มาเลเซียกำลังกลายเป็นหมุดหมายที่นักเดินทางต่างชาติให้ความสนใจอย่างมากในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ท่ามกลางข้อมูลวิจัยล่าสุดที่ชี้ให้เห็นถึงแนวโน้มการเติบโตของจำนวนนักท่องเที่ยวขาเข้า แม้ที่ผ่านมาจะถูกมองข้ามไปบ้างเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างไทยและอินโดนีเซีย แต่ปัจจุบัน มาเลเซียกำลังโดดเด่นขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยความงดงามของธรรมชาติ สีสันของเมืองที่หลอมรวมหลากหลายวัฒนธรรม และกิจกรรมผจญภัยเชิงนิเวศ ผู้เชี่ยวชาญด้านการท่องเที่ยวจึงแนะนำให้นักเดินทางและผู้ประกอบการท่องเที่ยวจับตามาเลเซียในช่วงเวลาที่ยังคงรักษาเสน่ห์อันสงบ ไม่พลุกพล่าน ก่อนจะกลายเป็นกระแสหลักเช่นเดียวกับประเทศอื่น
ด้วยทำเลใจกลางอาเซียน มาเลเซียอุดมสมบูรณ์ไปด้วยป่าดิบชื้นอันกว้างใหญ่ เมืองใหญ่ทันสมัย และหาดทรายสวยน้ำใสติดอันดับต้น ๆ ของภูมิภาค อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมากลับถูกมองเป็นเพียงจุดแวะพักระหว่างเส้นทางบินระยะไกล โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับชายหาดยอดนิยมของไทยหรือบาหลีในอินโดนีเซีย แต่ข้อมูลล่าสุดและรายงานจากภาคสนามชี้ชัดว่าภาพจำนี้กำลังเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด หลังจากสายการบินบริติชแอร์เวย์กลับมาเปิดเส้นทางบินตรงลอนดอน-กัวลาลัมเปอร์อีกครั้ง และยอดนักท่องเที่ยวขาเข้าเพิ่มขึ้นถึง ๒๐% ในช่วงต้นปี ๒๐๒๕ เมื่อเทียบกับปี ๒๐๒๔ มาเลเซียจึงกำลังอยู่ในจุดเปลี่ยนที่สำคัญของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว (The Telegraph)
สำหรับผู้อ่านชาวไทย การเปลี่ยนแปลงนี้ถือว่าน่าสนใจมาก เพราะมาเลเซียมอบประสบการณ์ที่หลากหลายได้ภายในประเทศเดียว ทั้งฝั่งมาเลเซียตะวันตก (คาบสมุทรมลายู) ที่มีเมืองทันสมัยอย่างกัวลาลัมเปอร์ เมืองปีนังที่ขึ้นชื่อเรื่องอาหารอร่อย และเมืองมะละกาที่เปี่ยมด้วยประวัติศาสตร์ รวมถึงมาเลเซียตะวันออกบนเกาะบอร์เนียว (รัฐซาบาห์และซาราวัก) ซึ่งเป็นแหล่งผจญภัยในป่าเขาและแหล่งอาศัยของสัตว์หายาก นักท่องเที่ยวไทยที่เริ่มมองหาทางเลือกใหม่ๆ นอกเหนือจากทะเลไทยที่อาจแออัด กำลังพบว่ามาเลเซียเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่เดินทางสะดวก ประหยัดค่าใช้จ่าย และยังมีวัฒนธรรมบางส่วนที่คล้ายคลึงกับไทย โดยเฉพาะจังหวัดชายแดนที่มีประวัติศาสตร์ร่วมกัน
มีหลายปัจจัยที่ผลักดันให้มาเลเซียก้าวขึ้นมาเป็นแหล่งท่องเที่ยวชั้นนำในอาเซียน นอกจากจะมีการเปิดเส้นทางบินใหม่ๆ แล้ว ภายในสิ้นปี ๒๐๒๕ มาเลเซียยังเตรียมต้อนรับโรงแรมระดับโลกอย่าง Kimpton, Park Hyatt และ Waldorf Astoria ข้อมูลล่าสุดจากกระทรวงการท่องเที่ยวมาเลเซียระบุว่า นักเดินทางจากอังกฤษและตลาดระยะไกลอื่นๆ มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น (The Star) ที่ผ่านมา ไทยมักเป็นจุดหมายหลักของชาวตะวันตก แต่ขณะนี้เทรนด์การมองหาประสบการณ์แท้จริงในสถานที่ที่ยังไม่ถูกรบกวนด้วยความแออัด กำลังเปลี่ยนทิศทางสู่ทางใต้
กัวลาลัมเปอร์ เมืองหลวงที่ทันสมัย กำลังกลายเป็นศูนย์กลางที่เปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวา จากอดีตเมืองเหมืองดีบุก สู่มหานครที่โดดเด่นด้วยตึกแฝดเปโตรนาสและจุดชมวิวอันตระการตา แต่หากเดินสำรวจไปตามถนนสายเก่าในย่าน Central Market, ไชน่าทาวน์ หรือแหล่งสตรีทฟู้ดอย่าง Jalan Alor ผู้มาเยือนจะได้สัมผัสกลิ่นอายวัฒนธรรมผสมผสานแบบมาเลเซียอย่างแท้จริง เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานด้านการท่องเที่ยวมาเลเซียให้ข้อมูลว่า “กัวลาลัมเปอร์คือเมืองที่อดีตและอนาคตผสานรวมกันอย่างลงตัว ทั้งระบบคมนาคมที่สะดวกสบายและแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับการพัฒนาใหม่ พร้อมรองรับนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่แล้ว”
ที่ปีนัง เขตเมืองเก่า George Town ซึ่งเป็นมรดกโลกของยูเนสโก ได้บอกเล่าเรื่องราวของชาวจีน อินเดีย และเปอรานากัน ผ่านศิลปะบนกำแพง อาคารโบราณ และตลาดนัดยามค่ำคืน อาหารของปีนังมีชื่อเสียงมาก โดยเฉพาะเมนูดังอย่าง “ชาร์ก๊วยเตี๋ยว” และ “ก๋วยเตี๋ยวแกง” ที่ถูกใจนักชิม นักท่องเที่ยวที่สนใจวัฒนธรรมจึงนิยมเลือกทัวร์เชิงประวัติศาสตร์และศิลปะสมัยใหม่ของที่นี่มากขึ้น
ส่วนฝั่งมาเลเซียตะวันออกเน้นหนักด้านการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ ซาบะห์เป็นสวรรค์ของนักปีนเขาที่อยากพิชิตยอดเขาคินาบาลูซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในอาเซียน หรือคนรักสัตว์ป่าที่อยากชม “บิ๊กไฟว์แห่งบอร์เนียว” อาทิ อุรังอุตังและช้างแคระริมแม่น้ำกินาบาตังกัน ด้านซาราวักมีอุทยานแห่งชาติ Bako และ Mulu ซึ่งเหมาะกับคนรักการเดินป่า ชมยอดหินงอกหินย้อย และสะพานยอดไม้ ศูนย์ฟื้นฟูอุรังอุตังอย่าง Semenggoh ก็เป็นอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยม โดยเน้นการท่องเที่ยวแบบยั่งยืน (Wildlife Conservation Society Malaysia)
โครงสร้างพื้นฐานด้านการเดินทางก็เป็นจุดแข็งสำคัญ เที่ยวบินตรงจากต่างประเทศลงกัวลาลัมเปอร์ได้ง่าย จากนั้นสามารถเดินทางต่อด้วยรถไฟ รถบัส หรือสายการบินภูมิภาคอย่าง AirAsia, Malaysia Airlines, MASwings ไปยังปีนัง มะละกา ซาบะห์ และซาราวักได้อย่างสะดวก บริการเรียกรถอย่าง Grab ก็คล้ายคลึงกับระบบขนส่งดิจิทัลที่คุ้นเคยในไทย แต่หากเดินทางเข้าสู่เขตห่างไกลบนเกาะบอร์เนียว ขอแนะนำให้ใช้บริการรถส่วนตัว นักวิชาการด้านการท่องเที่ยวข้ามพรมแดนจากมหาวิทยาลัยในกรุงเทพฯ วิเคราะห์ว่า “ข้อได้เปรียบของมาเลเซียคือเรื่องการเดินทางและข้อตกลงอาเซียนที่ส่งเสริมการท่องเที่ยว ทำให้นักเดินทางไทยเข้าถึงจุดหมายใหม่ๆ ได้ง่ายกว่าที่คิด”
สำหรับนักเดินทางไทย ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มที่มาเพื่อการพักผ่อน หรือกลุ่ม MICE (งานประชุม-สัมมนา-ดูงาน-นิทรรศการ) มาเลเซียถือว่าตอบโจทย์ได้หลากหลาย เพราะมีครบทั้งวัฒนธรรมอาหารริมทาง ตลาดสดที่คึกคัก สถาปัตยกรรมทางศาสนาทั้งพุทธและอิสลาม รวมถึงภูมิอากาศที่ใกล้เคียงกับภาคใต้ของไทย ผู้ประกอบการทัวร์ในกรุงเทพฯ ยังย้ำว่าค่าครองชีพในมาเลเซียนั้นมีความหลากหลาย ตั้งแต่โรงแรมหรูไปจนถึงเกสต์เฮาส์ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ในมะละกาและกูชิง
ความสัมพันธ์ระหว่างไทย-มาเลเซียก็มีรากฐานที่แข็งแกร่ง ทั้งจากชุมชนชายแดน การแลกเปลี่ยนนักเรียน ไปจนถึงการค้าขาย วัฒนธรรมที่มีทั้งมาเลย์ อังกฤษ จีน ทมิฬ และชาวไทยในบางจังหวัดชายแดน ช่วยให้นักเดินทางไทยสามารถสื่อสารและเดินทางท่องเที่ยวได้ง่ายขึ้น “เทรนด์ใหม่ของนักท่องเที่ยวคือการมองหาความหมายและประสบการณ์ที่เข้าถึงวัฒนธรรมท้องถิ่น มาเลเซียตอบโจทย์นี้ได้เป็นอย่างดีตามกระแส” เป็นเสียงสะท้อนจากนักวิชาการด้านอาเซียนศึกษา
ด้านสิ่งแวดล้อม นับวันยิ่งมีบทบาทสำคัญในการตัดสินใจเลือกจุดหมายของนักท่องเที่ยว กลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในไทยมองเห็นปัญหาความแออัดและผลกระทบในเมืองท่องเที่ยวของไทย จึงส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ มาเลเซียมีตัวอย่างที่ดีในการบริหารจัดการอุทยานแห่งชาติ การฟื้นฟูสัตว์ป่า และการท่องเที่ยวโดยชุมชน ถือเป็นต้นแบบที่ดีของภูมิภาค งานวิจัยจากองค์การการท่องเที่ยวโลกแห่งสหประชาชาติ (UNWTO) ยืนยันว่ามาเลเซียสามารถควบคุมพื้นที่คุ้มครองและผลักดันกิจการชุมชนชาติพันธุ์ได้อย่างน่าประทับใจ (UNWTO report)
อีกหนึ่งจุดที่น่าสนใจคือฤดูท่องเที่ยวของมาเลเซียที่ตรงกับช่วงปิดเทอมของไทยและฤดูกาลท่องเที่ยวหลักของนักเดินทางตะวันตก คือช่วงเดือนพฤษภาคมถึงสิงหาคม แต่ควรระวังลักษณะฝนมรสุมประจำภูมิภาค โดยภาคตะวันตก (ปีนัง มะละกา) จะมีฝนในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงกันยายน ส่วนฝั่งบอร์เนียวจะมีฝนหนักราวเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ เอเยนซี่ทัวร์จากไทยและทั่วภูมิภาคจึงนิยมออกแบบเส้นทางที่ผสมผสานทั้งเมืองหลัก อาหาร และธรรมชาติ เพื่อให้สามารถท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี
ในระยะถัดไป นักวิจัยคาดการณ์ว่าการผสมผสานระหว่างสถานที่ที่ยังไม่ถูกท่องเที่ยวมากเกินไปกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน จะกลายเป็นแรงดึงดูดสำคัญให้นักท่องเที่ยวไทยและนักลงทุนสนใจมากยิ่งขึ้น การทยอยเปิดตัวโรงแรมแบรนด์นานาชาติใหม่ๆ และเส้นทางบินที่เพิ่มขึ้น น่าจะยิ่งเติมกระแสความนิยมให้มาเลเซียมีศักยภาพในการแข่งขันกับแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของไทยได้
อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการไทยทั้งขาเข้าและขาออกต่างย้ำถึงบทเรียนเรื่องภาวะโอเวอร์ทัวริซึ่ม “มาเลเซียมีโอกาสที่จะสร้างโมเดลการเติบโตที่ยั่งยืน ให้ความสำคัญกับวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม โดยที่ทั้งคนท้องถิ่นและนักเดินทางต่างให้เกียรติซึ่งกันและกัน” ที่ปรึกษาจากศูนย์วิจัยท่องเที่ยวอาเซียนกล่าวถึงข้อได้เปรียบ แม้การแข่งขันในภูมิภาคอาเซียนจะสูง ทั้งลาว กัมพูชา และเวียดนาม ต่างเร่งพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวของตน แต่มาเลเซียมีเอกลักษณ์ที่ผสมผสานอดีต นวัตกรรม และความหลากหลายทางชีวภาพไว้อย่างลงตัว
สำหรับนักเดินทางไทยที่กำลังวางแผนทริปใหม่ มาเลเซียถือเป็นจุดหมายที่คุ้มค่าและเดินทางง่าย ไม่ต้องขอวีซ่าสำหรับการเยือนระยะสั้น ค่าใช้จ่ายก็เหมาะสม มีเส้นทางบินตรงจากกรุงเทพฯ ภูเก็ต หาดใหญ่ และเชียงใหม่ เปิดให้เดินทางสะดวก สามารถจองทัวร์ได้ง่ายทั้งผ่าน Klook, Ivy Holidays หรือ Amazing Borneo ซึ่งมีทั้งทริปธรรมชาติ เชิงวัฒนธรรม และอาหาร เหมาะกับทั้งครอบครัวและนักเดินทางขาลุยที่อยากสัมผัสเสน่ห์ใหม่ๆ ในเมืองรองอย่างกูชิง มูลู หรือมะละกา
ในมุมวัฒนธรรม มาเลเซียมีความหลากหลายที่คล้ายคลึงกับประวัติศาสตร์ไทย ทั้งวัดพุทธ เทศกาล และการผสมผสานอาหาร นักเดินทางจะได้สัมผัสกับน้ำใจต้อนรับแบบดั้งเดิมของชาวมาเลเซีย ซึ่งยังคงอบอุ่นแม้ในเมืองที่การท่องเที่ยวเจริญมากขึ้น ขณะที่ระบบสาธารณสุขยังคงเข้มงวดหลังสถานการณ์โควิด-๑๙ ภายใต้การดูแลของกระทรวงสาธารณสุขมาเลเซีย (Ministry of Health Malaysia)
ผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่าการเติบโตของการท่องเที่ยว การลงทุน และความร่วมมือข้ามพรมแดน จะนำไปสู่การสร้างงานใหม่ การแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม และขับเคลื่อนเศรษฐกิจของทั้งสองฝั่ง เจ้าของบทความจึงฝากไว้ว่า หากนักท่องเที่ยวไทยอยากสัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ ไม่ว่าจะสายชิม สายทะเล หรือแก๊งสายธรรมชาติ มาเลเซียกำลังจะกลายเป็นเทรนด์ใหม่ที่น่าจับตาของเอเชีย แต่จะรอให้กลายเป็น “แลนด์มาร์ก” เช่นเดียวกับสถานที่อื่น หรือจะคว้าโอกาสในช่วงที่ยังสดใหม่ก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของแต่ละคน
ข้อแนะนำสำหรับผู้อ่านชาวไทย คือควรวางแผนทริปให้เหมาะสมกับแต่ละภูมิภาค ใช้บริการขนส่งมวลชนและแอปพลิเคชันเรียกรถเพื่อความคล่องตัว เลือกทริปที่เน้นอาหารหรือประวัติศาสตร์แท้ ดื่มด่ำธรรมชาติและสัตว์ป่าอย่างรับผิดชอบ และสนับสนุนชุมชนท้องถิ่น เพื่อให้มาเลเซียคงเสน่ห์นี้ไว้สำหรับคนรุ่นต่อไป
สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมหรือออกแบบทริปได้จากแหล่งข่าวน่าเชื่อถือ เช่น Telegraph Travel (The Telegraph), กระทรวงการท่องเที่ยวมาเลเซีย (Tourism Malaysia) และองค์การการท่องเที่ยวโลกแห่งสหประชาชาติ (UNWTO) รีบเปิดโลกทัศน์ใหม่ๆ กับมาเลเซีย แล้วท่านจะเป็นหนึ่งในคนไทยกลุ่มแรกที่ได้ค้นพบเพชรเม็ดงามแห่งนี้ พร้อมสนับสนุนเส้นทางการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนสำหรับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต่อไป