ครั้งเกิดเป็นมนุษย์ในหมู่มนุษย์ ข้าพเจ้าพบภิกษุที่ลำบากกาย หิวโหย จึงปรุงกับข้าวอย่างหนึ่ง โดยถวายพร้อมกับข้าวสวยในเวลานั้น. เพราะบุญนั้น วรรณะของข้าพเจ้าจึงเป็นเช่นนี้ ฯลฯ และวรรณะของข้าพเจ้าจึงสว่างไสวไปทุกทิศ.

ภิกขาทายกวิมาน

พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๘ [ฉบับมหาจุฬาฯ]

ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา

๖. ภิกขาทายกวิมาน

ว่าด้วยวิมานที่เกิดขึ้นแก่บุรุษผู้ถวายอาหารแด่ภิกษุ

             (พระมหาโมคคัลลานเถระถามเทพบุตรตนหนึ่งว่า)

             [๑๐๘๑] วิมานมีเสาทำด้วยแก้วมณีนี้สูงมาก วัดโดยรอบได้ ๑๒ โยชน์ เป็นปราสาท ๗๐๐ ยอด ดูโอฬาร มีเสาประดิษฐ์ด้วยแก้วไพฑูรย์ มีพื้นปูลาดด้วยแผ่นทองคำสวยงาม

             [๑๐๘๒] ท่านได้บรรลุเทวฤทธิ์ มีอานุภาพมาก ฯลฯ และมีรัศมีกายสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอย่างนี้

             [๑๐๘๓] เทพบุตรนั้นดีใจที่พระมหาโมคคัลลานเถระถาม จึงตอบปัญหาของผลกรรมไปตามที่พระเถระถามว่า

             [๑๐๘๔] เมื่อข้าพเจ้าเกิดเป็นมนุษย์อยู่ในหมู่มนุษย์ ได้เห็นภิกษุผู้กระหายน้ำเหน็ดเหนื่อยมาในกาลนั้น ข้าพเจ้าได้ปรุงอาหารอย่างหนึ่งถวายพร้อมทั้งข้าวสุก

             [๑๐๘๕-๑๐๘๖] เพราะบุญนั้นข้าพเจ้าจึงมีผิวพรรณงามเช่นนี้ ฯลฯ และมีรัศมีกายสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอย่างนี้

ภิกขาทายกวิมานที่ ๖ จบ

--------------------------------
คำอธิบายเพิ่มเติมนี้ นำมาจากบางส่วนของ
อรรถกถา ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ ปายาสิกวรรคที่ ๖

๖. ภิกขาทายกวิมาน

               อรรถกถาภิกขาทายกวิมาน               

               ภิกขาทายกวิมานนั้นเกิดขึ้นอย่างไร?
               พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ พระเวฬุวันวิหาร กรุงราชคฤห์
               สมัยนั้น ภิกษุรูปหนึ่งเดินทางไกลเข้าไปบิณฑบาตยังหมู่บ้านตำบลหนึ่ง ยืนใกล้ประตูเรือนหลังหนึ่ง.
               บุรุษผู้หนึ่งในเรือนหลังนั้น ล้างมือเท้าแล้วนั่งลงหมายจะบริโภคโภชนะ เมื่อเขาจัดโภชนะใส่ในภาชนะ เห็นภิกษุนั้น ก็เกลี่ยข้าวสวยในภาชนะของตนลงในบาตรของภิกษุนั้น. แม้ภิกษุนั้นจะบอกว่า ให้แต่ส่วนเดียวเถิด แต่ก็เกลี่ยลงหมดเลย ภิกษุนั้นอนุโมทนาแล้วก็กลับไป.
               บุรุษผู้นั้นกำลังระลึกว่า เราไม่กินแต่ถวายข้าวสวยนั้นแก่ภิกษุผู้หิวจัด ก็ได้ปีติโสมนัสอันโอฬาร.
               ต่อมา เขาตายก็ไปบังเกิดในวิมานทอง ๑๒ โยชน์ ในภพชั้นดาวดึงส์. ท่านพระมหาโมคคัลลานะเที่ยวเทวจาริกไป พบเทพบุตรนั้นรุ่งโรจน์ด้วยเทวฤทธิ์ยิ่งใหญ่ จึงสอบถามด้วยสองคาถานี้ว่า
               วิมานเสาแก้วมณีนี้สูง ๑๒ โยชน์โดยรอบ มีห้องรโหฐาน ๗๐๐ โอฬาร ล้วนเสาแก้วไพฑูรย์ ปูลาดด้วยเครื่องลาดอันงามดี ท่านบรรลุเทวฤทธิ์แล้ว มีอานุภาพมาก ฯลฯ และวรรณะของท่านก็สว่างไสวไปทุกทิศ.
               เทพบุตรนั้นดีใจ ถูกท่านพระโมคคัลลานะถามแล้ว ก็พยากรณ์ปัญหาของกรรมที่มีผลอย่างนี้ว่า
               ครั้งเกิดเป็นมนุษย์ในหมู่มนุษย์ ข้าพเจ้าพบภิกษุที่ลำบากกาย หิวโหย จึงปรุงกับข้าวอย่างหนึ่ง โดยถวายพร้อมกับข้าวสวยในเวลานั้น. เพราะบุญนั้น วรรณะของข้าพเจ้าจึงเป็นเช่นนี้ ฯลฯ และวรรณะของข้าพเจ้าจึงสว่างไสวไปทุกทิศ.
               เมื่อเทพบุตรนั้นประกาศสุจริตกรรมของตนอย่างนี้แล้ว พระมหาเถระจึงแสดงธรรมแก่เทพบุตรนั้น พร้อมกับบริวารแล้วกลับมามนุษยโลก กราบทูลเรื่องนั้นถวายแด่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า.
               พระศาสดาทรงทำเรื่องนั้นเป็นอัตถุปปัตติเหตุเกิดเรื่องแล้ว ทรงแสดงธรรมแก่มหาชนที่ประชุมกัน เทศนานั้นก็ได้เกิดประโยชน์แก่มหาชนแล.


               จบอรรถกถาภิกขาทายกวิมาน               
               -----------------------------------------------------