ทุติยกุณฑลีวิมาน
พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๘ [ฉบับมหาจุฬาฯ]
ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา
๙. ทุติยกุณฑลีวิมาน
ว่าด้วยวิมานที่เกิดขึ้นแก่บุรุษผู้บำรุงพระสงฆ์ เรื่องที่ ๒
(พระมหาโมคคัลลานเถระถามเทพบุตรตนหนึ่งว่า)
[๑๑๐๑] ท่านประดับตกแต่งร่างกาย ทัดทรงดอกไม้ ทรงพัสตราภรณ์สวยงาม ใส่ต่างหูงดงาม ตัดผมโกนหนวดเรียบร้อย สวมเครื่องประดับข้อมือ มีบริวารยศ รุ่งเรืองอยู่ในทิพวิมานดังดวงจันทร์
[๑๑๐๒] อนึ่ง ทวยเทพพากันมาบรรเลงพิณทิพย์ดังไพเราะ และเทพกัญญา ๖๔,๐๐๐ นางมีรูปงาม ท่องเที่ยวไปมาอย่างสำราญในภพดาวดึงส์ มีสมบัติมากมาย เป็นผู้ชำนาญการฟ้อนรำขับร้อง พากันมาให้ความบันเทิงอยู่
[๑๑๐๓] ท่านได้บรรลุเทวฤทธิ์ มีอานุภาพมาก เมื่อท่านเกิดเป็นมนุษย์ได้ทำบุญอะไรไว้ เพราะบุญอะไรท่านจึงมีอานุภาพรุ่งเรือง และมีรัศมีกายสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอย่างนี้
[๑๑๐๔] เทพบุตรนั้นดีใจที่พระมหาโมคคัลลานเถระถาม จึงตอบปัญหาผลกรรมไปตามที่พระเถระถามว่า
[๑๑๐๕] เมื่อข้าพเจ้าเกิดเป็นมนุษย์อยู่ในหมู่มนุษย์ ได้เห็นสมณะทั้งหลายผู้ดีงาม ถึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะ มีบริวารยศ เป็นพหูสูต มีศีล มีอินทรีย์ผ่องใส จึงมีจิตเลื่อมใส ได้ถวายข้าวและน้ำ เป็นทานอย่างไพบูลย์โดยเคารพ
[๑๑๐๖-๑๑๐๗] เพราะบุญนั้นข้าพเจ้าจึงมีผิวพรรณงามเช่นนี้ ฯลฯ และมีรัศมีกายสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอย่างนี้
ทุติยกุณฑลีวิมานที่ ๙ จบ
-----------------------
คำอธิบายเพิ่มเติมนี้ นำมาจากบางส่วนของ
อรรถกถา ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ ปายาสิกวรรคที่ ๖
๙. กุณฑลีวิมานที่ ๒
อรรถกถาทุติยกุณฑลีวิมาน
ทุติยกุณฑลีวิมานนั้นเกิดขึ้นอย่างไร?
พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวันวิหาร กรุงสาวัตถี.
สมัยนั้น ท่านพระอัครสาวกทั้งสอง เที่ยวจาริกไปในแคว้นกาสี.
คำดังว่ามาเป็นต้นทั้งหมด ก็เช่นเดียวกับวิมานก่อนนั่นแหละ.
ท่านพระมหาโมคคัลลานะถามว่า
ท่านแต่งองค์ ทรงมาลัย ทรงพัสตราภรณ์อันสวย ตุ้มหูงาม แต่งผมและหนวดเรียบร้อย สวมเครื่องประดับมือ มียศ อยู่ในวิมานทิพย์เหมือนพระจันทร์.
พิณทิพย์บรรเลงไพเราะ และเหล่าเทพกัญญาชั้นไตรทศจำนวน ๖๔,๐๐๐ ก็เป็นผู้ดี ล้วนชำนาญศิลป์ พากันมาฟ้อนรำขับร้อง ทำความบันเทิงอย่างโอฬาร ท่านบรรลุเทวฤทธิ์แล้วมีอานุภาพมาก ฯลฯ และวรรณะของท่านจึงสว่างไสวไปทุกทิศ.
เทพบุตรนั้นดีใจ ถูกพระโมคคัลลานะถามแล้ว ก็พยากรณ์ปัญหาของกรรมที่มีผลอย่างนี้ว่า
ครั้งเกิดเป็นมนุษย์ในหมู่มนุษย์ ข้าพเจ้าเห็นสมณะทั้งหลาย ล้วนแต่ดี มีวิชชาและจรณะพรักพร้อม มียศ เป็นพหูสูต มีศีลผ่องใส มีจิตเลื่อมใส เมื่อบริจาคข้าวน้ำได้ถวายทานอย่างไพบูลย์ โดยเคารพ.
เพราะบุญนั้น วรรณะของข้าพเจ้าจึงเป็นเช่นนี้ เพราะบุญนั้น ผลนี้จึงสำเร็จแก่ข้าพเจ้า และโภคะทุกอย่างที่น่ารักจึงเกิดแก่ข้าพเจ้า ฯลฯ เพราะบุญนั้น ข้าพเจ้าจึงมีอานุภาพรุ่งเรืองอย่างนี้ และวรรณะของข้าพเจ้าจึงสว่างไสวไปทุกทิศ.
แม้ในคาถาทั้งหลาย ก็ไม่มีคำที่ไม่เคยมี.
จบอรรถกถาทุติยกุณฑลีวิมาน
-----------------------------------------------------