มีม AI ระลอกใหม่ที่กำลังฮิตติดลมบนในชื่อ “เบรนร็อตอิตาเลียน” (Italian brainrot) กำลังถล่มหน้าจอเด็กๆ ทั่วโลก โดนใจเด็ก Gen Alpha อย่างจัง ทำเอาผู้ปกครองและนักการศึกษาหลายคนถึงกับงงปนกังวล ปรากฏการณ์ไวรัลล่าสุดบน TikTok นี้ มีตัวละครหน้าตาพิลึกพิลั่น อย่างนักบัลเลต์หัวเป็นถ้วยเอสเปรสโซ จระเข้ลูกครึ่งเครื่องบินทิ้งระเบิด หรือฉลามสามขาสวมคอนเวิร์สสีฟ้า เหล่าตัวละครดิจิทัลเหล่านี้พูดภาษาอิตาเลียนแบบปลอมๆ ด้วยสำเนียงเน้นคำโอเวอร์ๆ พร้อมท่องวลีเพี้ยนๆ ไร้ความหมาย สะท้อนวัฒนธรรมอินเทอร์เน็ตสุดพิลึกที่แพร่กระจายอย่างรวดเร็ว แถมยังโชว์ให้เห็นถึงอารมณ์ขันแบบเหนือจริง (absurdist humor) เลเวลใหม่ของเด็กรุ่นใหม่ (ABC News, Capital FM, MARCA)
แม้ว่ากระแสเบรนร็อตอิตาเลียนอาจดูเหมือนเรื่องตลกขบขัน แต่การที่มันโตเร็วและเน้นให้คนมีส่วนร่วมอย่างหนัก ก็ทำให้มันกลายเป็นทั้งประเด็นร้อนทางวัฒนธรรมและหัวข้อถกเถียงเรื่องสุขภาวะเด็กในยุคที่ความบันเทิงถูกป้อนด้วยอัลกอริทึม สำหรับพ่อแม่ผู้ปกครองและครูบาอาจารย์ชาวไทย การทำความเข้าใจปรากฏการณ์ไวรัลดิจิทัลนี้จึงเป็นเรื่องสำคัญ เพราะมันกำลังระบาดเข้าสู่อุปกรณ์ต่างๆ และแทรกซึมเข้าไปในวงสนทนาทั่วไป
ว่ากันว่ากระแสเบรนร็อตอิตาเลียนนี้มีจุดเริ่มต้นมาจากกลุ่มคนทำมีมในอิตาลี ก่อนจะดังเปรี้ยงปร้างไปทั่วโลกเมื่อต้นปี 2025 ข้อมูลจากนักสร้างแอนิเมชันและนักการศึกษาชาวอิตาลีท่านหนึ่ง ที่ติดตามและให้ข้อมูลเกี่ยวกับกระแสนี้ผ่านบัญชีอินสตาแกรมส่วนตัว เล่าว่ากระแสนี้เริ่มมาจากเพลงกล่อมเด็กชื่อ “Trallallero Trallallà” ที่ถูกนำไปให้ AI ปั้นเป็นตัวละครสุดพิลึก ถึงแม้คำว่า “อิตาเลียน” ในตอนแรกจะโยงกับกลุ่มผู้สร้างสรรค์ แต่ตอนนี้มันกลับสื่อถึงความไร้สาระและความคาดเดาไม่ได้ของคอนเทนต์มากกว่าจะหมายถึงวัฒนธรรมอิตาลีจริงๆ ขณะที่คำว่า “เบรนร็อต” (brainrot) ก็เป็นคำสแลงที่ใช้เรียกคอนเทนต์ที่มันเร้าหรือชวนมึนจนรู้สึกเหมือน “สมองไหล” คอนเซ็ปต์นี้มันแรงซะจนคำว่า “เบรนร็อต” ได้รับเลือกเป็นคำแห่งปี 2024 ของออกซฟอร์ดเลยทีเดียว (ABC News)
แล้วทำไมคอนเทนต์สุดแหวกแนวพวกนี้ถึงได้โดนใจเด็กๆ นัก ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าความสนุก ความขี้เล่น และการเข้าถึงง่ายคือหัวใจสำคัญ การใช้เครื่องมือ AI สร้างงานศิลปะแบบฟรีๆ ช่วยให้แม้แต่เด็กเล็กก็เอามีมไวรัลเหล่านี้มาผสม ดัดแปลง หรือสร้างใหม่ในสไตล์ของตัวเองได้ บรรดาผู้ที่ชื่นชอบมองว่าความคิดสร้างสรรค์จากผู้ใช้เหล่านี้เปรียบเหมือน “ตำนานพื้นบ้านยุคดิจิทัล” และเป็นพื้นที่ออนไลน์ให้เด็กวัยเรียนและวัยรุ่นได้แสดงออกถึงการต่อต้านวัฒนธรรมป๊อปกระแสหลัก ที่มักจะจ้องแต่จะขายของ เพื่อหันไปหาสิ่งที่สร้างกันเองแบบบ้านๆ โดยกลุ่มเพื่อนรุ่นเดียวกัน (The Times of India) อย่างที่นักสร้างแอนิชันชาวอิตาลีคนเดิมอธิบายไว้ว่า “มุกตลกของเด็ก Gen Z และ Gen Alpha มักจะไร้เหตุผล จุดฮาของมันคือมันไม่ได้มีอะไรตลกเลย มันแค่แปลก”
ในมุมมองทางการแพทย์ ก็พอจะเข้าใจได้ว่าทำไมเด็กๆ ถึงติดอกติดใจอะไรแบบนี้ ผู้อำนวยการอาวุโสจากองค์กรพัฒนาเอกชน (NGO) แห่งหนึ่งที่เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตเยาวชน เปรียบเทียบมีมนี้ว่าเป็นเหมือน “สายไหมดิจิทัลสำหรับสมอง” พร้อมตั้งข้อสังเกตว่ารูปแบบที่ดูวุ่นวายและรวดเร็วของคอนเทนต์เหล่านี้ มันไปจี้ถูกจุดความต้องการทางระบบประสาทของเด็กวัยก่อนวัยรุ่นและวัยรุ่น ที่มักจะโหยหาสิ่งแปลกใหม่และความท้าทาย (ABC News) เช่นเดียวกับที่การเล่นซนในสนามเด็กเล่นหรือมุกตลกแบบ “เจ็บตัว” (slapstick humor) เคยเป็นช่องทางปลดปล่อยของเด็กไทยมานาน ความปั่นป่วนของเบรนร็อตอิตาเลียนก็เหมือนเป็นอะไรทำนองนั้นในยุคดิจิทัล
อย่างไรก็ดี ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตเตือนว่าความเข้มข้นและการกระตุ้นที่มากเกินไปซึ่งดึงดูดเด็กๆ นั้น ก็อาจส่งผลเสียได้หากไม่ได้รับการดูแลเอาใจใส่ นักบำบัดท่านหนึ่งอธิบายว่า “ถ้าเด็กดูแต่คอนเทนต์แบบนี้ เราอาจเริ่มเห็นปัญหาเรื่องสมาธิ อารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ หรือความยากลำบากในการผ่อนคลาย” ยิ่งไปกว่านั้น ลักษณะที่เน้นการมีส่วนร่วมของมีมพวกนี้ ที่มักจะมีการพูดหรือทำท่าทางตามในชีวิตประจำวัน ก็ยิ่งทำให้เส้นแบ่งระหว่างความบันเทิงออนไลน์กับพฤติกรรมในชีวิตจริงมันเบลอๆ ไป
ความท้าทายนี้ไม่ได้มีแค่ในไทย แต่มันจุดประกายคำถามสำคัญในสังคมที่กำลังเผชิญหน้ากับทั้งโลกดิจิทัลที่เชื่อมต่อกันเร็วขึ้นทุกวัน และความกังวลเดิมๆ เกี่ยวกับเวลาหน้าจอที่ส่งผลต่อพัฒนาการเด็ก กระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงศึกษาธิการได้ส่งเสริมโครงการรู้เท่าทันสื่อดิจิทัล (digital literacy) โดยเน้นย้ำว่าการตั้งขอบเขตการใช้งานที่ดีต่อสุขภาพ ไม่ใช่การสั่งห้ามแบบเหวี่ยงแห คือวิธีที่ดีที่สุดในการสร้างภูมิคุ้มกันทางใจและความสามารถในการควบคุมตัวเองของเด็ก (The Nation Thailand)
ถึงแม้กระแสเบรนร็อตอิตาเลียนจะดูเหมือนของใหม่ แต่ผู้เชี่ยวชาญย้ำว่ามันก็เป็นแค่ปรากฏการณ์ล่าสุดในประวัติศาสตร์อันยาวนานของความตื่นตูมทางศีลธรรมและความไม่เข้าใจกันระหว่างวัยเรื่องสื่อใหม่ๆ เมื่อหลายสิบปีก่อน การ์ตูนตลกเจ็บตัว เพลงฝรั่งฮิตๆ หรือการ์ตูนญี่ปุ่น ก็เคยทำเอาผู้ใหญ่ไทยหลายคนกังวลใจมาแล้วในทำนองเดียวกัน สิ่งที่ต่างไปในวันนี้คือความเร็ว ความเข้มข้น และการเข้าถึงผ่านอัลกอริทึมของกระแสอย่างเบรนร็อต ที่สามารถไปถึงหน้าจอคนนับล้านได้ในชั่วข้ามคืน และข้ามกำแพงวัฒนธรรมได้ในพริบตา (SheKnows)
ในระดับโลก นักวิทยาศาสตร์เพิ่งเริ่มศึกษาผลกระทบของกระแสไวรัลทำนองนี้ งานทบทวนวรรณกรรมชิ้นใหญ่ในวารสาร International Journal of Environmental Research and Public Health พบว่าคอนเทนต์โซเชียลมีเดียที่มาเร็วไปเร็วและกระตุ้นสูง สามารถทำให้ปัญหาเรื่องสมาธิและการนอนหลับแย่ลงในเด็กและเยาวชนบางกลุ่ม โดยเฉพาะคนที่ใช้เวลาดูสื่อพวกนี้วันละหลายชั่วโมง (MDPI) ขณะที่งานวิจัยอีกชิ้นที่เพิ่งออกมาไม่นานนี้ ชี้ให้เห็นความเชื่อมโยงระหว่างความรู้เท่าทันมีม (meme literacy) กับความผูกพันในกลุ่มเพื่อน โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่นที่อาจรู้สึกแปลกแยกในสังคมที่มีกรอบเดิมๆ (Frontiers in Psychology)
ถึงอย่างนั้น ผู้เชี่ยวชาญก็แนะนำว่าอย่าเพิ่งตื่นตูมหรือสั่งห้ามไปซะหมด นักบำบัดที่อ้างถึงก่อนหน้านี้ กระตุ้นให้ผู้ปกครองและคุณครู “เปิดใจสงสัย ไม่ใช่ตัดสิน” แทนที่จะพยายามถอดรหัสทุกมีมหรือเลียนแบบทุกวลีฮิต ผู้ใหญ่ควรเปิดอกคุยกันตรงๆ ว่าอะไรในกระแสเหล่านี้ที่มันโดนใจเด็กๆ การตั้งกฎเกณฑ์การใช้อุปกรณ์ที่สมเหตุสมผลและเหมาะกับวัย การส่งเสริมให้พักหน้าจอเป็นระยะ และการทำตัวเป็นแบบอย่างที่ดีเรื่องการใช้สื่อดิจิทัลอย่างสมดุลในชีวิตประจำวัน ล้วนเป็นสิ่งที่ควรทำทั้งสิ้น
สำหรับครอบครัวไทยแล้ว การมาของเบรนร็อตอิตาเลียนเป็นเหมือนเครื่องเตือนใจว่าเราจำเป็นต้องผสมผสานภูมิปัญญาดั้งเดิมเข้ากับการรู้เท่าทันสื่อดิจิทัล หลักธรรมคำสอนแต่โบราณอย่างทางสายกลาง ที่สอนให้รู้จักความพอดีทั้งในเรื่องความสุขและระเบียบวินัย ในวันนี้ ความสมดุลนี้ยิ่งสำคัญมากขึ้นไปอีก เมื่อ “การเล่น” ของเด็กๆ ย้ายไปอยู่บนโลกออนไลน์ สังคมไทยที่กำลังก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัลเต็มตัว มีศักยภาพที่จะเป็นผู้นำในอาเซียนด้านการส่งเสริมสุขภาพจิตดิจิทัล หากพ่อแม่ผู้ปกครอง ครูบาอาจารย์ และภาครัฐยังคงเกาะติดและไม่ปล่อยให้โลกออนไลน์ของเด็กๆ หลุดมือไป (Bangkok Post, The Nation Thailand)
เมื่อมองไปข้างหน้า การเปลี่ยนแปลงที่ไม่เคยหยุดนิ่งของกระแสดิจิทัลก็บอกเราว่า “เบรนร็อต” รูปแบบใหม่ๆ คงจะผุดขึ้นมาอีกเรื่อยๆ บางอันอาจจะหลุดโลกยิ่งกว่าเดิม ขณะที่บางอันอาจจะนำ AI มาใช้ในทางที่ช่วยส่งเสริมการเรียนรู้หรือความคิดสร้างสรรค์ดีๆ ก็ได้ คำถามสำคัญจริงๆ สำหรับสังคมไทยจึงไม่ใช่ว่าจะยอมรับหรือปฏิเสธกระแสฮิตเหล่านี้ แต่คือจะทำอย่างไรให้เด็กและเยาวชนของเราเป็นคนที่รู้เท่าทันสื่อ มีภูมิต้านทานทางอารมณ์ และพร้อมที่จะเติบโตได้ทั้งในห้องเรียนและโลกออนไลน์
ณ ตอนนี้ พ่อแม่ผู้ปกครองและนักการศึกษาควรรับฟังคำแนะนำที่เอาไปใช้ได้จริงเหล่านี้ คือ อย่าเพิ่งตกใจกับเบรนร็อตอิตาเลียน แต่ให้คอยดูอยู่ห่างๆ เปิดอกคุยกัน และพร้อมที่จะหัวเราะไปกับ (และบางทีก็แอบขำ) ความไร้สาระของวัฒนธรรมอินเทอร์เน็ต ตั้งกฎการใช้หน้าจอที่ชัดเจนและเป็นธรรม แต่ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และการรับรู้ทางอารมณ์ของเด็กเป็นหลัก ในขณะที่เด็กไทยกำลังเรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตทั้งในโลกออนไลน์และโลกจริง ของขวัญที่ดีที่สุดที่ผู้ใหญ่จะมอบให้ได้คือการชี้แนะด้วยความเข้าอกเข้าใจ ซึ่งมาจากทั้งรากฐานประเพณีดั้งเดิมและใจที่เปิดกว้างยอมรับการละเล่นรูปแบบใหม่ๆ