คำว่า “ฝรั่ง” ที่คนไทยใช้เรียกชาวตะวันตก กลายเป็นประเด็นที่ถกเถียงกันอย่างกว้างขวางทั้งในหมู่คนไทยและชาวต่างชาติ ว่าแท้จริงแล้วคำนี้เป็นการเหยียดเชื้อชาติ หรือเป็นเพียงคำเรียกกลางๆ กันแน่ ในยุคที่สังคมโลกตื่นตัวเรื่องความเท่าเทียมและความหลากหลาย การทำความเข้าใจที่มาและบริบทของคำว่า “ฝรั่ง” ในสังคมไทยจึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง ทั้งสำหรับคนไทยเองและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศ

สำหรับชาวต่างชาติที่มาเที่ยวหรืออาศัยในเมืองไทย คำว่า “ฝรั่ง” มักเป็นคำแรกๆ ที่ได้ยินจนคุ้นหู ไม่ว่าจะเดินตามท้องถนน ในตลาด หรือในบทสนทนาทั่วไป ที่มาของคำนี้มีรากศัพท์มาจากภาษาเปอร์เซียโบราณว่า “แฟรงก์” ซึ่งในอดีตใช้เรียกชาวฝรั่งเศสหรือชาวยุโรปตะวันตกโดยรวม คำนี้เดินทางเข้ามาสู่สยามผ่านเส้นทางการค้าและความสัมพันธ์กับชาวยุโรปตั้งแต่สมัยอยุธยา ข้อมูลจาก The Nation ระบุว่ามีการค้นพบหลักฐานการใช้คำนี้ในจดหมายเหตุราชสำนักสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช โดยในยุคแรกหมายถึงชาวโปรตุเกสที่เข้ามาตั้งถิ่นฐาน ก่อนจะขยายความหมายจนกลายเป็นคำเรียกคนผิวขาวโดยทั่วไป

ในปัจจุบัน “ฝรั่ง” เป็นคำที่คนไทยใช้เรียกชาวต่างชาติผิวขาว โดยไม่ได้เจาะจงสัญชาติหรือพื้นเพ คำนี้ได้รับการบรรจุอยู่ใน พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน และถูกหยิบยกมาพูดถึงทั้งในแวดวงวิชาการและบนโลกโซเชียล เมื่อจำนวนชาวต่างชาติในไทยเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะในเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพฯ ภูเก็ต และเชียงใหม่ ประเด็นเรื่องความหมายและการใช้คำนี้จึงกลายเป็นส่วนหนึ่งของบทสนทนาว่าด้วยสังคมพหุวัฒนธรรมและความเป็นเจ้าของพื้นที่

แล้วสรุปว่าคำว่า “ฝรั่ง” เป็นคำเหยียดหรือไม่? หากไปถามผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาและชาวต่างชาติส่วนใหญ่ คำตอบนั้นไม่ตายตัว เพราะทุกอย่างขึ้นอยู่กับ “บริบทและน้ำเสียง” ของผู้พูด มากกว่าตัวคำศัพท์เอง นักวิจัยด้านวัฒนธรรม รวมถึงงานวิทยานิพนธ์จาก จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และบทความวิชาการ “An Ambiguous Intimacy: Farang as Siamese Occidentalism” (Hong Kong Scholarship Online) ต่างชี้ไปในทางเดียวกันว่า แต่เดิมคำว่า “ฝรั่ง” ไม่ได้มีความหมายในแง่ลบเหมือนคำเหยียดเชื้อชาติที่รุนแรงในภาษาอังกฤษ ในชีวิตประจำวัน คนไทยส่วนใหญ่ใช้คำนี้ในความหมายเดียวกับ “ชาวต่างชาติ” หรือ “คนตะวันตก” มากกว่าจะเป็นคำดูถูก

อย่างไรก็ตาม การใช้คำทุกคำย่อมขึ้นอยู่กับเจตนา พ่อค้าแม่ค้าที่ตะโกนเรียกว่า “ฝรั่งๆ” เพื่อชวนดูสินค้า อาจไม่ได้มีเจตนาในแง่ร้าย แต่หากคำนี้ถูกใช้ด้วยน้ำเสียงแดกดันหรือมาพร้อมกับอคติ ก็อาจสร้างความรู้สึกแบ่งแยกหรือดูแคลนได้ ผลการศึกษาของนักวิชาการในไทยและงานวิจัยเกี่ยวกับการปรับตัวของชาวต่างชาติ (Academia.edu) พบว่าชาวต่างชาติส่วนใหญ่ไม่ได้รู้สึกในแง่ลบกับคำนี้ เว้นแต่จะถูกใช้ในบริบทที่ไม่ดี เช่น คำว่า “ฝรั่งขี้นก” ซึ่งถือเป็นคำดูถูกอย่างชัดเจน ทั้งนี้ บรรดาไกด์ท้องถิ่นและชาวต่างชาติที่อาศัยในไทยมานานต่างมองว่า การใช้คำนี้ในเชิงลบจริงๆ นั้นพบได้ค่อนข้างน้อย

ประวัติศาสตร์ไทยที่เปิดรับผู้คนและวัฒนธรรมที่หลากหลาย ทำให้คำว่า “ฝรั่ง” กลายเป็นส่วนหนึ่งของภาษาอย่างแนบแน่น แม้แต่ชื่อผลไม้หรือของที่ชาวโปรตุเกสนำเข้ามาเมื่อกว่า ๔๐๐ ปีก่อน ก็ยังมีคำว่า “ฝรั่ง” นำหน้า เช่น ผลไม้ฝรั่ง (guava), มันฝรั่ง (potato), หมากฝรั่ง (chewing gum) หรือหน่อไม้ฝรั่ง (asparagus) (Wikipedia) ซึ่งสะท้อนว่าคำนี้ถูกใช้เพื่อบ่งบอกถึงสิ่งที่แปลกใหม่หรือมาจากโลกตะวันตก มากกว่าจะสื่อถึงความเกลียดชัง

ในมุมมองเชิงวิชาการ นักวิชาการด้านวัฒนธรรมท่านหนึ่งได้วิเคราะห์ในงานเขียน “An Ambiguous Intimacy: Farang as Siamese Occidentalism” ว่า “ฝรั่ง” เป็นคำที่ทำหน้าที่ทั้งแบ่งแยก “เขา” กับ “เรา” แต่ในขณะเดียวกันก็สะท้อนความสัมพันธ์ที่ไทยมีต่อโลกภายนอก ลักษณะเช่นนี้คล้ายกับคำว่า “อั้งม้อ” ที่ใช้ในสิงคโปร์และมาเลเซีย หรือ “บูเล” ในอินโดนีเซีย สำหรับสังคมไทย คำว่า “ฝรั่ง” ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของภาษา คำพูดติดตลก หรือแม้กระทั่งชื่อเรียกสิ่งของ จึงยากที่จะฟันธงว่าเป็นคำเหยียด โดยส่วนใหญ่มักใช้เพื่อสื่อถึงความแตกต่างในเชิงสังเกตการณ์มากกว่าความเกลียดชัง (Hong Kong Scholarship Online)

ถึงกระนั้น ประเด็นเรื่องภาษาและการเหยียดเชื้อชาติยังคงเป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจและถกเถียงกันต่อไป ชาวต่างชาติที่อาศัยในไทยเป็นเวลานานและได้เรียนรู้วัฒนธรรมอย่างลึกซึ้ง ดังที่ปรากฏในงานวิจัยเรื่องการแต่งงานข้ามวัฒนธรรมของจุฬาฯ พบว่าความรู้สึกต่อคำว่า “ฝรั่ง” ของพวกเขาเปลี่ยนแปลงไปตามประสบการณ์ ในช่วงแรกอาจรู้สึกแปลกแยกหรืออึดอัด แต่เมื่อเข้าใจวัฒนธรรมไทยมากขึ้น ก็จะสามารถแยกแยะน้ำเสียงและเจตนาของผู้พูดได้ดีขึ้น ประสบการณ์ที่ชาวต่างชาติแลกเปลี่ยนกันในเว็บบอร์ดอย่าง Reddit ก็ชี้ให้เห็นว่าคนส่วนใหญ่ไม่ได้ติดใจอะไรกับคำนี้ บางคนถึงกับมองเป็นเรื่องขำๆ ด้วยซ้ำ ตราบใดที่ไม่ได้มาพร้อมกับท่าทีหรือคำพูดที่ดูถูก

สำหรับคนไทยเอง “ฝรั่ง” ถือเป็นคำที่ใช้ง่ายและสะดวก สำหรับใช้อ้างอิงถึงชาวต่างชาติผิวขาวโดยรวม โดยไม่จำเป็นต้องระบุสัญชาติให้ยุ่งยาก นักสังเกตการณ์วัฒนธรรมและครูสอนภาษาหลายคนชี้ว่า หากผู้พูดให้ความสำคัญกับเจตนาที่ดี คำนี้ก็จะเป็นเครื่องมือสื่อสารที่ไม่สร้างความแตกแยก อย่างไรก็ตาม เมื่อสังคมไทยเปิดกว้างและมีความหลากหลายทางเชื้อชาติมากขึ้น กระแสความตระหนักรู้ในประเด็นละเอียดอ่อนเหล่านี้ก็เพิ่มสูงขึ้นเช่นกัน ซึ่งอาจส่งผลให้การใช้คำในลักษณะนี้เปลี่ยนแปลงไปในอนาคต

ปัจจุบัน สถาบันการศึกษาหลายแห่งในไทยได้ปรับปรุงหลักสูตรการสื่อสารข้ามวัฒนธรรม โดยเพิ่มเนื้อหาเกี่ยวกับอัตลักษณ์ อคติ และการใช้ภาษาที่เหมาะสม ขณะที่การพูดคุยในพื้นที่สาธารณะก็เริ่มหันมาให้ความสำคัญกับการทำความเข้าใจที่มาของคำต่างๆ และบทบาทของภาษาในสังคมยุคใหม่

ข้อแนะนำสำหรับเรื่องนี้คือ คนไทยควรคำนึงถึงเจตนาและความสุภาพเมื่อต้องใช้คำว่า “ฝรั่ง” ในขณะเดียวกัน ชาวต่างชาติหรือผู้มาเยือนก็อาจลองเปิดใจทำความเข้าใจบริบทและน้ำเสียงของผู้พูด หากรู้สึกไม่สบายใจจริงๆ ก็ควรสื่อสารเพื่อสร้างความเข้าใจซึ่งกันและกัน

ท้ายที่สุดแล้ว “ฝรั่ง” คือตัวอย่างของคำศัพท์ที่ความหมายถูกเติมแต่งและเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัยและประสบการณ์ของผู้คน ในสังคมไทยส่วนใหญ่ คำนี้ไม่ได้มีนัยทางลบเสมอไป แต่บริบท น้ำเสียง และเจตนาของผู้พูดคือปัจจัยสำคัญที่สุด การเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกันด้วยความตระหนักรู้ในความแตกต่างทางวัฒนธรรม จะช่วยให้สังคมก้าวไปข้างหน้าได้อย่างราบรื่น

แหล่งอ้างอิง: