งานวิจัยชิ้นใหม่จากต่างประเทศกำลังส่งสัญญาณเตือนไปทั่วโลก เมื่อพบความเชื่อมโยงระหว่างการผ่าคลอดโดยไม่ได้มีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ หรือที่เรียกกันว่า ‘ผ่าคลอดตามนัด’ ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆ กับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของมะเร็งบางชนิดในเด็ก โดยเฉพาะมะเร็งเม็ดเลือดขาวเฉียบพลันชนิดลิมโฟบลาสติก (ALL) ซึ่งเป็นมะเร็งที่พบบ่อยที่สุดในเด็ก งานวิจัยชิ้นนี้กำลังเป็นที่จับตาในวงการแพทย์ทั่วโลก และอาจส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจของคุณแม่ชาวไทยและบุคลากรทางการแพทย์ เนื่องจากสถิติการผ่าคลอดโดยความสมัครใจในไทยมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง (MSN HealthDay, International Journal of Cancer)
การผ่าคลอดตามนัดกับความเสี่ยงมะเร็งเม็ดเลือดขาวในเด็ก
งานวิจัยในสวีเดนที่ตีพิมพ์ในวารสารวิชาการเมื่อไม่นานมานี้ พบว่าเด็กที่เกิดจากการผ่าคลอดตามนัด มีโอกาสถูกวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็ง ALL มากกว่าเด็กที่คลอดด้วยวิธีธรรมชาติ แม้ว่าความเสี่ยงโดยรวมจะยังอยู่ในเกณฑ์ต่ำมาก แต่ความแตกต่างนี้มีนัยสำคัญทางสถิติ ทำให้ผู้เชี่ยวชาญออกมาแนะนำให้พิจารณาอย่างรอบคอบถึงการผ่าคลอด หากไม่มีความจำเป็นทางการแพทย์ (News Medical, Newsweek)
การค้นพบนี้ยังสอดคล้องกับข้อมูลทางการแพทย์ก่อนหน้านี้ที่ชี้ว่าเด็กที่เกิดจากการผ่าคลอด มีแนวโน้มเสี่ยงเป็นโรคหอบหืด ภูมิแพ้ และเบาหวานชนิดที่ ๑ สูงขึ้นด้วย (foxbangor.com, PubMed)
บริบทประเทศไทย: เมื่ออัตราผ่าคลอดสูงสวนทางคำแนะนำและวัฒนธรรมเข้ามามีบทบาท
ประเด็นนี้ถือว่าน่ากังวลอย่างยิ่งสำหรับประเทศไทย แม้ว่าองค์การอนามัยโลก (WHO) จะย้ำเสมอว่าควรผ่าคลอดเมื่อมีความจำเป็นทางการแพทย์เท่านั้น แต่สัดส่วนการผ่าคลอดในไทยกลับสูงกว่าคำแนะนำดังกล่าวมาก ปัจจุบันทารกไทยมากกว่า 1 ใน 3 เกิดจากการผ่าคลอด โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ และหัวเมืองใหญ่บางแห่งที่ตัวเลขพุ่งสูงกว่า 40% สถานการณ์นี้ได้สร้างข้อถกเถียงในแวดวงสาธารณสุขถึงความเหมาะสมของการเลือกใช้วิธีผ่าคลอด (Wikipedia)
สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากบทบาทสองด้านของการผ่าคลอด ที่ด้านหนึ่งคือหัตถการช่วยชีวิตในภาวะฉุกเฉิน แต่ในอีกด้านหนึ่งกลับกลายเป็นทางเลือกยอดนิยมด้วยเหตุผลด้านความสะดวกสบาย กำหนดเวลาได้แน่นอน หรือความกลัวเจ็บครรภ์คลอด นอกจากนี้ยังมีวัฒนธรรมการหาฤกษ์คลอด หรือความเชื่อว่าการผ่าคลอดปลอดภัยกว่าการคลอดธรรมชาติ อย่างไรก็ตาม หากคุณแม่มีสุขภาพแข็งแรงและไม่มีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ หลักฐานจากทั่วโลกต่างชี้ตรงกันว่า การผ่าคลอดไม่ได้มีประโยชน์เหนือกว่าการคลอดธรรมชาติ และอาจแฝงความเสี่ยงต่อสุขภาพของลูกในระยะยาวไว้ด้วย (HealthDay)
เจาะลึกงานวิจัยล่าสุด: ผ่าคลอดก่อนเจ็บครรภ์สัมพันธ์กับความเสี่ยงมะเร็ง
หัวใจของความกังวลครั้งนี้มาจากผลการศึกษาในสวีเดน ซึ่งติดตามเด็กที่เกิดจากการผ่าคลอดตามนัด การผ่าคลอดฉุกเฉิน และการคลอดธรรมชาติ ผลการศึกษาพบว่าการผ่าคลอดตามนัด (elective C-section) หรือการผ่าคลอดก่อนที่จะมีอาการเจ็บครรภ์ มีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงมะเร็ง ALL ที่สูงกว่าการผ่าคลอดฉุกเฉิน ทีมวิจัยตั้งสมมติฐานว่าปัจจัยหนึ่งอาจมาจากการที่ทารกไม่ได้รับจุลินทรีย์ดีจากช่องคลอดของมารดา ซึ่งเป็นกระบวนการสำคัญที่ช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันตั้งแต่แรกเกิด เรื่องของจุลินทรีย์ในลำไส้ (gut microbiome) และผลต่อระบบภูมิคุ้มกันของเด็ก กำลังกลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจอย่างสูงทั้งในวงการแพทย์และในสังคมไทย (International Journal of Cancer, PubMed: Gut microbiome immaturity and childhood ALL)
ข้อเสนอแนะจากผู้เชี่ยวชาญและทิศทางนโยบายที่ควรเป็น
กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านมะเร็งในเด็กจากศูนย์การแพทย์ชั้นนำแห่งหนึ่งให้ข้อมูลว่า “แม้ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นกับเด็กแต่ละคนจะถือว่าต่ำมาก แต่เมื่อมองในภาพรวมระดับประเทศ นี่คือเรื่องที่น่ากังวลและต้องให้ความสำคัญ” ด้วยเหตุนี้ ผู้เชี่ยวชาญในไทยจึงเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการลดการผ่าคลอดที่ไม่จำเป็น เพื่อป้องกันผลกระทบระยะยาวที่อาจเกิดขึ้นกับเด็กรุ่นต่อไป (News Medical)
แม้กระทรวงสาธารณสุขจะมีคำแนะนำที่ชัดเจนให้ผ่าคลอดเมื่อมีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์เท่านั้น แต่แรงจูงใจทางเศรษฐกิจ การบริหารจัดการบุคลากรในโรงพยาบาล และความคาดหวังของผู้รับบริการ ยังคงเป็นปัจจัยที่ทำให้อัตราการผ่าคลอดสูงอยู่เสมอ โรงพยาบาลเอกชนบางแห่งมีการส่งเสริมการขายแพ็กเกจผ่าคลอดแบบพรีเมียม ซึ่งสามารถเลือกรูปแบบการให้ยาสลบ กำหนดเวลาคลอด หรือแม้กระทั่งให้คำปรึกษาด้านชื่อมงคล ปัจจัยเหล่านี้ล้วนเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการผ่าคลอด แม้อาจมีความเสี่ยงต่อสุขภาพในระยะยาวก็ตาม นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการผ่าคลอดยังสูงกว่า การฟื้นตัวของมารดาใช้เวลานานกว่า และยังส่งผลให้คุณแม่หลายคนประสบปัญหาในการเริ่มต้นเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ (Wikipedia: Caesarean section)
มุมมองทางวิทยาศาสตร์: ทำความเข้าใจความเสี่ยงและข้อควรระวัง
งานวิจัยรุ่นใหม่ๆ พยายามควบคุมปัจจัยแทรกซ้อนต่างๆ ให้รัดกุมขึ้น ไม่ว่าจะเป็นปัจจัยทางพันธุกรรม สิ่งแวดล้อม หรือแม้แต่สถานะทางเศรษฐกิจและสังคม ข้อมูลยังชี้ว่ามะเร็ง ALL ในเด็ก (แม้จะพบได้น้อย) มีอัตราการเกิดสูงในประเทศที่นิยมการผ่าคลอดโดยสมัครใจ ความเชื่อมโยงระหว่างระบบภูมิคุ้มกันที่อาจถูกรบกวน กับการที่ทารกไม่ได้รับจุลินทรีย์ตามธรรมชาติ จึงกลายเป็นเป้าหมายสำคัญของการวิจัยในอนาคต ซึ่งอาจนำไปสู่แนวทางการป้องกันโรคต่างๆ ไม่ใช่เพียงแค่มะเร็ง แต่ยังรวมถึงโรคเรื้อรังอีกหลายชนิด (PubMed: DNA methylation and C-section, Newsweek)
นักวิจัยทั่วโลกต่างเห็นตรงกันว่า ควรลดการผ่าคลอดโดยไม่มีเหตุผลทางการแพทย์ให้เหลือน้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
ทางเลือกสำหรับอนาคต: ให้ข้อมูลรอบด้าน เข้าใจวัฒนธรรม ห่วงใยสุขภาพระยะยาว
ในขณะที่วัฒนธรรม ความเชื่อ และความต้องการของแต่ละครอบครัวมีความแตกต่างกัน เสียงสะท้อนจากฝั่งผู้กำหนดนโยบายและบุคลากรสาธารณสุขจึงเสนอให้หันมาเน้นการให้ข้อมูลที่รอบด้าน สื่อสารความเสี่ยงให้ชัดเจน และสร้างทางเลือกให้ครอบครัวตั้งแต่ขั้นตอนการฝากครรภ์ เช่น การเพิ่มการเข้าถึงการดูแลโดยผดุงครรภ์ การเสริมสร้างความรู้ด้านภูมิคุ้มกัน มีมาตรการตรวจสอบข้อบ่งชี้ในการผ่าคลอดที่โปร่งใส รวมถึงการสนับสนุนวิธีบรรเทาความเจ็บปวดระหว่างคลอด เพื่อลดความกลัวที่อาจนำไปสู่การตัดสินใจเลือกผ่าคลอด
ผู้เชี่ยวชาญจึงฝากถึงคุณพ่อคุณแม่ชาวไทยให้ปรึกษาแพทย์อย่างตรงไปตรงมา พิจารณาความสำคัญของรูปแบบการคลอด ศึกษาข้อมูลใหม่ๆ และยึดถือคำแนะนำทางการแพทย์ที่เป็นปัจจุบันเป็นหลัก แม้ว่าความเชื่อเรื่องความสะดวกสบายหรือการถือฤกษ์งามยามดีจะยังคงมีอิทธิพลในสังคมไทย แต่สุขภาพของลูกในระยะยาวควรเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด
ท้ายที่สุด การสร้างสมดุลระหว่างความเชื่อส่วนบุคคลกับหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ โดยอาศัยความรู้จากงานวิจัยใหม่ๆ คือแนวทางที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับแม่และเด็กไทยในอนาคต
ที่มา:
- Planned C-sections linked to higher risk of cancer in children (Newsweek)
- Planned C-Section May Be Tied to Increased Risk for Leukemia in Offspring (HealthDay, MSN)
- Study Links Planned C-Sections to Increased Leukemia Risk in Children (News Medical)
- Caesarean section - Wikipedia
- Mode of delivery and risk of lymphoblastic leukemia during childhood (PubMed)
- International Journal of Cancer