แพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคหัวใจระดับโลกได้จุดประเด็นน่าสนใจเกี่ยวกับบทบาทของอาหารเสริมในการลดการอักเสบในร่างกาย ซึ่งอาจเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้เรามีอายุยืนยาวขึ้น ข้อเสนอนี้กำลังเป็นที่จับตาในหมู่คนไทยที่หันมาใส่ใจสุขภาพหัวใจกันมากขึ้น โดยบทความล่าสุดใน Business Insider ได้เปิดเผยมุมมองของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญซึ่งเป็นหนึ่งในทีมวิจัยภาวะหัวใจล้มเหลวของโรงพยาบาลชั้นนำในสหรัฐฯ ว่าสูตรอาหารเสริมที่เขาแนะนำและเลือกใช้เองนั้นมีหัวใจสำคัญอยู่ 3 ตัวหลัก ได้แก่ โอเมก้า-3 แมกนีเซียม และวิตามินดี โดยมีงานวิจัยทางการแพทย์ใหม่ๆ รองรับ ซึ่งชี้ให้เห็นแนวทางลดความเสี่ยงโรคหัวใจและโรคเรื้อรังอื่นๆ ได้อย่างเป็นรูปธรรม
ในบริบทของประเทศไทย กระแสความนิยมอาหารเสริมยังคงมีทั้งเสียงที่เห็นด้วยและข้อกังขา โดยเฉพาะเมื่อเรามีภูมิปัญญาด้านสมุนไพรพื้นบ้านที่ใช้คู่ขนานกับการแพทย์สมัยใหม่ แต่ในยุคที่อัตราผู้ป่วยโรคหัวใจ เบาหวาน และโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง อันเป็นผลมาจากพฤติกรรมการกินที่เปลี่ยนไปและการใช้ชีวิตแบบเนือยนิ่ง ทำให้ทุกกลยุทธ์ที่ช่วยป้องกันโรคได้รับความสนใจเป็นพิเศษ แม้หน่วยงานสาธารณสุขไทยจะยังคงเน้นย้ำเรื่องการกินอาหารให้หลากหลายครบ 5 หมู่ และการออกกำลังกายเป็นหลัก แต่ปัจจุบันก็เริ่มยอมรับบทบาทของอาหารเสริมมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มสารอาหารที่คนไทยมีแนวโน้มจะได้รับไม่เพียงพอ แนวทางจากผู้เชี่ยวชาญต่างชาติจึงเข้ามาช่วยเติมเต็มองค์ความรู้เรื่องการดูแลหัวใจและยืดอายุขัยให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น
3 ทหารเสือเพื่อสุขภาพ: โอเมก้า-3 แมกนีเซียม และวิตามินดี
ผู้เชี่ยวชาญแนะนำ โอเมก้า-3 ซึ่งพบได้มากในปลาทะเลน้ำลึก เช่น แซลมอนและซาร์ดีน โดยชี้ว่า “เพราะคนส่วนใหญ่ไม่ได้กินปลาสดที่มีไขมันดีในปริมาณที่เพียงพอ” จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ต้องพึ่งพาอาหารเสริม พร้อมยกผลการศึกษาที่ชี้ชัดว่ากรดไขมันโอเมก้า-3 มีคุณสมบัติช่วยบำรุงหลอดเลือดและลดความเสี่ยงการเกิดลิ่มเลือด ซึ่งเป็นต้นตอของภาวะหลอดเลือดสมองและหัวใจขาดเลือด ซึ่งยังคงเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆ ของโลกและของไทย งานวิจัยในวารสารการแพทย์ชื่อดังอย่าง JAMA Cardiology พบว่าผู้ที่รับประทานอาหารเสริมโอเมก้า-3 สามารถลดความเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในกลุ่มที่บริโภคโอเมก้า-3 จากอาหารในชีวิตประจำวันน้อยอยู่แล้ว (JAMA Cardiology, 2021)
อาหารเสริมตัวที่สองคือ แมกนีเซียม ที่พบมากในถั่วต่างๆ รวมถึงผักโขม ซึ่งเป็นผักที่คนไทยคุ้นเคย แต่อาจไม่ได้บริโภคในปริมาณที่มากพอในยุคปัจจุบัน แมกนีเซียมมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการควบคุมความดันโลหิต การทำงานของระบบประสาท และจังหวะการเต้นของหัวใจให้เป็นปกติ บทความดังกล่าวย้ำว่าการได้รับแมกนีเซียมอย่างเพียงพอไม่เพียงดีต่อหัวใจ แต่ยังช่วยเสริมสร้างกระดูก สมอง และกล้ามเนื้ออีกด้วย ภาวะขาดแมกนีเซียมอาจเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะและความดันโลหิตสูง โดยกลุ่มเสี่ยงมักเป็นผู้สูงอายุและผู้ที่นิยมรับประทานอาหารแปรรูป (NIH Office of Dietary Supplements)
ส่วน วิตามินดี ที่หลายคนเคยเชื่อว่าแค่โดนแดดเมืองไทยก็เพียงพอแล้ว แต่ด้วยวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไป ทำให้เราใช้เวลาในที่ร่มมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มนักเรียน นักศึกษา และพนักงานออฟฟิศ จึงมีความเสี่ยงที่จะขาดวิตามินดีสูงขึ้น วิตามินดีไม่เพียงสำคัญต่อกระดูกและระบบภูมิคุ้มกัน แต่ยังมีความเชื่อมโยงกับสุขภาพหัวใจอีกด้วย งานวิจัยชี้ว่าการมีระดับวิตามินดีที่เพียงพอจะช่วยลดโอกาสเกิดโรคหัวใจรุนแรงและช่วยให้ระบบเผาผลาญของร่างกายทำงานได้ดีขึ้น แม้ประเทศไทยจะมีแสงแดดอุดมสมบูรณ์ แต่การใช้ชีวิตในอาคารหรือการทาครีมกันแดดเป็นประจำ ก็อาจทำให้คนไทย โดยเฉพาะผู้สูงอายุหรือผู้มีโรคประจำตัว เสี่ยงต่อการขาดวิตามินดีได้เช่นกัน (Harvard Health Publishing), (Bangkok Post: Vitamin D Deficiency Rising in Cities)
กลยุทธ์ “เสริม 3 สารอาหาร” นี้สะท้อนให้เห็นถึงความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์โภชนาการที่ช่วยดูแลสุขภาพหัวใจได้อย่างครบวงจร ผู้เชี่ยวชาญถึงกับเรียกสูตรอาหารเสริมที่ออกแบบมาอย่างถูกต้องนี้ว่า เป็นเครื่องมือลดความเสี่ยงภาวะหัวใจวายได้ สอดคล้องกับความเห็นของผู้บริหารสมาคมโรคหัวใจแห่งประเทศไทย ที่เคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่า การได้รับโภชนาการที่เหมาะสม ควบคู่ไปกับการควบคุมความดัน ลดไขมัน และออกกำลังกาย ถือเป็นเกราะป้องกันหัวใจที่ดีที่สุด
เทรนด์และข้อควรระวังในการบริโภคอาหารเสริมของคนไทย
ประเด็นเรื่องอาหารเสริมในไทยกลายเป็นหัวข้อที่ถูกพูดถึงในวงกว้างขึ้น เมื่อไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่แตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง โอเมก้า-3 ได้กลายเป็นสินค้ายอดนิยมทั้งในร้านขายยาและร้านสะดวกซื้อ โดยเฉพาะแคปซูลน้ำมันปลาที่นำเข้าจากต่างประเทศ (สถิติ อย. ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร) ส่วนแมกนีเซียมก็เริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้นในกลุ่มคนทำงานในเมืองที่เผชิญความเครียดและปัญหานอนไม่หลับ ขณะที่วิตามินดีซึ่งเคยถูกมองว่า “ไม่จำเป็น” สำหรับคนเมืองร้อน กลับกลายเป็นอาหารเสริมที่คุณหมอแนะนำให้กับกลุ่มคนทำงานในออฟฟิศและผู้ที่เลี่ยงแดดมากขึ้น
ฉันทามติจากงานวิจัยระดับโลกต่างสนับสนุนสูตรอาหารเสริมนี้ บทสรุปในวารสาร The Journal of the American College of Cardiology ระบุว่า การได้รับโอเมก้า-3 แมกนีเซียม และวิตามินดีในระดับที่เหมาะสม จะช่วยลดการอักเสบในร่างกาย (ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ก่อให้เกิดโรคเรื้อรัง เช่น ความดันโลหิตสูง หลอดเลือดแข็งตัว และเบาหวาน) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ (JACC, 2020) ขณะที่งานทบทวนวรรณกรรมในวารสาร Nutrients ก็พบว่าแมกนีเซียมและวิตามินดีทำงานร่วมกันเพื่อช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ซึ่งล้วนส่งผลต่อการมีอายุที่ยืนยาว (Nutrients, 2022)
พฤติกรรมของคนไทยยิ่งตอกย้ำความจำเป็นนี้ เช่น การขาดโอเมก้า-3 ในกลุ่มวัยเรียนและวัยรุ่นจากการไม่นิยมกินปลา และการขาดวิตามินดีของคนเมืองจากการใช้ชีวิตในอาคารเป็นหลัก ผลสำรวจจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยพบว่าพนักงานออฟฟิศในกรุงเทพฯ เกือบ 70% อยู่ในภาวะขาดวิตามินดี (Bangkok Post) ส่วนแมกนีเซียมนั้น งานวิจัยของกระทรวงสาธารณสุขชี้ว่า คนไทยหันไปบริโภคอาหารแปรรูปและข้าวขาวมากขึ้น ทำให้ได้รับแมกนีเซียมจากแหล่งธรรมชาติในเมนูประจำวันลดน้อยลง
อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญในไทยได้ย้ำเตือนว่าควรมองอาหารเสริมเป็นเพียง “ตัวช่วย” เท่านั้น และไม่สามารถใช้ทดแทนมื้ออาหารหลักได้ ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนบำบัดจากโรงพยาบาลชั้นนำในกรุงเทพฯ ฝากเตือนว่าการกินอาหารเสริมโดยไม่จำเป็นหรือในปริมาณที่มากเกินไปอาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงได้ “อาหารเสริมจะมีประโยชน์สูงสุดก็ต่อเมื่อใช้ในผู้ที่ขาดสารอาหารนั้นจริงๆ ซึ่งอาจเกิดจากพฤติกรรมการกินหรือโรคประจำตัว แต่ทุกกรณีควรอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์” นอกจากนี้ ปัญหาข้อมูลที่ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับอาหารเสริมยังคงมีให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง โดยเฉพาะข่าวผลิตภัณฑ์ผิดกฎหมายหรือปลอมปนที่ถูกตรวจพบในไทย ซึ่งย้ำเตือนว่าผู้บริโภคควรเลือกซื้อจากร้านค้าที่น่าเชื่อถือเท่านั้น (คำเตือน อย. ๒๕๖๗)
ภูมิปัญญาอาหารไทยในกระแสโลก
อันที่จริง อาหารไทยดั้งเดิมอย่างน้ำพริกปลาทู ปลาย่าง และผักใบเขียวต่างๆ ถือเป็นแหล่งของทั้งโอเมก้า-3 และแมกนีเซียมชั้นยอด ในขณะที่คนไทยรุ่นก่อนซึ่งใช้ชีวิตอยู่นอกบ้านเป็นส่วนใหญ่ ก็ได้รับวิตามินดีจากแสงแดดอย่างเพียงพอ แต่เมื่อวิถีชีวิตคนเมืองเปลี่ยนไป การบริโภคอาหารสำเร็จรูป การอยู่กับหน้าจอ และการทำงานในห้องแอร์ตลอดวัน ได้กลายเป็นความท้าทายใหม่ต่อสุขภาพหัวใจ ไม่ต่างจากที่เกิดขึ้นในหลายประเทศทั่วโลก
ตลาดอาหารเสริมทั่วโลกยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง สหรัฐอเมริกาเป็นผู้นำด้านการบริโภค โดยมีการใช้จ่ายไปกับน้ำมันปลา วิตามินดี และแมกนีเซียมมากกว่า 3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี ขณะที่ตลาดในประเทศไทยคาดว่าจะเติบโตเฉลี่ยปีละ 6.2% โดยมีกลุ่มผู้บริโภคในเมืองที่ได้รับอิทธิพลจากสื่อออนไลน์เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ ตัวแทนจากสมาคมอุตสาหกรรมยาเคยกล่าวไว้ว่า “อาหารเสริมได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตยุคใหม่ แต่ผู้บริโภคจำเป็นต้องฉลาดเลือกผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัยและมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับเสมอ”
เทรนด์ที่กำลังมาแรงคือ “โภชนาการเฉพาะบุคคล” (Personalized Nutrition) ซึ่งต่อยอดมาจากงานวิจัยที่พบว่าพันธุกรรมของแต่ละคนส่งผลต่อการดูดซึมสารอาหารที่แตกต่างกัน เช่น โอเมก้า-3 และวิตามินดี ปัจจุบันในประเทศไทยเริ่มมีบริการตรวจเลือดและดีเอ็นเอในโรงพยาบาลเอกชนมากขึ้น ทำให้คนไทยสามารถเข้าถึงคำแนะนำด้านอาหารเสริมที่ออกแบบมาเพื่อตัวเองโดยเฉพาะ ไม่จำเป็นต้องยึดตามค่ามาตรฐานทั่วไปอีกต่อไป (มหาวิทยาลัยมหิดล งานวิจัยโภชนศาสตร์จีโนมิกส์)
ข้อแนะนำสำหรับคนไทยที่อยากมีหัวใจแข็งแรงและอายุยืน
สำหรับผู้อ่านที่ต้องการลดความเสี่ยงโรคหัวใจและส่งเสริมให้มีสุขภาพดีไปนานๆ งานวิจัยล่าสุดได้กลั่นกรองคำแนะนำที่นำไปใช้ได้จริงดังนี้
- ให้ความสำคัญกับอาหารจากธรรมชาติเป็นอันดับแรก เช่น ปลาทะเลน้ำลึก (หรือปลาน้ำจืดไขมันสูง) ผักใบเขียว ถั่วต่างๆ และออกไปรับแสงแดดยามเช้าอย่างปลอดภัย
- ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ หากไลฟ์สไตล์หรืออาหารการกินในแต่ละวันทำให้คุณเสี่ยงที่จะได้รับโอเมก้า-3 แมกนีเซียม หรือวิตามินดีไม่เพียงพอ
- เลือกซื้อผลิตภัณฑ์จากแหล่งที่เชื่อถือได้เท่านั้น เช่น ร้านขายยาที่ได้รับใบอนุญาต หรือโรงพยาบาล เพื่อหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้มาตรฐานหรือลักลอบนำเข้าโดยไม่มีฉลากภาษาไทย
แม้ไลฟ์สไตล์ของคนเมืองจะกำลังเปลี่ยนภูมิทัศน์สุขภาพของคนไทย แต่การนำ “สูตรอาหารเสริม 3 ตัว” ที่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับมาปรับใช้ อาจเป็นเครื่องมือง่ายๆ ที่ช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจ ลดการอักเสบเรื้อรัง และยืดเวลาแห่งการมีสุขภาพดีออกไปได้ อย่างไรก็ตาม ทุกงานวิจัยยังคงเน้นย้ำเสมอว่า อาหารเสริมเป็นเพียง “ผู้ช่วย” ไม่ใช่ “สิ่งทดแทน” ภูมิปัญญาดั้งเดิมเรื่องอาหาร การออกกำลังกาย และการใช้ชีวิตอย่างสมดุล
แหล่งข้อมูล: Business Insider | JAMA Cardiology | NIH Office of Dietary Supplements | Harvard Health Publishing | Bangkok Post – Vitamin D Deficiency | อย. | JACC | Nutrients Journal | มหาวิทยาลัยมหิดล – โภชนศาสตร์จีโนมิกส์