นับเป็นการฝึกจากบทอ่านและข้อคำถามง่ายๆ ที่ช่วยกระตุ้นความสนใจให้นักเรียนใฝ่เรียนใฝ่รู้..เวลาเฉลย ก็ให้นักเรียนตอบทีละคนและให้โอกาส อภิปรายร่วมกัน

การอ่านคิดวิเคราะห์..จะสำเร็จได้ ก็เพราะครู

         ผมตื่นขึ้นมาเห็นไลน์ผอ.รร.ท่านหนึ่งซึ่งเคยเป็นเพื่อนครูที่โรงเรียน ต้องการอ่านบทความเกี่ยวกับนวัตกรรมส่งเสริมการอ่านการเขียน เพื่อเป็นแนวทางในการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน

          ข้อแนะนำพื้นฐานง่ายๆเลยก็คือทุกชั้นต้องให้ความสำคัญกับการสอนภาษาไทย และทำอย่างไรการสอนวิชาอื่นๆจะเชื่อมโยงไปสู่การอ่านการเขียนให้มากที่สุด ตลอดจนการปรับลดภาระงานครูเพื่อมุ่งสู่งานสอนอย่างแท้จริง

          ครูทุกชั้นมีความสำคัญ แต่ครูป.๑ - ๒ คือหัวใจที่จะช่วยให้ปัญหาคลี่คลาย ถ้าได้ครูที่มีความรู้ความสามารถ และมีความเข้าใจพร้อมที่จะเข้าถึงปัญหาและวิธีการแก้ไข

          ด้วยการฝึกให้เด็กแม่นยำในพยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ เน้นการอ่านแบบสะกดตัวผสมคำอยู่เสมอ และท้ายที่สุด ครูทุกคนต้องหมั่นสอนซ่อมเสริมเติมเต็ม สอนซ้ำย้ำทวน เด็กจะเข้าใจและมีทักษะการอ่านที่ดีขึ้น

          ปัจจุบันมีสื่อและแนวทางที่เขตพื้นที่ฯและสพฐ.หยิบยื่นให้โรงเรียนอยู่แล้ว แต่ปัญหาของแต่ละโรงไม่เท่ากัน อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับเทคนิคของผอ.ที่จะใช้กระบวนการนิเทศติดตามเพื่อเข้าสู่ทิศทางที่สดใส

          ในขณะที่พัฒนาการอ่านคล่องเขียนคล่อง ต้องไม่ลืมการอ่านคิดวิเคราะห์ด้วย ซึ่งครูสามารถบูรณาการควบคู่กันไป เพื่อการพัฒนาแบบยั่งยืน ในเมื่อโรงเรียนหนีไม่พ้นการประเมิน RT NT  Onet และ PISA                                                                                                                                                                                                    

         ผมทำเรื่องนี้มาหลายปี..จึงกล้าพูดได้อย่างเต็มปากว่า “การอ่านคิดวิเคราะห์จะสำเร็จได้ ก็เพราะครู ถ้าครูไม่ใส่ใจ ใช้แต่หนังสือของกระทรวงฯ พอให้ผ่านๆ จะพบปัญหาว่าเด็กอ่านแล้ววิเคราะห์ไม่เป็นจับประเด็นไม่ถูก

        เรื่องนี้ทำสำเร็จได้ยาก ถ้าครูไม่จับมือและก้าวไปพร้อมๆกัน เพราะงานนี้ต้องใช้เวลา  ต้องทำในทุกระดับชั้น และทำอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ ทุกปีการศึกษา..อย่างไม่มีเงื่อนไข..แล้วสักวัน”คุณภาพ”จะค่อยๆส่องสว่างให้เห็น

        ปัจจุบันการอ่านคิดวิเคราะห์ ถูกพูดถึงในวงกว้าง..การศึกษาไทยแพ้ทางเรื่องนี้มาโดยตลอด ส่งผลกระทบต่อภาพรวมการจัดการศึกษาของชาติ ซึ่งส่วนหนึ่งเกิดจากเด็กไทยยังตีโจทย์ไม่แตก เมื่อเจอข้อความที่ต้องอ่านในเชิงวิเคราะห์

      ผมจึงบอกครูและนักเรียนอยู่เสมอว่า..การอ่านเป็นทักษะ..ต้องค่อยๆฝึกและศึกษาเรียนรู้ นอกจากจะเกิดประโยชน์ต่อการทดสอบระดับชาติแล้ว ยังสามารถนำไปใช้เรียนรู้ตลอดชีวิต

      ครูหลายท่าน..อาจฝึกทักษะการอ่าน คิด วิเคราะห์ ด้วยเครื่องมือที่หลากหลาย จากแบบทดสอบสำเร็จรูป จากข้อสอบเก่าๆ ซึ่งโดยมากจะเป็นแบบปรนัย แบบเลือกตอบ..

      ผมคิดว่า..ถ้าครูคิดเครื่องมือหรือแบบฝึกด้วยตัวครูเองจะเป็นการดีมากกว่า อาจไม่ดีที่สุดก็ไม่เป็นไร เพราะครูจะเป็นผู้ใกล้ชิดเด็ก ทราบปัญหาฯ สามารถกำหนดความยากง่ายได้ และที่สำคัญ..ควรใช้เครื่องมือแบบอัตนัย 

      ข้อคำถามแบบอัตนัย..จะฝึกให้นักเรียนคิดแล้วเขียนตอบ ฝึกการลำดับความ เห็นพัฒนาการของลายมือ ทำงานอย่างมีสติ รอบคอบ ส่วนคำตอบ ก็ไม่ได้ผิดทั้งหมด จะช่วยสร้างกำลังใจให้เด็กอยากเรียนรู้ภาษาไทย

      อย่างไรก็ตาม..ข้อสอบแบบเขียนตอบ ไม่ได้ฝึกเด็กอย่างเดียว ฝึกครูด้วยเหมือนกัน..ฝึกตั้งแต่การออกแบบเครื่องมือ ฝึกตั้งคำถาม ฝึกความอดทนที่จะอ่านและฟังคำตอบของนักเรียนแต่ละคน

       หลายครั้งที่ผมฝึกแบบนี้ เด็กเริ่มคุ้นชินกับข้อคำถามใหม่ๆ..บทอ่านใหม่ๆในแต่ละวัน..เขียนตอบมากขึ้น และ “คิดลึก”มากขึ้น เพราะรู้ว่าต้องคิดในเชิงเปรียบเทียบ ที่ซับซ้อนซ่อนเงื่อนมากกว่าบทอ่านทั่วไป

      ผมเคยใช้บทอ่านที่เป็นบท”ร้อยกรอง” ให้เด็กอ่านคิดและวิเคราะห์ แล้วตอบคำถาม นอกจากเด็กจะอ่านคำสัมผัสคล้องจองที่ไพเราะแล้ว ยังได้เนื้อหาและอรรถรส ตลอดจนได้ฝึกการเข้าถึง”ความยาก”อย่างมีกระบวนการ

      ผมขอยกตัวอย่างบทสำหรับอ่าน..ที่ผมใช้สอน..ซึ่งนำมาจากหนังสือร้อยกรอง..ที่ผมอ่านเป็นประจำ ดังนี้.

ฉันติดคุกครั้งนี้ชั่วชีวิต                   เพราะทำผิดคิดรักตัวอักษร

ถูกคุมขังตั้งแต่เช้าจนเข้านอน        กราบวิงวอนโปรดอย่ามาประกัน

คุกหนังสือคือคุกสุขและโศก        คุกหนังสือคือโลกแห่งความฝัน

คุกหนังสือคือดนตรีชุบชีวัน          คุกหนังสือคือคำมั่น”ฉันรักเธอ”

จงตอบคำถาม

๑       “หนังสือ”  เปรียบเหมือนสิ่งใด

๒     การติดคุกครั้งนี้ เหตุใดผู้เขียนจึงไม่อยากให้ประกันตัว

๓     “ฉันติดคุก..ชั่วชีวิต” หมายความว่าอย่างไร

๔     “ฉันรักเธอ” เธอ คือ ใคร

๕     จากการอ่านบทร้อยกรองนี้..ขอให้นักเรียนตั้งชื่อเรื่องตามความรู้สึกนึกคิดของนักเรียน

       นับเป็นการฝึกจากบทอ่านและข้อคำถามง่ายๆ ที่ช่วยกระตุ้นความสนใจให้นักเรียนใฝ่เรียนใฝ่รู้..เวลาเฉลย ก็ให้นักเรียนตอบทีละคนและให้โอกาส อภิปรายร่วมกัน

เป็นชาวนาหน้าดำกรำแดดฝน       ต้องดิ้นรนสู้ไปไม่หวาดหวั่น

ผลิตข้าวเลี้ยงชีพชนคนทุกชั้น       แม้จะถูกเย้ยหยันงานที่ทำ

งานทุกอย่างต่างมีศักดิ์ศรีอยู่          อย่าลบหลู่งานนั้นว่าชั้นต่ำ

แม้ผืนนายังอาศัยดินไถดำ              ข้าวทุกคำต้องอาศัยคนไถนา...

จงตอบคำถาม...

๑.    จากการอ่านบทร้อยกรองนี้ นักเรียนมีความรู้สึกอย่างไร

๒.   จงบอก “ปัญหา”ของ ชาวนาไทย ในปัจจุบัน

๓.   “ชาวนา"ควรปฏิบัติอย่างไร ให้สอดคล้องกับคำว่า “พอเพียง”

๔.   คำใดเป็น”คำซ้อน” หรือที่เรียกว่า”สัมผัสพยัญชนะ”

๕.   จงตั้งขื่อเรื่องจากการอ่านบทร้อยกรองนี้

          หากครูและผู้บริหาร ช่วยกันคิดและออกแบบเครื่องมือการอ่านคิดวิเคราะห์อยู่เสมอ ก็ถือเป็นชิ้นงานด้านนวัตกรรม ไม่จำเป็นต้องคิดใหม่ทำใหม่ การนำหลักการและเครื่องมือทั่วไปมาประยุกต์ใช้ก็ได้ แต่ต้องอ้างอิงและใช้จริงๆ เพื่อให้เป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับคุณภาพการเรียนการสอนไปสู่เป้าหมายที่พึงประสงค์

ชยันต์  เพชรศรีจันทร์

๒๕  มิถุนายน  ๒๕๖๘