ใครว่าออกกำลังกายต้องน่าเบื่อ? เทรนด์ใหม่มาแรงอย่างการรวมกลุ่ม “เดินในห้าง” กำลังพิสูจน์ให้เห็นว่าการขยับร่างกายก็กลายเป็นเรื่องสนุก เข้าถึงง่าย และได้เพื่อนใหม่ๆ ไปพร้อมกัน แถมยังให้ผลลัพธ์ที่ดีต่อสุขภาพและการลดน้ำหนักซึ่งมีงานวิจัยรองรับอีกด้วย หลายกลุ่มในต่างประเทศ—รวมถึงกลุ่มที่จัดหนักจัดเต็มในธีมแฟชั่นยุค 80 ที่ห้างแห่งหนึ่งในพอร์ตแลนด์—ต่างใช้ความคิดสร้างสรรค์ดึงดูดผู้คนทุกเพศทุกวัยให้มาขยับแข้งขยับขา บางคนถึงกับยอมกลับมาออกกำลังกายเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี เพราะการเดินในห้างทำให้การออกกำลังกายกลายเป็นเรื่องง่าย ได้ความสนุกและสังคมไปในตัว (today.com)

เอาเข้าจริง การเดินในห้างไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่การกลับมาฮิตอีกครั้งชี้ให้เห็นว่าคนกำลังมองหาการออกกำลังกายที่ทำได้ง่ายและเน้นการมีส่วนร่วมมากขึ้น ยิ่งสำหรับคนไทยที่ต้องเผชิญกับสารพัดปัญหา ทั้งอากาศร้อนจัด ฝุ่นพิษ หรือฝนตกไม่เป็นเวลา ห้างสรรพสินค้าจึงกลายเป็นเหมือนโอเอซิสที่ทั้งเย็นสบาย ปลอดภัย และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองที่คุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว ในยุคที่อัตราโรคอ้วนและปัญหาสุขภาพพุ่งสูงขึ้น—ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขชี้ว่าผู้ใหญ่ไทยราว 1 ใน 3 มีภาวะน้ำหนักเกินหรือเป็นโรคอ้วน—การเดินในห้างจึงเป็นทางเลือกที่เหมาะเจาะและปรับใช้กับชีวิตคนไทยได้ไม่ยาก (NPR)

กลุ่มเดินในห้างอย่าง “Food Court 5000” ได้เปลี่ยนการออกกำลังกายให้กลายเป็นปาร์ตี้ย่อมๆ ผู้นำกลุ่มที่ตั้งฉายาให้ตัวเองเก๋ๆ ว่า “ริชาร์ด ซิมมอนส์หญิง” จะชวนสมาชิกแต่งตัวสีสันสุดจี๊ด เปิดเพลงแดนซ์ยุค 80 แล้วเดินไปด้วยกันอย่างสนุกสนาน “ต้องมีคอสตูมและความรับผิดชอบต่อกลุ่ม” เธอกล่าวเน้นย้ำว่าหัวใจสำคัญไม่ใช่แค่การเบิร์นแคลอรี แต่คือความสนุกและมิตรภาพที่เกิดขึ้นระหว่างทาง สมาชิกในกลุ่มต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า นอกจากสุขภาพจะดีขึ้นแล้ว ยังได้เม้าท์มอยสนุกๆ ได้ย้อนวันวาน และรู้สึกมีคุณค่าเมื่อได้อยู่กับเพื่อนต่างวัยต่างประสบการณ์

ไม่ใช่แค่ความรู้สึก แต่มีงานวิจัยมายืนยันว่าบรรยากาศที่สนุกสนานเป็นกันเองช่วยให้คนเราออกกำลังกายได้อย่างต่อเนื่อง งานศึกษาจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดเมื่อปี 2567 พบว่าระบบสนับสนุนการเดินในห้างผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ตโฟน ช่วยเพิ่มจำนวนก้าวเดินในแต่ละวันได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้หญิงและผู้สูงอายุ ปัจจัยสำคัญคือความสม่ำเสมอและการได้พบปะพูดคุยกัน (Harvard Health) ขณะที่งานวิจัยของมหาวิทยาลัยรัทเกอร์สก็พบว่า ผู้เข้าร่วมโครงการเดินในห้างส่วนใหญ่มีทักษะการเคลื่อนไหวดีขึ้น หัวใจแข็งแรงขึ้น มีพละกำลังและการทรงตัวดีขึ้น ทั้งยังมีความดันโลหิตและสุขภาพโดยรวมที่ดีขึ้นด้วย (Rutgers; PMC) สิ่งดีๆ เหล่านี้เกิดขึ้นได้กับทุกคน ไม่ว่าจะเคยออกกำลังกายเป็นประจำหรือเป็นมือใหม่หัดฟิตก็ตาม

บรรดาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพต่างเห็นพ้องต้องกันว่า การเดินนี่แหละคือจุดเริ่มต้นที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน ไม่ว่าจะฟิตอยู่แล้วหรือเพิ่งเริ่ม โค้ชฟิตเนสรายหนึ่งให้ข้อมูลในรายงานล่าสุดว่า “การเดินเป็นกิจกรรมแรงกระแทกต่ำ แต่ช่วยเผาผลาญแคลอรี กระตุ้นการเผาผลาญ และเสริมสร้างกระดูกกับกล้ามเนื้อได้ดีเยี่ยม” นอกจากนี้ยังช่วยลดความดันโลหิต ลดความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด ป้องกันการหกล้มในผู้สูงวัย และที่สำคัญคือช่วยให้สุขภาพจิตดีขึ้น ลดความวิตกกังวลและภาวะซึมเศร้า ทั้งยังช่วยให้มีสมาธิและควบคุมอารมณ์ได้ดีขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้สูงอายุไทยที่อาจรู้สึกโดดเดี่ยวท่ามกลางสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป

กลับไปที่กลุ่ม “Food Court 5000” ในพอร์ตแลนด์ แม้สมาชิกบางคนจะลดน้ำหนักไปได้ถึง 4.5 กิโลกรัม (10 ปอนด์) แต่สิ่งที่พวกเขาได้กลับมาและมีค่ามากกว่านั้นคือความสุขและการได้เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม “พอเราเปลี่ยนมุมมองที่มีต่อการออกกำลังกาย ก็เลิกกดดันหรือโทษตัวเองเหมือนเมื่อก่อน” ผู้นำกลุ่มกล่าว ขณะที่สมาชิกอาวุโสวัย 80 ปีของกลุ่มมองว่าการเดินในห้างเปรียบเสมือน “ยารักษาใจ” ที่ทำให้ได้พบปะคนรุ่นใหม่และรู้สึกมีเป้าหมายในชีวิต

เสน่ห์ของการเดินในห้างอยู่ที่ความง่ายและความสะดวกสบายล้วนๆ พื้นก็เรียบ ไม่ต้องกลัวสะดุด ไม่มีรถมาเฉี่ยว อากาศก็เย็นฉ่ำ มีที่นั่งให้พักเหนื่อย แถมยังมีร้านอาหารและร้านค้าให้แวะดู ทำให้เราอยากเดินนานขึ้นโดยไม่ต้องกังวลเรื่องฝนฟ้าอากาศเลย ซึ่งห้างหลายแห่งในไทยก็เปิดให้บริการตั้งแต่เช้าอยู่แล้ว หากมีการสนับสนุนเพิ่มเติม เช่น เปิดพื้นที่ให้นักเดินโดยเฉพาะ จัดเส้นทางเดิน หรือมีกิจกรรมเดินตามธีมต่างๆ ก็อาจช่วยส่งเสริมการออกกำลังกายให้กลายเป็นเรื่องใกล้ตัวยิ่งขึ้น

ที่สำคัญ เทรนด์นี้ยังเข้ากับจริตของคนไทยที่เน้นความ “สนุก” และการเข้าสังคมเป็นอย่างดี ไม่ต่างจากงานวัด ตลาดนัด หรือลานแอโรบิกที่คุ้นเคยกัน การเดินในห้างจึงสามารถกลายเป็นพื้นที่สร้างสุขภาพและสังคมสำหรับทุกคนได้ โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุที่มักจะไปนั่งพักผ่อนพูดคุยในห้างอยู่แล้ว ก็อาจได้ประโยชน์ทั้งในแง่การเคลื่อนไหวร่างกายและการ “มีเพื่อน” ไปพร้อมๆ กัน

ในอนาคตที่วิถีชีวิตคนเมืองและสภาพอากาศมีผลต่อการใช้ชีวิตมากขึ้น คาดว่าแนวคิดการเดินในห้างจะยิ่งได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับองค์การอนามัยโลกได้ออกมาเตือนว่าคนไทยทั้งผู้ใหญ่และเยาวชนมีกิจกรรมทางกายน้อยลง โครงการกลุ่มเดินในห้างอาจเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือสำคัญที่ช่วยต่อยอดการรณรงค์ของกระทรวงสาธารณสุขที่เคยทำในบางจังหวัด ให้เข้าถึงคนเมือง ครอบครัว และผู้สูงอายุได้ในวงกว้างยิ่งขึ้น

ใครที่ฟังแล้วอยากลองเริ่มบ้าง ไม่ยากเลย:

  • มองหาห้างสรรพสินค้าใกล้บ้านที่เปิดแต่เช้า หรือมีพื้นที่เหมาะกับการเดิน
  • สวมรองเท้าที่เดินสบาย และอย่าลืมดื่มน้ำก่อนและระหว่างเดิน ถึงจะอยู่ในที่ร่มอากาศเย็นก็อย่าประมาทภาวะขาดน้ำ
  • ชวนเพื่อนหรือคนในครอบครัวไปเดินด้วยกัน จะได้สนุกขึ้นและมีคนคอยกระตุ้น
  • เริ่มจากระยะเวลาสั้นๆ แล้วค่อยๆ เพิ่มเวลาและความเร็วตามความฟิตของร่างกาย
  • ลองเข้าร่วมกลุ่มที่มีอยู่แล้ว หรือจะตั้งกลุ่มใหม่ใส่ความเป็นไทยเข้าไป เช่น เปิดเพลงป็อปไทยสนุกๆ หรือนัดกันแต่งตัวสร้างสรรค์เพื่อเพิ่มสีสัน

ฝ่ายบริหารของห้างสรรพสินค้าเองก็มีบทบาทสำคัญเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการติดป้ายบอกเส้นทาง แจกแผนที่สำหรับนักเดิน จัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพ หรือจัดเวิร์กชอปต่างๆ หรืออาจจะลองจัดธีมแบบไทยๆ เช่น กิจกรรมเดินตามเทศกาล หรือร่วมมือกับอินฟลูเอนเซอร์ที่คนไทยชื่นชอบ ก็ช่วยดึงดูดความสนใจได้มากขึ้น

ท้ายที่สุดแล้ว ทั้งงานวิจัยและเสียงจากผู้เข้าร่วมจริงต่างชี้ตรงกันว่า “การขยับร่างกายจะกลายเป็นเรื่องง่ายและน่าทำขึ้นมาทันที ถ้ามีสังคม มีความสนุก และอยู่ในพื้นที่ที่เราคุ้นเคย” ไม่ว่าจะตั้งเป้าเพื่อลดน้ำหนัก คลายเครียด หรือกลับมามีปฏิสัมพันธ์กับสังคมอีกครั้ง “การเดินในห้าง” ก็เป็นทางเลือกที่ยอดเยี่ยมที่ทุกคนเข้าถึงได้ และมีแนวโน้มที่จะกลายเป็นเทรนด์สุขภาพที่สำคัญทั้งในไทยและทั่วโลก

สำหรับผู้ที่สนใจข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการสร้างกลุ่มเดินในห้าง หรือกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง สามารถดูรายละเอียดได้จาก เว็บไซต์กระทรวงสาธารณสุข โปรแกรมส่งเสริมสุขภาพของโรงพยาบาลต่างๆ หรือสอบถามข้อมูลโดยตรงจากห้างสรรพสินค้าใกล้บ้าน