การเรียนรู้จะทำได้ดีและมีความสุขต้องรู้จักพัก ไม่โหมจนเผาไหม้ตัวเอง กลายเป็นคนเก่งที่กดดัน เคร่งเครียด เสียสุขภาพจิต ควรมีเวลาให้ตัวเองลดละ "ฤทธิ์โดพามีน" ที่กระตุ้นให้เราตื่นเต้นกับสิ่งใหม่ตลอดเวลาลงบ้าง ระวังการใช้หน้าจอที่มากเกินไป ไม่ว่าใช้กับโซเชียลมีเดีย เอไอ หรือเล่นเกม

เป็นคนเก่งที่มีความสุขของยุคนี้  

           สองวันก่อนบนเวทีเรื่องการเรียนรู้ที่โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อาจารย์อธิษฐาน์ คงทรัพย์ ตั้งคำถามที่น่าสนใจว่า "การศึกษาและผู้เรียนในยุคปัจจุบันควรเป็นอย่างไร" นั่งทดออกมาได้ "5 เป็น" และตอบไปบนเวที วันนี้อยากลองเรียบเรียงแบ่งปันกันครับ                                  1️⃣แพ้เป็น

           กล้าคิด กล้าทดลอง ล้มเหลวได้ ล้มเหลวเยอะๆ ในช่วงวัยรุ่นจะได้ไม่กลัวความล้มเหลว กล้าหาญที่จะแสดงความคิดเห็น ทดลองไอเดีย ติดตามผล แล้วปรับปรุงให้ดีขึ้นเรื่อยๆ  

           คนที่กล้าแพ้ โดยมี mindset ว่าแพ้แล้วจะทำได้ดีขึ้นกว่าเดิมจะได้ขยายขอบเขตความรู้ความสามารถของตัวเองออกไปได้กว้างกว่า มีประสบการณ์หลากหลายกว่า ย่อมได้เรียนรู้อะไรเยอะ 

            เก่งเร็ว มีวุฒิภาวะมากกว่าคนรุ่นเดียวกัน มีโอกาส "หาตัวเองเจอ" และยืดหยุ่นต่อความเปลี่ยนแปลง      แถมยังมีความคิดสร้างสรรค์ด้วย ทั้งหมดนี้จะทำได้เมื่อ "ทำเยอะๆ และไม่กลัวแพ้" ด้วย mindset ว่าเราไม่ได้ลงมือทำสิ่งต่างๆ เพื่อ "ชนะ" แต่ทำเพื่อ “เรียนรู้”.

           2️⃣เพาะเป็น

          เห็นชีวิตเป็นแปลงเพาะปลูกความฝัน ไม่ปักหลักกับสิ่งเดียว เรียนรู้หลากหลาย ทดลองทำหลากหลาย เรียนสิ่งใหม่ รู้สิ่งใหม่ เจอคนใหม่ๆ อยู่เสมอ โยนเมล็ดพันธุ์ไว้หลายๆ แบบ บางแบบอาจงอกและเติบโต บางแบบอาจฝ่อแล้วเหี่ยวแห้งไป 

            คนที่เพาะปลูกความถนัดความฝันไว้หลายอย่างจะมีทางเลือกในชีวิต หา new S-curve ได้เรื่อยๆ รู้สึกว่าชีวิตมีทางเลือกเสมอ และไม่เคยน่าเบื่อ นี่คือสิ่งที่เหมาะกับโลกที่เต็มไปด้วยโอกาสในทางทดลองทำนู่นนี่ แค่ต้องทำด้วย mindset แบบแรกคือ “แพ้เป็น”.

           3️⃣พักเป็น

           สำคัญมาก การเรียนรู้จะทำได้ดีและมีความสุขต้องรู้จักพัก ไม่โหมจนเผาไหม้ตัวเอง กลายเป็นคนเก่งที่กดดัน เคร่งเครียด เสียสุขภาพจิต ควรมีเวลาให้ตัวเองลดละ "ฤทธิ์โดพามีน" ที่กระตุ้นให้เราตื่นเต้นกับสิ่งใหม่ตลอดเวลาลงบ้าง ระวังการใช้หน้าจอที่มากเกินไป ไม่ว่าใช้กับโซเชียลมีเดีย เอไอ หรือเล่นเกม

          คนที่จัดจังหวะได้ดีจะเป็นคน "สมาธิสูงและลึก" ซึ่งหายากในโลกยุคนี้ คนแบบนี้จะโดดเด่น เพราะสามารถคิดได้แหลมคม มีการอ่านข้อมูลที่ลึก จดจ่อกับงานได้นาน ทำสิ่งที่ละเอียดและประณีตได้ แถมอารมณ์ไม่แปรปรวน มีความนิ่งของจิตใจ ต่างจากคนที่เสพติดหน้าจอจะสมาธิสั้น อารมณ์เหวี่ยง และจิตใจไม่สุขสงบ—การพักเป็นจึงนับเป็นทักษะที่ต้องฝึกในโลกยุคนี้ 

          4️⃣พอเป็น

          ต้องรู้จักตัวเองเป็นอย่างดี จึงกำหนด "ขอบเขต" ของตัวเองได้ว่าต้องการรู้อะไรบ้าง และอะไรไม่รู้ก็ได้ ต้องทำอะไรบ้าง และอะไรไม่ทำก็ได้ ต้องมีอะไรบ้าง และอะไรไม่มีก็ได้ เพราะทุกคนอยู่ในโลกที่ถาโถมทุกสิ่งเข้าใส่                                                                                                                  เราจะเต็มไปด้วยความต้องการ และรู้สึกแย่กับตัวเองตลอดว่าเรายังไม่เก่ง เรายังรู้น้อย เรายังไม่มีอย่างคนอื่น การเรียนรู้ตนเองว่าเป็นใคร มาจากไหน ต้องการอะไร มีคุณค่าความหมายในแบบตัวเองอย่างไร ถือเป็นความรู้สำคัญ เพราะจะทำให้เรากำหนดจุดที่ "พอ" และ "พอดี" สำหรับตัวเองได้ และปล่อยวางสิ่งที่ยังไม่รู้ ยังไม่เป็น ยังไม่มี โดยไม่หวั่นไหว.

          5️⃣พิงเป็น

           ต้องเป็นคนที่มองเห็นว่ามนุษย์ไม่ได้อยู่ตามลำพัง เราสามารถร้องขอความช่วยเหลือจากคนอื่นได้ และพยายามหยิบยื่นความช่วยเหลือให้คนอื่นในสังคม เห็นว่าสังคมคือการเชื่อมโยงเกื้อกูลกัน ไม่ได้มุ่งเน้นไปที่ความสำเร็จส่วนตัว จะตอบได้ว่าเราเก่งไปทำไม ไม่ใช่เพื่อเอาชนะคนอื่น แต่เพื่อเป็นประโยชน์ต่อคนอื่น

          วันที่อ่อนแอเราพิงคนอื่นได้ วันที่คนอื่นอ่อนแอเขาสามารถพิงเราได้ เป็นชีวิตแบบพิงกันไปมา มีคำถามสองคำถามที่เราสามารถถามเพื่อค้นหาคุณค่าของมนุษย์ หนึ่ง-กว่าเราจะมาเป็นเราในทุกวันนี้ มีใครช่วยเหลือสนับสนุนเราบ้าง?  สอง-ระหว่างทางที่เรามีชีวิตมาถึงตรงนี้ เราได้ช่วยเหลือใครบ้าง 

           สุดท้ายแล้วจึงนำไปสู่ปรัชญาการศึกษาว่า เราควรทำให้ผู้เรียนเข้าใจ "ความหมายและคุณค่าของการเป็นมนุษย์" นั่นคือการมองเห็นว่าโลกขับเคลื่อนไปด้วยความหลากหลาย เราต้องมีกันและกันจึงจะหมุนโลกไปได้ ทุกคนล้วนสำคัญ ถ้าทุกคนทำในสิ่งที่ถนัด รัก และเก่ง โลกจะรุ่มรวยไปด้วยแรงสนับสนุนกันและกัน เพื่อก้าวไปในทิศทางที่ดีขึ้น มีความสุขมากขึ้น

          ส่วนตัวจึงเห็นว่า การศึกษาที่ดีควรสร้าง "5 เป็น" ที่ว่ามา ต้องเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับการทดลองความคิดและความฝัน, เปิดโอกาสให้เรียนรู้หลากหลาย แทนที่จะมุ่งเน้นสิ่งเดียวแคบๆ,

          ฝึกให้ผู้เรียนได้ผ่อนพัก อยู่กับตนเอง ลมหายใจ ร่างกาย ธรรมชาติ หรือจังหวะที่ช้าลง สงบนิ่งบ้าง, ช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจตนเอง นำไปสู่ความภูมิใจในตัวเอง ไม่หวั่นไหวกับสิ่งที่ถาโถมเข้ามา เพราะรู้แล้วว่าตนต้องการอะไร, สอนให้เห็นความเชื่อมโยงกับคนอื่น มิใช่มุ่งเน้นการเอาชนะและเป็นที่หนึ่ง.

          ตอนตอบคำถามเสร็จ ผมนึกขึ้นได้ว่าไม่เฉพาะ "นักเรียน" ที่น่าฝึกทักษะเหล่านี้ หากรวมถึง "ผู้ปกครอง" กระทั่ง "ผู้สอน" และตัว "ผู้พูด" เองด้วย เพราะถ้ามีสิ่งเหล่านี้เราน่าจะเป็น "นักเรียนรู้" ที่ทั้งเก่ง มีความสุข และเป็นประโยชน์ แพ้-เพาะ-พัก-พอ-พิง ให้เป็นแล้วจะเก่งและเป็นสุข 😊🌱🎉

#นิ้วกลมบันทึก