ในหมู่มวลสมุนไพรไทย น้อยนักที่จะมีชนิดใดโดดเด่นทั้งคุณค่าและการยอมรับทางวัฒนธรรมเทียบเท่า “ปลาไหลเผือก” (Eurycoma longifolia Jack) รากไม้ชนิดนี้ได้รับการยกย่องมานานนับศตวรรษถึงสรรพคุณเลื่องลือตามตำนาน และทุกวันนี้ วงการวิทยาศาสตร์ก็หันมาให้ความสนใจมากขึ้นเป็นลำดับ พืชชนิดนี้มีชื่อเรียกขานแตกต่างกันไปตามแต่ละท้องถิ่น เช่น กรุงบาดาล (สุราษฎร์ธานี) คะนาง (ตราด) และตุงสอ (ภาคเหนือ) ปลาไหลเผือก หรือที่รู้จักกันในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ว่า “ตงกัตอาลี” ซึ่งได้มาจากไม้พุ่ม Eurycoma longifolia Jack ปัจจุบันเปรียบเสมือนจุดบรรจบระหว่างภูมิปัญญาชาวบ้านกับงานวิจัยยุคใหม่ เปิดประตูให้ผู้รักสุขภาพได้เห็นว่าองค์ความรู้เรื่องพืชสมุนไพรแต่โบราณสามารถจุดประกายแรงบันดาลใจให้กับการแพทย์ปัจจุบันได้อย่างไร
ความผูกพันของคนไทยกับปลาไหลเผือกนั้นหยั่งรากลึกในวิถีชุมชนและเป็นส่วนหนึ่งของอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของชาติ หมอพื้นบ้านและผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยต่างใช้รากไม้นี้สืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น ส่งผลให้ปลาไหลเผือกมีบทบาทสำคัญทั้งในแง่สรรพคุณและการเป็นสัญลักษณ์ในการแพทย์แผนไทย เช่นเดียวกับประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคที่ให้ความสำคัญกับ Eurycoma longifolia คนไทยเองก็นำสมุนไพรชนิดนี้มาใช้ประโยชน์เพื่อบำรุงกำลัง ฟื้นฟูร่างกาย และบรรเทาอาการเจ็บไข้ได้ป่วยต่างๆ ชื่อของปลาไหลเผือกมักปรากฏในเรื่องเล่าของการฟื้นไข้ การกลับมามีพละกำลัง และความแข็งแกร่งทรหด ทว่าเรื่องราวเหล่านี้มีข้อเท็จจริงอยู่เพียงใด และวิทยาศาสตร์สมัยใหม่จะสามารถยืนยันความเชื่อที่ยังคงฝังรากลึกทั้งในชนบทและเมืองใหญ่ได้หรือไม่?
Eurycoma longifolia มีถิ่นกำเนิดในป่าดิบชื้นของภูมิภาคอินโดจีน ซึ่งครอบคลุมทั้งกัมพูชา ลาว ไทย และเวียดนาม ทั้งยังพบได้ไกลถึงมาเลเซียและอินโดนีเซีย พืชชนิดนี้จัดอยู่ในวงศ์ Simaroubaceae ลักษณะเป็นไม้พุ่มที่ไม่ค่อยแตกกิ่งก้าน อาจสูงได้ถึง 10 เมตร ส่วนที่เชื่อกันว่าเป็นขุมทรัพย์แห่งสรรพคุณตามตำรับยาโบราณนั้นอยู่ที่ราก ในการแพทย์แผนไทย หมอพื้นบ้านจะนำรากมาล้าง หั่นเป็นแว่น ตากแดดให้แห้ง แล้วนำไปต้มดื่มเป็นชาหรือยาชง เพื่อบรรเทาอาการอ่อนเพลีย เป็นไข้ เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ และใช้เป็นยาบำรุงกำลัง ซึ่งวิธีใช้เหล่านี้มีบันทึกไว้อย่างละเอียดในตำรายาพื้นบ้าน (medthai.com; ittm.dtam.moph.go.th) ตามความเชื่อในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ปลาไหลเผือกเปรียบดั่ง “ยาบำรุงหยาง” ช่วยฟื้นคืนพลังงาน พละกำลังทางเพศ และความอบอุ่นในร่างกาย จึงเป็นที่นิยมในหมู่ชายสูงวัยและสตรีหลังคลอดบุตรที่ต้องการบำรุงกำลัง
อิทธิพลทางวัฒนธรรมของปลาไหลเผือกยังแผ่ขยายไปถึงพิธีกรรมและความเชื่อที่สืบทอดกันมาในแต่ละครอบครัว การถ่ายทอดความรู้เรื่องปลาไหลเผือกภายในครอบครัวสะท้อนเรื่องเล่าที่ผู้คนในภูมิภาคต่างๆ ของไทยมีร่วมกัน เช่น ตำนานกรุงบาดาล ที่เล่าขานถึงการฟื้นกำลังจากอาการไข้ด้วยการดื่มน้ำต้มรากไม้ การสำรวจทางพฤกษศาสตร์พื้นบ้านยกให้ปลาไหลเผือกเป็นหนึ่งใน “รากไม้แห่งพลัง” ที่ได้รับความเชื่อมั่นมากที่สุดทั้งในภาคกลางและภาคใต้ของไทย ทั้งยังมักปรากฏในเครื่องรางของขลังที่เชื่อกันว่าช่วยปัดเป่าความอ่อนล้าและความอ่อนแอ อันเป็นสัญลักษณ์ของความเข้มแข็งทางวัฒนธรรม
แม้ว่าการใช้ประโยชน์ตามแบบแผนโบราณจะมีความหลากหลาย แต่ส่วนใหญ่มักมุ่งเน้นไปที่สรรพคุณในการเป็นยาปลุกเร้าอารมณ์ทางเพศ ลดไข้ ต้านมาลาเรีย และเป็นยาบำรุงกำลังโดยรวม (ScienceDirect; disthai.com) ในอดีต หมอพื้นบ้านและผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนโบราณมักจ่ายยาต้มจากรากปลาไหลเผือกสำหรับอาการ “นกเขาไม่ขัน” อาการไข้เรื้อรังที่เชื่อว่าเป็นมาลาเรีย อาการปวดหลัง ปัญหาทางเดินอาหาร ตลอดจนการฟื้นฟูร่างกายของสตรีหลังคลอด ซึ่งสะท้อนความเชื่อในสรรพคุณ “เสริมหยาง” และบำรุงพลังชีวิต
แล้ววิทยาศาสตร์มีมุมมองต่อปลาไหลเผือกอย่างไร? งานวิจัยยุคใหม่สนับสนุนการใช้ประโยชน์ที่สืบทอดกันมานี้หรือไม่ หรือว่าเรื่องเล่าตามตำนานนั้นเป็นเพียงคำกล่าวอ้างที่เกินเลยกว่าหลักฐานทางห้องปฏิบัติการ?
ในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา มีงานวิจัยเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดที่ศึกษาองค์ประกอบทางเคมีและการออกฤทธิ์ทางชีวภาพของ Eurycoma longifolia ทั้งในประเทศไทยและต่างแดน ความสนใจหลักมักพุ่งเป้าไปที่คุณสมบัติเด่นที่กล่าวขานกันมากที่สุดของรากไม้นี้ นั่นคือ การเพิ่มฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน เสริมสร้างพละกำลัง และคุณสมบัติต้านความเครียด การศึกษาทางคลินิก การทบทวนวรรณกรรม และการทดลองในห้องปฏิบัติการต่างมุ่งมั่นพยายามไขความลับที่ซ่อนเร้นอยู่ในรากไม้อันทรงพลังชนิดนี้
การทบทวนงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ยืนยันว่า Eurycoma longifolia อุดมไปด้วยสารพฤกษเคมีหลายชนิด ที่โดดเด่นที่สุดคือกลุ่มควิสซินอยด์ (quassinoids) โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ยูรีโคมาโนน (eurycomanone) ซึ่งได้รับความสนใจจากฤทธิ์ทางชีวภาพอันหลากหลาย (ACS Omega) สารประกอบอื่นๆ ยังรวมถึงอัลคาลอยด์ ซาโปนิน และสารต้านอนุมูลอิสระนานาชนิด ทำให้รากไม้นี้มีคุณสมบัติทางเภสัชวิทยาที่ช่วยตอกย้ำสถานะดั้งเดิมในฐานะยาบำรุงและสารปรับสมดุลร่างกาย (adaptogen)
งานวิจัยทางคลินิกในมนุษย์แม้จะยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น แต่ก็มีแนวโน้มที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านสุขภาพระบบสืบพันธุ์เพศชาย การวิเคราะห์อภิมานและการทบทวนวรรณกรรมอย่างเป็นระบบเมื่อปี พ.ศ. 2565 ซึ่งนับเป็นหนึ่งในการศึกษาที่ครอบคลุมที่สุดชิ้นหนึ่งจนถึงปัจจุบัน สรุปผลว่าการเสริมด้วย Eurycoma longifolia ช่วยเพิ่มระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนในเลือดได้อย่างมีนัยสำคัญในกลุ่มผู้ชายที่มีระดับฮอร์โมนดังกล่าวต่ำอยู่แล้ว (PMC; PubMed) ผลการวิจัยเหล่านี้ช่วยสนับสนุนคำกล่าวอ้างของหมอพื้นบ้านที่ใช้สารสกัดจากปลาไหลเผือกเพื่อรักษาภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศในชายและความอ่อนล้าที่มาพร้อมกับวัย
การศึกษาทางคลินิกเพิ่มเติมยิ่งช่วยตอกย้ำผลลัพธ์เหล่านี้ โดยการทดลองแบบมีกลุ่มควบคุมด้วยยาหลอก (placebo-controlled trials) แสดงให้เห็นถึงการพัฒนาที่ดีขึ้นอย่างชัดเจนทั้งในด้านสมรรถภาพทางเพศชายและคุณภาพของอสุจิ มีรายงานว่าชายวัยกลางคนสุขภาพดีที่ได้รับสารสกัดจากรากปลาไหลเผือก มีอาการอ่อนเพลียลดลง สภาพอารมณ์ดีขึ้น และมีระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ผลการค้นพบเหล่านี้สร้างแรงสั่นสะเทือนไปถึงอุตสาหกรรมสุขภาพและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารทั่วโลก ส่งผลให้ปัจจุบัน “ตงกัตอาลี” ถูกวางจำหน่ายไปทั่วโลกในฐานะตัวช่วยเสริมสมรรถภาพชายและประสิทธิภาพของนักกีฬา แม้ว่าน้ำหนักของคำกล่าวอ้างจะแตกต่างกันไป และบางการศึกษาก็ชี้ให้เห็นประโยชน์เพียงเล็กน้อย (Medical News Today; MDPI)
ที่น่าสนใจคือ คุณสมบัติทางเภสัชวิทยาของรากปลาไหลเผือกไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่สุขภาพระบบสืบพันธุ์ชายเท่านั้น งานวิจัยทั้งในไทยและต่างประเทศต่างชี้ให้เห็นถึงผลกระทบในวงกว้างยิ่งขึ้น การศึกษาในห้องปฏิบัติการยืนยันฤทธิ์ต้านมาลาเรีย ซึ่งสอดคล้องกับการนำมาใช้ในอดีตเพื่อรักษาอาการไข้จับสั่น (ScienceDirect) สารสกัดเมทานอลและน้ำจากราก Eurycoma longifolia แสดงประสิทธิภาพในการต่อต้านเชื้อปรสิตมาลาเรียพลาสโมเดียม (Plasmodium) ซึ่งสอดคล้องกับชื่อเสียงของรากไม้นี้ในหมู่ชาวป่าและคนกรีดยาง ที่ครั้งหนึ่งเคยใช้เป็น “ยาป่า” รักษาอาการไข้เรื้อรัง
นอกจากนี้ รายงานการวิจัยต่างๆ ยังบันทึกถึงความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระ ต้านการอักเสบ และต้านจุลชีพของพืชชนิดนี้ (วารสารโคกชาะสิกวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, 2563) สิ่งเหล่านี้ชี้ให้เห็นถึงศักยภาพในการนำไปประยุกต์ใช้รักษาโรคในวงกว้างยิ่งขึ้น ครอบคลุมถึงการสมานแผล การปรับภูมิคุ้มกัน และแม้กระทั่งคุณสมบัติต้านมะเร็ง งานวิจัยในห้องปฏิบัติการล่าสุดชี้ว่าสารยูรีโคมาโนนสามารถยับยั้งการเจริญเติบโตและการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็งกระดูก (osteosarcoma) ได้ ทว่าผลการวิจัยยังอยู่ในขั้นต้นและยังไม่ได้นำไปสู่แนวทางการรักษาโรคมะเร็งที่ผ่านการรับรองแต่อย่างใด (PubMed)
งานวิจัยที่ดำเนินการเฉพาะในประเทศไทยยิ่งช่วยเสริมให้เห็นภาพรวมของพืชชนิดนี้ชัดเจนยิ่งขึ้น การศึกษาโดยใช้ตัวอย่างน้ำเชื้อแช่แข็งจากไก่พื้นเมืองของไทย แสดงให้เห็นว่าการเสริมด้วยสารสกัด Eurycoma longifolia ช่วยเพิ่มอัตราการรอดชีวิตของอสุจิและภาวะเจริญพันธุ์ (PubMed) แม้ว่าข้อมูลนี้จะเกี่ยวเนื่องกับวิทยาศาสตร์การเกษตร แต่ก็สะท้อนถึงชื่อเสียงอันยาวนานของพืชชนิดนี้ในการเสริมศักยภาพการสืบพันธุ์ของเพศชาย ซึ่งเป็นความเชื่อที่เป็นหัวใจสำคัญของความนิยมในตลาดสมุนไพรท้องถิ่นและในครัวเรือนแถบชนบท
แม้ว่าจะมีงานวิจัยเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ แต่คำกล่าวอ้างด้านสุขภาพหลายประการยังคงเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ หน่วยงานกำกับดูแลบางแห่งในชาติตะวันตกได้ออกมาเตือนว่ายังขาดการศึกษาในมนุษย์ขนาดใหญ่ที่ใช้ระยะเวลานานและเป็นการศึกษาแบบอำพราง (blinded human studies) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นกลไกการออกฤทธิ์ ปริมาณที่เหมาะสม และผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น (Wikipedia) ยิ่งไปกว่านั้น แม้ว่าความเสี่ยงต่อความเป็นพิษตามแบบแผนโบราณจะเชื่อกันว่าต่ำ แต่ก็มีรายงานผลข้างเคียงที่พบได้ไม่บ่อยนัก รวมถึงภาวะตับบาดเจ็บ ซึ่งส่วนใหญ่มักเกิดในผู้ที่บริโภคในปริมาณมากเกินไปหรือใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีความเข้มข้นสูง นับเป็นข้อควรระวังที่สำคัญอย่างยิ่งยวดเมื่อพืชชนิดนี้ได้กลายเป็นสินค้าและส่งออกไปจำหน่ายทั่วโลก
เมื่อพิจารณา ณ จุดบรรจบระหว่างภูมิปัญญาดั้งเดิมกับวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ จะเห็นได้ชัดว่าแม้ Eurycoma longifolia (ปลาไหลเผือก) จะคู่ควรกับสถานะในตำนานอย่างแท้จริง แต่การใช้อย่างมีความรับผิดชอบนั้นจำเป็นต้องสร้างสมดุลระหว่างมรดกองค์ความรู้กับหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ภูมิปัญญาไทยดั้งเดิมสะท้อนวิธีการที่ละเอียดอ่อน โดยทั่วไปรากไม้ชนิดนี้จะถูกใช้เป็นส่วนหนึ่งของยาต้มตำรับที่ซับซ้อน และจ่ายยาภายใต้การดูแลของหมอพื้นบ้านผู้มีความเชี่ยวชาญในการปรับขนาดการใช้และเฝ้าระวังผลข้างเคียง ในทางกลับกัน วัฒนธรรมผลิตภัณฑ์เสริมอาหารยุคใหม่มักให้ความสำคัญกับความสะดวกสบายและความเข้มข้น ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบแคปซูล สารสกัด หรือผง ซึ่งอาจไม่ได้คำนึงถึงความสมดุลที่พบในตำรับยาโบราณเสมอไป
สำหรับผู้อ่านชาวไทยที่สนใจจะใช้ประโยชน์จาก “รากไม้แห่งพลัง” นี้ มีข้อแนะนำที่เป็นประโยชน์ดังนี้:
- ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทุกครั้งก่อนตัดสินใจใช้ Eurycoma longifolia หรือสมุนไพรใดๆ ที่มีฤทธิ์แรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากมีโรคประจำตัวหรือกำลังรับประทานยาตามใบสั่งแพทย์อยู่เป็นประจำ การใช้ยาด้วยตนเองอาจนำไปสู่ปฏิกิริยาระหว่างยาและผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ได้ (Medical News Today)
- ระมัดระวังเรื่องแหล่งที่มาของผลิตภัณฑ์ เนื่องจากความต้องการ “ตงกัตอาลี” ทั่วโลกที่เพิ่มสูงขึ้น ย่อมส่งผลให้ความเสี่ยงจากการปลอมปนและการปนเปื้อนเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์บางชนิดอาจไม่ได้มาตรฐานทั้งในด้านความบริสุทธิ์และปริมาณสารสำคัญ จึงควรเลือกผลิตภัณฑ์จากผู้จำหน่ายที่น่าเชื่อถือและได้รับอนุญาตอย่างถูกต้อง โดยสังเกตจากฉลากที่ชัดเจนและรายงานการทดสอบจากหน่วยงานอิสระ (BMJ Open)
- ให้ความสำคัญกับวิธีการใช้ตามแบบแผนดั้งเดิม นั่นคือ ใช้ในปริมาณที่พอเหมาะ และเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มาจากรากทั้งส่วน มากกว่าสารสกัดที่มีความเข้มข้นสูง เว้นแต่จะอยู่ภายใต้การดูแลของผู้เชี่ยวชาญ หมอพื้นบ้านไทยมักใช้ตำรับยาสมุนไพรผสมที่ซับซ้อนเพื่อปรับสมดุลของฤทธิ์ยา
- พึงระลึกไว้เสมอว่า Eurycoma longifolia ไม่ใช่ยาครอบจักรวาล แม้ว่าอาจช่วยบำรุงกำลังและเสริมสร้างสุขภาพระบบสืบพันธุ์สำหรับบางท่านได้ แต่ควรพิจารณาว่าเป็นเพียงส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตแบบองค์รวม ซึ่งต้องควบคู่ไปกับการรับประทานอาหารที่มีโภชนาการสมดุล การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และการจัดการความเครียดที่ดี
- หากเกิดอาการไม่พึงประสงค์ใดๆ (เช่น อาการไม่สบายทางเดินอาหาร ตัวเหลืองตาเหลือง หรืออาการแพ้) ให้หยุดใช้ทันทีและรีบปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์
การเดินทางของปลาไหลเผือกจากผืนป่าของไทยสู่ห้องปฏิบัติการและคลินิกในศตวรรษที่ 21 สะท้อนให้เห็นถึงพลังอันยั่งยืนของเวชพฤกษศาสตร์พื้นบ้าน ซึ่งเป็นยาจากธรรมชาติที่ผสานภูมิปัญญาของบรรพชนเข้ากับความแม่นยำของวิทยาศาสตร์ยุคใหม่ ด้วยการให้ความเคารพต่อทั้งมรดกทางภูมิปัญญาและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ สังคมไทยจะสามารถเชิดชูคุณค่าของสมบัติทางพฤกษศาสตร์ชิ้นนี้ต่อไป พร้อมทั้งปกป้องสุขภาพของคนในชุมชน เช่นเดียวกับยาสมุนไพรอื่นๆ เรื่องราวของปลาไหลเผือกยังคงดำเนินต่อไป ชารากไม้แต่ละถ้วยที่ถูกต้มดื่ม และการทดลองทางคลินิกครั้งใหม่แต่ละครั้ง ล้วนแล้วแต่เป็นอีกบทหนึ่งในมหากาพย์ที่กำลังคลี่คลายของคลังยาธรรมชาติแห่งประเทศไทย
คำเตือน: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลทางการศึกษาเท่านั้น โปรดปรึกษาผู้ให้บริการด้านสุขภาพที่มีคุณสมบัติเหมาะสมทุกครั้งก่อนใช้สมุนไพรใดๆ เพื่อบำบัดรักษาภาวะสุขภาพ
แหล่งข้อมูล: