ใครจะรู้ว่าในร่างกายของเรามี “เชื้อรา” นับล้านล้านตัวอาศัยอยู่เงียบๆ และอาจเป็นผู้บงการสมองและพฤติกรรมของเราอยู่ก็เป็นได้ งานวิจัยแขนงใหม่ที่เรียกว่า “ไมโคไบโอม” (mycobiome) กำลังเผยความลับว่า ชุมชนเชื้อราที่อาศัยอยู่ตามลำไส้ ผิวหนัง หรือแม้แต่ในสมอง อาจมีส่วนเชื่อมโยงกับภาวะซึมเศร้า วิตกกังวล ไปจนถึงโรคทางสมองต่างๆ ซึ่งเป็นประเด็นสุขภาพที่ส่งผลกระทบต่อคนไทยและผู้คนทั่วโลกอย่างลึกซึ้ง

ที่ผ่านมา เวลาพูดถึงโลกของจุลินทรีย์ในร่างกาย (ไมโครไบโอม) นักวิทยาศาสตร์มักพุ่งเป้าไปที่ “แบคทีเรีย” เป็นหลัก แต่ตอนนี้สปอตไลต์กำลังส่องมาที่ “เชื้อรา” มากขึ้นเรื่อยๆ ดังที่สื่อต่างประเทศอย่าง BBC Future รายงานว่า ไม่ใช่แค่แบคทีเรียในลำไส้ที่ส่งผลต่ออารมณ์และสมอง แต่เชื้อราเองก็อาจมีบทบาทสำคัญไม่แพ้กัน ตั้งแต่การควบคุมระบบภูมิคุ้มกันไปจนถึงความเสี่ยงในการเกิดโรคทางจิตเวช

ประเด็นนี้สอดรับกับสถานการณ์ในสังคมไทย ที่ผู้คนเผชิญกับความเครียด ความวิตกกังวล และอารมณ์แปรปรวนกันมากขึ้น ขณะที่หน่วยงานด้านสาธารณสุขก็พยายามมองหาแนวทางรับมือใหม่ๆ ทั้งนี้ วิถีชีวิตของคนไทยมีความจำเพาะ ทั้งสภาพอากาศและวัฒนธรรมการกิน ตั้งแต่อาหารหมักดองคู่ครัวอย่างปลาร้า ข้าวหมาก ไปจนถึงเห็ดนานาชนิด ล้วนส่งผลต่อความหลากหลายของเชื้อราในร่างกายทั้งสิ้น

รายงานจาก BBC เผยว่านักวิจัยสามารถตรวจพบเชื้อราได้ทั้งในกระแสเลือด โพรงจมูก ปอด และแม้กระทั่งในสมอง โดยในปี ๒๕๖๕ มีงานศึกษาชิ้นสำคัญที่พบร่องรอยของเชื้อรา โดยเฉพาะกลุ่มแคนดิดา (Candida) ในสมองของผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์และจิตเภท แม้การค้นพบนี้จะยังเป็นที่ถกเถียงและต้องอาศัยการวิจัยเพิ่มเติม แต่ก็ช่วยเพิ่มน้ำหนักให้กับแนวคิดที่ว่า จุลินทรีย์หลากหลายชนิด รวมถึงเชื้อรา อาจส่งผลต่อการอักเสบและการทำงานของสมองได้ ดังที่ผู้เชี่ยวชาญท่านหนึ่งระบุไว้ในบทความว่า “เราทราบดีว่าแบคทีเรียสร้างสารสื่อประสาทและสื่อสารกับสมองได้ เชื้อราก็น่าจะทำแบบเดียวกันได้”

ทุกวันนี้ การศึกษาเกี่ยวกับ “แกนลำไส้-สมอง-เชื้อรา” ยังถือเป็นเรื่องใหม่ที่นักวิทยาศาสตร์ยังหาข้อสรุปที่ชัดเจนไม่ได้ว่า เชื้อราส่งผลต่อสมองโดยตรง หรือเป็นเพียงผลพลอยได้จากภาวะภูมิคุ้มกันที่อ่อนแอลงในผู้ป่วยสมองเสื่อม อย่างไรก็ตาม มีสมมติฐานว่าเชื้อราอาจส่งผลกระทบต่อผนังลำไส้ ทำให้มีการปล่อยโมเลกุลบางอย่างที่เดินทางไปยังสมอง หรืออาจสื่อสารผ่านเส้นประสาทเวกัส (vagus nerve) ซึ่งเป็นเส้นทางสื่อสารหลักระหว่างระบบทางเดินอาหารกับระบบประสาทส่วนกลาง (Nature Reviews Immunology)

ในประเทศไทย วงการแพทย์เองก็เริ่มหันมาให้ความสนใจในเรื่องนี้ โดยผู้เชี่ยวชาญด้านจุลชีววิทยาจากสถาบันวิจัยแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ให้ความเห็นว่า “โอกาสที่เชื้อราจะมีผลต่อสุขภาพจิตถือเป็นพื้นที่ใหม่ที่น่าติดตาม เราคุ้นเคยกับแบคทีเรียแล้ว แต่เพื่อนร่วมทางอย่างเชื้อรา อาจมีความสำคัญไม่น้อยกว่ากัน โดยเฉพาะเมื่อเงื่อนไขสิ่งแวดล้อมและอาหารในไทยแตกต่างจากประเทศอื่น” อาหารพื้นบ้านอย่างปลาร้า ข้าวหมาก และเห็ดต่างๆ นอกจากจะให้คุณค่าทางอาหารแล้ว ยังอาจเป็นตัวแปรสำคัญที่ปรับเปลี่ยนโครงสร้างของเชื้อราในร่างกายเราได้

ขณะเดียวกัน กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ก็เริ่มกล่าวถึงบทบาทของไมโครไบโอมต่อสุขภาพของประชาชน และมีแนวคิดที่จะศึกษาในกลุ่มประชากรไทย ทั้งผู้ที่มีสุขภาพดีและกลุ่มผู้ที่มีปัญหาด้านอารมณ์หรือภาวะสมองเสื่อม แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อก็ได้ให้ข้อควรระวังว่า “ไม่ใช่เชื้อราทุกชนิดในร่างกายจะปลอดภัย” เพราะเชื้อราบางตัวก็สามารถก่อโรคได้ โดยเฉพาะในผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง

ในฐานะคนไทยที่ผูกพันกับเชื้อรามานาน ไม่ว่าจะจากการเก็บเห็ดป่า หรือการกินอาหารหมักดอง เราอาจไม่แปลกใจที่รู้ว่ามีเชื้อราอยู่ในตัว แต่การที่มันอาจโยงใยไปถึงสุขภาพจิตของเราได้นั้น นับเป็นมุมมองใหม่ที่น่าขบคิด โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบทที่วิถีการหมักดองยังคงอยู่ และสุขอนามัยมีความหลากหลาย ปฏิสัมพันธ์ระหว่างเชื้อรา ลำไส้ และสุขภาพใจจึงอาจมีความสำคัญอย่างยิ่ง

เมื่อมองไปในอนาคต ผู้เชี่ยวชาญคาดว่าในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า เราอาจได้เห็นการค้นพบครั้งสำคัญเกี่ยวกับเรื่องนี้ งานวิจัยจากทั่วโลกกำลังเร่งศึกษาปฏิสัมพันธ์ระหว่างเชื้อราชนิดต่างๆ กับระบบภูมิคุ้มกันและระบบประสาท โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการพัฒนานวัตกรรมการรักษาแบบใหม่ เช่น “ไซโคไบโอติกส์” (psychobiotics) หรือโปรไบโอติกที่มุ่งเน้นการปรับอารมณ์และสมอง ซึ่งอาจครอบคลุมไปถึงเชื้อราที่มีประโยชน์ หรือที่เรียกว่า “ไมโคไบโอติกส์” (mycobiotics) ด้วย

แม้จะยังต้องรอข้อสรุปที่ชัดเจนทางวิทยาศาสตร์ แต่สำหรับคนไทยแล้ว การดูแลสุขอนามัย การรับประทานอาหารที่หลากหลายตามแบบฉบับบ้านเรา และการใส่ใจดูแลสุขภาพลำไส้ ยังคงเป็นหัวใจสำคัญ สำหรับผู้ที่มีอาการภูมิแพ้เรื้อรัง ระบบทางเดินอาหารทำงานผิดปกติ หรือมีภาวะอารมณ์แปรปรวนโดยไม่ทราบสาเหตุ ในอนาคตอันใกล้ เราอาจมีเครื่องมือทางการแพทย์ที่ช่วยวิเคราะห์เชื้อราในร่างกายได้ละเอียดขึ้น

กล่าวโดยสรุป โลกของเชื้อราในร่างกายเปรียบเสมือนแผนที่ใบใหม่ที่นักวิทยาศาสตร์ทั้งในไทยและต่างประเทศเพิ่งจะเริ่มออกสำรวจ จุลชีพเหล่านี้อาจเป็นตัวแปรสำคัญที่หล่อหลอมความคิดและอารมณ์ของเรามากกว่าที่เคยคาดคิด ในระหว่างที่รอคำตอบจากงานวิจัย การกินอาหารที่ดี ตรวจสุขภาพสม่ำเสมอ และหันมาใส่ใจ “ระบบนิเวศในตัวเอง” คือแนวทางการดูแลสุขภาพที่ดีที่สุดที่เราทำได้ในตอนนี้

แหล่งข้อมูล: BBC Future และ Nature Reviews Immunology