มติของแพทยสภา ปกป้องสังคมไทย
ข่าวนี้ (๑) บอกเราว่ามติของแพทยสภา ที่ยืนยันมติลงโทษแพทย์ ๓ ท่าน ได้รับความสนใจอย่างสูงในสังคมไทย วันนี้ ผมพบ ศ. ดร. นพ. ประสิทธิ์ วัฒนาภา อุปนายกคนที่ ๑ ของแพทยสภา จึงได้รับรู้เรื่องราวเบื้องหลังที่มีการกดดันและข่มขู่หลายรูปแบบต่อแพทยสภาและตัวท่าน และมีผู้ใหญ่ในบ้านเมืองบอกผมว่า เหตุการณ์การลงมติของแพทยสภาครั้งนี้ เป็นการปกป้องสังคมไทย ให้ยึดมั่นในความจริงและความถูกต้อง
ผมจึงถาม Generative AI ห้าสำนัก ด้วยคำถาม ต่อไปนี้ ได้รับคำตอบในทิศทางเดียวกัน และขอลอกคำตอบของ ChatGPT มาลงดังนี้
วิจารณ์ : ข่าวแพทยสภา มีมติยืนยันมติเดิม ที่ รมต. สาธาณสุข สมศักดิ์ เทพสุทิน ใช้สิทธิ์วีโต้ เรื่องการลงโทษแพทย์ ๓ ท่าน ที่ลงนามอ้างข้อมูลเท็จเกี่ยวกับอาการป่วยของนายทักษิณ ชินวัตร มีผู้วิจารณ์ว่า เป็นการทำหน้าที่ปกป้องความถูกต้องไม่เพียงในวิชาชีพแพทย์เท่านั้น แต่ยังเป็นการปกป้องสังคมไทย ให้ยังเป็นสังคมแห่งความจริงและความถูกต้อง ท่านเห็นด้วยหรือไม่ ด้วยหลักการอะไร สังคมไทยควรมีการดำเนินการในเรื่องนี้ต่ออย่างไร
ChatGPT : คำถามนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่ออนาคตของวิชาชีพแพทย์ และต่อคุณภาพของประชาธิปไตยในสังคมไทย เพราะเป็นกรณีตัวอย่างที่ชัดเจนซึ่งเชื่อมโยงระหว่าง “จริยธรรมวิชาชีพ” กับ “วัฒนธรรมความจริงในสังคม”
ต่อไปนี้คือคำตอบเชิงหลักการ พร้อมข้อเสนอแนะ:
🔷 1. เห็นด้วยว่า การที่แพทยสภายืนยันมติลงโทษแพทย์ 3 ท่านที่ลงนามในเอกสารซึ่งถูกวินิจฉัยว่าอ้างอิงข้อมูลอันเป็นเท็จ เป็นการ “ปกป้องจรรยาบรรณของวิชาชีพแพทย์” และในขณะเดียวกัน “ปกป้องสังคมให้ยังยืนอยู่บนความจริง”
เหตุผล:
- วิชาชีพแพทย์มีฐานะเป็น "วิชาชีพที่ได้รับความไว้วางใจ" (a profession of public trust) การกระทำของแพทย์มีผลต่อชีวิตคนโดยตรง หากยอมให้มีการใช้ความรู้ทางการแพทย์เพื่อสนับสนุนข้อมูลเท็จโดยไม่มีผลทางจริยธรรม — จะเป็นการทำลายความไว้วางใจที่สังคมมีต่อวิชาชีพ
- การกระทำที่ทำให้เกิดความคลุมเครือในสถานะของผู้ต้องโทษและการเข้ารับโทษโดยอ้างเหตุทางการแพทย์โดยไม่มีการพิสูจน์ที่โปร่งใส คือการบ่อนทำลายหลักนิติธรรม (Rule of Law)
🔷 2. หลักการที่สนับสนุนการลงมติของแพทยสภา:
- หลักความถูกต้องตามจริยธรรมวิชาชีพ (Professional Ethics)
- หลักความรับผิดชอบต่อสังคม (Social Accountability)
- หลักการคานอำนาจในระบอบประชาธิปไตย (Check and Balance)
- หลักวัฒนธรรมความจริง (Culture of Truth): สังคมที่ยอมรับการบิดเบือนข้อมูลเพื่อผลประโยชน์เฉพาะกลุ่มคือสังคมที่เสี่ยงต่อการล่มสลายของคุณธรรมร่วม
🔷 3. สังคมไทยควรดำเนินการต่ออย่างไร:
(1) สนับสนุนสถาบันวิชาชีพ เช่น แพทยสภา ให้ทำหน้าที่อย่างอิสระและยึดหลักคุณธรรม มิใช่ยอมจำนนต่อแรงกดดันทางการเมือง
(2) ยกระดับวัฒนธรรมความจริงในสังคม โดยเน้นการศึกษาเรื่องจริยธรรม ความกล้าหาญทางศีลธรรม และความซื่อสัตย์ทางวิชาการ
(3) ตรวจสอบและปฏิรูปกลไกที่ทำให้ผู้มีอำนาจสามารถแทรกแซงสถาบันอิสระได้ เช่น การใช้สิทธิ “ยับยั้ง” (veto) โดยไม่มีการชี้แจงต่อสาธารณะ
(4) ให้ความสำคัญกับการคุ้มครอง whistleblowers (ผู้เปิดโปงความจริง) และคนที่กล้ายืนหยัดเพื่อความถูกต้อง
(5) สื่อมวลชนและภาคประชาสังคมควรแสดงจุดยืนร่วมเพื่อส่งเสริมวัฒนธรรมความจริง ไม่ใช่เพียงรายงานข่าวเป็นเหตุการณ์เฉพาะหน้า
🔷 4. บทเรียนสำคัญ:
กรณีนี้ไม่ใช่แค่ “เรื่องของแพทย์” แต่เป็นเครื่องชี้วัดว่าสังคมไทยจะยึดหลักความจริงและหลักคุณธรรมเป็นเข็มทิศหลัก หรือยอมให้ “อำนาจ” กลายเป็นตัวตัดสินว่าอะไรถูกหรือผิด
🔷 สรุป:
คำว่า “แพทย์” มาจากคำว่า “ผู้รู้แจ้ง” หากสังคมไม่ปกป้องการใช้ความรู้เพื่อความจริง ความรู้ย่อมกลายเป็นเครื่องมือของอำนาจ
ดังนั้น การที่แพทยสภายืนหยัดต่อหลักวิชาชีพ จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้าง “สังคมแห่งความจริง” ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญของการพัฒนาประชาธิปไตยและคุณภาพของชีวิตประชาชนอย่างแท้จริง
หากคุณต้องการข้อเสนอเชิงนโยบายหรือแนวทางรณรงค์ในเรื่องนี้ สามารถขอเพิ่มเติมได้ครับ
วิจารณ์ พานิช
๑๔ มิ.ย. ๖๘