสุขจึงต้องผสมผสานการรักษาทางการแพทย์เข้ากับมาตรการทางสังคมและสิ่งแวดล้อม เพื่อยกระดับอายุขัยในชุมชนต่างๆ รายงาน The Dispatch
เมื่อพิจารณาการจัดอันดับของ Nursa ร่วมกับตัวเลขอายุขัยของ CDC จะเห็นว่าข้อมูลจากแหล่งที่มาต่างกันสามารถให้ภาพที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ดัชนีของ Nursa ใช้ชุดตัวชี้วัดที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นปัจจัยทางกายภาพที่มนุษย์สร้างขึ้น (เช่น สวนสาธารณะ ศูนย์ออกกำลังกาย เส้นทางเดิน) สภาพแวดล้อมของร้านค้าปลีกอาหาร (สัดส่วนของร้านที่จำหน่ายอาหารสุขภาพเทียบกับร้านที่ไม่ดีต่อสุขภาพ) ตัวชี้วัดมลพิษ อัตราการสูบบุหรี่ และข้อมูลการกลับเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล เพื่อสร้าง “ดัชนีรัฐที่มีสุขภาพดี” โดยมีการให้คะแนนตัวแปรบางอย่างในระดับ ๐-๑๐ สื่อสรุปว่าคะแนนมลพิษของโอไฮโออยู่ในระดับสูง ประมาณ ๘.๙/๑๐ สรุปผลจาก Mahoning Matters; สรุปโดย StudyFinds ขณะที่ตัวเลขอายุขัยของ CDC ใช้สถิติการเสียชีวิตและการเกิดจริง จึงเป็นการวัดผลลัพธ์โดยตรง ตัวเลขเหล่านี้บ่งชี้ว่าอายุขัยเฉลี่ยของโอไฮโออยู่ที่ประมาณ ๗๔.๕ ปีสำหรับปี ๒๕๖๔ ซึ่งเป็นการลดลงจากปีก่อนหน้า สะท้อนผลรวมของสถานการณ์โควิด-๑๙ การใช้ยาเกินขนาด และภาระโรคเรื้อรัง แผนที่และตารางอายุขัยของ CDC
ความแตกต่างด้านระเบียบวิธีมีความสำคัญ ดัชนีแบบผสมผสานอย่างของ Nursa มีคุณค่าในการชี้ไปยังปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมที่สามารถปรับปรุงได้ เช่น การเพิ่มจำนวนสวนสาธารณะ การปรับสัดส่วนร้านขายอาหารสุขภาพ และการลดมลพิษ แต่การสร้างดัชนีขึ้นอยู่กับการเลือกตัวแปรและการถ่วงน้ำหนัก ในขณะที่อายุขัยเมื่อแรกเกิดเป็นผลลัพธ์สะสมจากการเผชิญกับปัจจัยต่างๆ และการตัดสินใจเชิงนโยบายมาตลอดหลายปี เมื่อข้อมูลแตกต่างกัน (เช่น อัตราการสูบบุหรี่ที่อ้างในสื่ออาจสูงกว่าตัวเลขของกรมอนามัยรัฐ) ความแตกต่างมักมาจากปีข้อมูล คำจำกัดความ (เช่น การสูบประจำวันเทียบกับผู้ที่เคยสูบ) หรือกรอบตัวอย่าง ดังนั้น การนำเสนอข้อมูลอย่างรับผิดชอบจึงควรอ้างอิงแหล่งที่มาและระบุให้ชัดเจนว่าแต่ละตัวชี้วัดหมายถึงอะไร แทนที่จะยึดตัวเลขใดตัวเลขหนึ่งเป็นข้อสรุปที่เด็ดขาด Mahoning Matters เกี่ยวกับ Nursa; สไลด์กรมอนามัยรัฐโอไฮโอ
สำหรับผู้กำหนดนโยบาย กรณีของโอไฮโอเป็นบทเรียนที่แสดงให้เห็นว่าปัจจัยที่เชื่อมโยงกันสามารถสะสมและส่งผลกระทบได้อย่างไร การควบคุมนิโคตินและผลิตภัณฑ์ยาสูบยังคงเป็นหัวใจสำคัญ: การขยายโครงการเลิกบุหรี่ การเพิ่มภาษียาสูบ การอำนวยความสะดวกในการเข้าถึงบริการให้คำปรึกษาและสายด่วนเลิกบุหรี่ รวมถึงการรณรงค์ในชุมชน จะช่วยลดอัตราการสูบบุหรี่ในหลากหลายบริบทได้อย่างแท้จริง และคาดว่าจะช่วยเพิ่มอายุขัยเฉลี่ยหากมีการขยายมาตรการเหล่านี้ครอบคลุมทั่วโอไฮโอ ข้อมูลและนโยบายยาสูบของโอไฮโอ นโยบายด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อลด PM2.5 และโอโซน เช่น นโยบายควบคุมการปล่อยมลพิษภาคอุตสาหกรรม การส่งเสริมระบบขนส่งสะอาด และการวางผังเมืองเพื่อลดการใช้รถยนต์ สามารถส่งผลให้มีอายุขัยเฉลี่ยที่ยืนยาวขึ้นอย่างเห็นได้ชัดภายในระยะเวลาอันสั้น อ้างอิงจากงานวิจัยด้านสุขภาพสิ่งแวดล้อม State of Global Air — ผลกระทบต่ออายุขัย; WHO — ข้อมูลมลพิษทางอากาศ
แนวทางระดับชุมชนก็มีความสำคัญ การวิเคราะห์ระดับเคาน์ตีของ The Dispatch ชี้ให้เห็นว่า พื้นที่ที่มีอายุขัยสูงมักมีทรัพยากรด้านการดูแลสุขภาพรวมศูนย์ เศรษฐกิจท้องถิ่นที่เข้มแข็ง และบริการสังคมที่ดี ตัวอย่างการลงทุนที่มุ่งเป้า เช่น การสร้างเครือข่ายคลินิกในชนบท การขยายบรอดแบนด์เพื่อรองรับบริการรักษาทางไกล การสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการเดินทางเพื่อไปรับบริการทางการแพทย์ และโครงการเพิ่มการเข้าถึงอาหาร ล้วนช่วยลดช่องว่างทางภูมิศาสตร์ด้านอายุขัยได้ การวิเคราะห์เคาน์ตีโดย The Dispatch สรุปคือ การยกระดับอายุขัยต้องอาศัยนโยบายสังคมและโครงสร้างพื้นฐานควบคู่ไปกับระบบโรงพยาบาล
สำหรับผู้อ่านและผู้กำหนดนโยบายไทย เรื่องราวของโอไฮโอให้บทเรียนที่สามารถนำไปปรับใช้ได้ ประเทศไทยมีอายุขัยเฉลี่ยเมื่อแรกเกิดอยู่ที่ประมาณ ๗๖.๔ ปีในปี ๒๕๖๖ (2023) ซึ่งใกล้เคียง และมีแนวโน้มสูงกว่าตัวเลขของโอไฮโอในปี ๒๕๖๔ (2021) อย่างไรก็ตาม การเปรียบเทียบโดยตรงควรคำนึงถึงชุดข้อมูลและปีที่แตกต่างกัน World Bank — อายุขัยประเทศไทย ๒๐๒๓ เช่นเดียวกับโอไฮโอ ประเทศไทยเผชิญปัจจัยที่เป็นตัวขับเคลื่อนการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรหลายประการที่ส่วนหนึ่งมีความทับซ้อนกัน: การใช้ยาสูบในผู้ชายยังคงสูงเมื่อเทียบกับผู้หญิง มลพิษทางอากาศในเมือง (โดยเฉพาะฝุ่น PM2.5 ในกรุงเทพฯ และจังหวัดทางภาคเหนือในช่วงฤดูควันไฟป่า) ส่งผลต่อโรคทางเดินหายใจและหัวใจ และปัญหาโรคอ้วนและเบาหวานที่เพิ่มขึ้นกำลังเปลี่ยนแปลงโครงสร้างโรคเรื้อรัง Tobacco Atlas — ประเทศไทย; WHO ประเทศไทย — ข้อมูลประเทศ
ข้อได้เปรียบที่สำคัญของประเทศไทยคือ ระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า และความเข้มแข็งของบุคลากรสาธารณสุขปฐมภูมิ รวมถึงอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ในระดับชุมชน ซึ่งเป็นพื้นฐานที่ดีในการขับเคลื่อนนโยบายสู่ผลลัพธ์ทางสุขภาพ อย่างไรก็ดี กรณีโอไฮโอบอกว่า การมีประกันสุขภาพเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ ประเทศไทยควรผสมผสานการดูแลถ้วนหน้าเข้ากับนโยบายสิ่งแวดล้อม การควบคุมนิโคติน และการป้องกันเชิงชุมชน ที่สอดคล้องกับความเข้มแข็งทางวัฒนธรรม เช่น การดูแลแบบครอบครัวและการระดมอาสาสมัครชุมชน มาตรการที่อาจใช้งานได้ดีในไทย ได้แก่ การขึ้นภาษียาสูบและบังคับใช้ให้เข้มงวด นโยบายการจัดโซนอากาศสะอาดและการขนส่งสะอาด การส่งเสริมการเดินทางแบบแอคทีฟและการเข้าถึงสวนสาธารณะในพื้นที่หนาแน่น และโครงการอาหารเพื่อสุขภาพในโรงเรียนและที่ทำงาน ซึ่งนโยบายเหล่านี้สอดคล้องกับคำแนะนำสำหรับรัฐของสหรัฐฯ ในการยกระดับอายุขัย WHO — มลพิษทางอากาศ; Tobacco Atlas — ประเทศไทย
นอกจากนี้ ไทยยังมีข้อได้เปรียบทางวัฒนธรรมและการปฏิบัติที่เฉพาะตัว อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านและบุคลากรสาธารณสุขชุมชนเป็นทรัพยากรสำคัญสำหรับการขยายบริการช่วยเลิกบุหรี่ การคัดกรองความดันโลหิตและเบาหวาน และการให้ความรู้ด้านโภชนาการในรูปแบบที่เคารพบรรทัดฐานทางวัฒนธรรมไทย ค่านิยมทางพุทธศาสนาที่เน้นการช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสและการร่วมมือในชุมชน สามารถนำมาประยุกต์ใช้เพื่อลดการตีตราทางสังคมเกี่ยวกับปัญหาสุขภาพจิตและการติดยาเสพติด ซึ่งเป็นปัจจัยที่ก่อให้เกิดการใช้ยาเกินขนาดในบางพื้นที่ของสหรัฐฯ และสร้างภาระทางสังคมในประเทศไทยเช่นกัน รายงาน The Dispatch เกี่ยวกับปัจจัยสังคมและความโดดเดี่ยวทางสังคม
มองไปข้างหน้า กรณีโอไฮโอชวนให้เห็นแนวโน้มที่อาจเกิดขึ้นในพื้นที่ที่มีลักษณะคล้ายกัน ประการแรก หากไม่มีการดำเนินนโยบายอย่างต่อเนื่อง ช่องว่างของอายุขัยทั้งภายในรัฐและระหว่างรัฐมีแนวโน้มที่จะขยายตัวออกไปอีก เนื่องจากปัจจัยทางสังคมที่เปลี่ยนแปลงช้าอย่างมากยังคงบั่นทอนสุขภาพของชุมชนที่ยากจนและในชนบท ประการที่สอง การลงทุนด้านสาธารณสุขที่ตรงจุด เช่น โครงการช่วยเลิกบุหรี่ การป้องกันโรคอ้วน การรับมือกับการใช้ยาเกินขนาด มาตรการจัดการอากาศสะอาด และการปรับปรุงการเข้าถึงการผ่าตัดและบริการฉุกเฉินในเคาน์ตีที่ขาดแคลน จะสามารถสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมในการยกระดับอายุขัยได้ภายในหนึ่งทศวรรษ ประการที่สาม ดัชนี “รัฐที่มีสุขภาพดี” แบบผสมผสาน และแดชบอร์ดข้อมูลระดับท้องถิ่น จะยังคงมีอิทธิพลต่อลำดับความสำคัญทางการเมือง โดยการแปลงข้อมูลที่ซับซ้อนให้เป็นคะแนนที่ดึงดูดความสนใจของผู้ได้รับเลือกตั้ง แม้ว่าวิธีการของดัชนีจะยังคงถูกถกเถียงกันต่อไป StudyFinds สรุปดัชนี Nursa
สำหรับเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ผู้บริหารโรงพยาบาล และประชาชนที่ใส่ใจสุขภาพ กรณีโอไฮโอสรุปแนวทางปฏิบัติที่จับต้องได้ ในระดับชาติควรรักษาและเสริมสร้างนโยบายควบคุมยาสูบ (เช่น ภาษี บรรจุภัณฑ์แบบเรียบ และบริการช่วยเลิกบุหรี่) ในระดับเทศบาลควรลงทุนในระบบขนส่งเมืองที่สะอาดและพื้นที่สีเขียวเพื่อลดการสัมผัส PM2.5 ในระดับชุมชนควรขยายการเยี่ยมเชิงปฐมภูมิ โปรแกรมโภชนาการ และการสนับสนุนด้านสุขภาพจิตที่ทำงานร่วมกับเครือข่ายครอบครัว และในระดับบุคคล ควรสนับสนุนการเลิกบุหรี่ ตรวจคัดกรองความดันโลหิตและเบาหวานอย่างสม่ำเสมอ ออกกำลังกาย และเข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพในท้องถิ่น มาตรการเหล่านี้มีหลักฐานเชิงประจักษ์รองรับ สามารถปรับให้เข้ากับวัฒนธรรมได้ และในหลายกรณีมีความคุ้มค่า WHO — มลพิษทางอากาศ; ข้อมูลยาสูบของกรมอนามัยรัฐโอไฮโอ
กล่าวโดยสรุป กรณีโอไฮโอเป็นทั้งคำเตือนและแรงกระตุ้นให้ลงมือทำ: ที่ที่ผู้คนอาศัยอยู่ส่งผลต่อระยะเวลาที่จะมีชีวิตอยู่ การย้อนกลับอายุขัยที่สั้นลงจำเป็นต้องอาศัยการผสานกันระหว่างการดูแลทางการแพทย์ นโยบายสิ่งแวดล้อม การสนับสนุนทางเศรษฐกิจ และโครงการทางสังคม สำหรับผู้อ่านไทย บทเรียนสำคัญสองประการคือ: ประการแรก ติดตามตัวชี้วัดท้องถิ่น (เช่น คุณภาพอากาศ อัตราการสูบบุหรี่ สภาพแวดล้อมการจำหน่ายอาหาร) แทนที่จะเชื่อมั่นตัวเลขเฉลี่ยระดับประเทศเพียงอย่างเดียว และประการที่สอง ใช้จุดแข็งของระบบปฐมภูมิและเครือข่ายชุมชนไทย เพื่อผลักดันโครงการเชิงป้องกันที่ลดปัจจัยเดียวกันที่ทำให้อายุขัยสั้นลงในบางพื้นที่ของโอไฮโอ ผู้กำหนดนโยบายที่ผสมผสานมาตรการพื้นฐานที่มีหลักฐานหนุนและการมีส่วนร่วมของชุมชน พร้อมกับการเคารพต่อบรรทัดฐานท้องถิ่น มีโอกาสสูงสุดที่จะลดช่องว่างอายุขัยและช่วยให้ประชาชนจำนวนมากขึ้นมีอายุยืนและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น แผนผังอายุขัยของ CDC; Health Policy Institute of Ohio — มลพิษนอกอาคาร
แหล่งข้อมูลที่อ้างถึงในรายงานนี้รวมถึง สรุปของ Mahoning Matters เกี่ยวกับการวิเคราะห์ของ Nursa, แผนที่และตารางอายุขัยของ CDC, สิ่งพิมพ์ของรัฐโอไฮโอเกี่ยวกับการใช้ยาสูบ, งานข่าวท้องถิ่นและการศึกษาระดับเคาน์ตี, งานวิจัยของ Health Policy Institute of Ohio เกี่ยวกับคุณภาพอากาศ, และการวิเคราะห์ระดับโลกเกี่ยวกับผลกระทบของมลพิษทางอากาศต่ออายุขัย สิ่งสำคัญคือต้องตระหนักว่าดัชนีแบบผสมผสานและตัวเลขอายุขัยที่รวบรวมในปีเดียว อาจใช้วิธีการและช่วงเวลาในการเก็บข้อมูลที่แตกต่างกัน การเปรียบเทียบข้อมูลเหล่านี้สามารถนำไปสู่สมมติฐานและการอภิปรายเชิงนโยบายที่เป็นประโยชน์ แต่จำเป็นต้องระมัดระวังเกี่ยวกับคำจำกัดความและปีของข้อมูลที่ใช้ในการวิเคราะห์ Mahoning Matters เกี่ยวกับ Nursa; ข้อมูลอายุขัยของ CDC; สไลด์กรมอนามัยรัฐโอไฮโอ ปี ๒๕๖๖; Health Policy Institute of Ohio — มลพิษนอกอาคาร; State of Global Air — ผลกระทบต่ออายุขัย; StudyFinds สรุปดัชนี Nursa
ข้อเสนอเชิงปฏิบัติ: ผู้นำท้องถิ่นควรวัดและเผยแพร่แนวโน้มอายุขัยระดับเคาน์ตี ขยายโปรแกรมช่วยเลิกบุหรี่และสุขภาพจิต ลงทุนในมาตรการจัดการอากาศสะอาดและการเข้าถึงอาหารอย่างเป็นธรรม และใช้บุคลากรสาธารณสุขชุมชนในการส่งมอบงานป้องกันในวงกว้าง ผู้กำหนดนโยบายไทยควรปรับบทเรียนเหล่านี้ให้เข้ากับกรอบการดูแลปฐมภูมิที่เข้มแข็งของไทย ผสานการคุ้มครองสุขภาพถ้วนหน้าเข้ากับนโยบายต่อต้านยาสูบ มาตรการลดมลพิษ และโครงการอาหารเพื่อสุขภาพที่เคารพบรรทัดฐานท้องถิ่นและใช้เครือข่ายครอบครัว-วัด-ชุมชนเพื่อเข้าถึงผู้ที่มีความเสี่ยงสูงสุด