ลขุมาวิมาน
พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๘ [ฉบับมหาจุฬาฯ]
ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา
๒. ลขุมาวิมาน
ว่าด้วยวิมานที่เกิดขึ้นแก่นางลขุมาอุบาสิกา
(พระมหาโมคคัลลานเถระถามว่า)
[๑๗๓] เทพธิดา เธอมีผิวพรรณงามยิ่งนัก เปล่งรัศมีสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอยู่ ดุจดาวประกายพรึก
[๑๗๔] เพราะบุญอะไรผิวพรรณเธอจึงงามเช่นนี้ ผลอันพึงปรารถนาจึงสำเร็จแก่เธอในวิมานนี้ และโภคะทั้งมวลล้วนน่าพอใจจึงเกิดขึ้นแก่เธอ
[๑๗๕] เทพธิดาผู้มีอานุภาพมาก อาตมาขอถามว่า เมื่อเธอเกิดเป็นมนุษย์ได้ทำบุญอะไรไว้ เพราะบุญอะไรเธอจึงมีอานุภาพรุ่งเรือง และมีรัศมีกายสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอย่างนี้
[๑๗๖] เทพธิดานั้นดีใจที่พระมหาโมคคัลลานเถระถาม จึงตอบปัญหาผลกรรมไปตามที่พระเถระถามว่า
[๑๗๗] (เมื่อดิฉันเกิดเป็นมนุษย์ เป็นชาวเมืองพาราณสี บ้านของดิฉันตั้งอยู่ใกล้ทางออก) ออกจากประตูเกวัฏฏทวาร (เกวัฏฏทวาร เป็นชื่อประตูเมืองพาราณสีประตูหนึ่ง) ไป ก็เป็นหมู่บ้านของดิฉัน พระสาวกทั้งหลายผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่ เที่ยวบิณฑบาตอยู่ในหมู่บ้านนั้น
[๑๗๘] ดิฉันมีใจเลื่อมใสในพระสาวกทั้งหลายผู้ปฏิบัติตรง จึงได้ถวายข้าวสุก ขนมสด ผักดอง พร้อมทั้งเครื่องดื่มที่ปรุงด้วยส่วนผสมต่างๆ มีข้าวและเกลือเป็นต้น
[๑๗๙] ดิฉันเข้าจำอุโบสถศีล ซึ่งประกอบด้วยองค์ ๘ ทุกวัน ๑๔ ค่ำ ๑๕ ค่ำและ ๘ ค่ำแห่งปักษ์ และตลอดวันปาฏิหาริยปักษ์
[๑๘๐] ดิฉันผู้สำรวมระวังในศีลตลอดเวลา และแจกจ่ายทานด้วยความเคารพ จึงได้ครอบครองวิมานนี้
[๑๘๑] ดิฉันงดเว้นจากการฆ่าสัตว์ เว้นไกลจากการลักขโมย การประพฤตินอกใจสามี สำรวมระวังจากการพูดเท็จ และการดื่มน้ำเมา
[๑๘๒] ดิฉันยินดีในศีล ๕ ฉลาดในอริยสัจ เป็นอุบาสิกาของพระผู้มีพระภาคทรงพระนามว่าโคดม ผู้มีพระจักษุ มีพระยศ
[๑๘๓-๑๘๔] เพราะบุญนั้นผิวพรรณดิฉันจึงงามเช่นนี้ ฯลฯ และมีรัศมีกายสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอย่างนี้
พระคุณเจ้าผู้เจริญ ขอท่านพึงถวายอภิวาทพระยุคลบาทของพระผู้มีพระภาคด้วยเศียรเกล้า (แล้วกราบทูล)ตามคำของดิฉันว่า “ลขุมาอุบาสิกาถวายอภิวาทแทบพระยุคลบาทของพระผู้มีพระภาคด้วยเศียรเกล้า พระพุทธเจ้าข้า ข้าแต่ท่านผู้เจริญ การที่พระผู้มีพระภาคทรงพยากรณ์ดิฉันว่าจะได้บรรลุสามัญผลขั้นใดขั้นหนึ่งนั้น ไม่น่าอัศจรรย์เท่ากับที่ทรงพยากรณ์ดิฉันว่าจะได้บรรลุสกทาคามิผลเลย”
ลขุมาวิมานที่ ๒ จบ
----------------------
คำอธิบายเพิ่มเติมนี้ นำมาจากบางส่วนของ
อรรถกถา ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ จิตตลดาวรรคที่ ๒
๒. ลขุมาวิมาน
อรรถกถาลขุมาวิมาน
ลขุมาวิมานนั้นเกิดขึ้นอย่างไร?
เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ กรุงพาราณสี. พาราณสีนครมีประตูอยู่แห่งหนึ่งชื่อว่าประตูบ้านชาวประมง แม้หมู่บ้านที่ตั้งอยู่ไม่ห่างไกลประตูนั้น ก็รู้จักกันว่าประตูบ้านชาวประมง ที่ประตูบ้านนั้นมีหญิงคนหนึ่งชื่อลขุมา สมบูรณ์ด้วยศรัทธาและความรู้ เห็นภิกษุทั้งหลายเข้าไปทางประตูนั้น ไหว้แล้วนิมนต์ไปเรือนของตน ถวายภิกขาทัพพีหนึ่ง เพราะความคุ้นเคยนั้นแล เมื่อศรัทธาเพิ่มพูนขึ้นจึงให้สร้างโรงฉันหลังหนึ่ง นำอาสนะเข้าไปถวายภิกษุทั้งหลายที่เข้าไปในโรงฉันนั้น ตั้งน้ำฉันน้ำใช้ไว้ ได้ถวายข้าวสุก ขนมกุมมาส ผักดองซึ่งมีอยู่ในเรือนแก่ภิกษุทั้งหลาย.
นางฟังธรรมในสำนักของภิกษุทั้งหลาย ตั้งอยู่ในสรณะและศีล เป็นผู้มั่นคง เรียนวิปัสสนากัมมัฏฐาน เมื่อขวนขวายวิปัสสนาอยู่ ไม่นานนักก็ตั้งอยู่ในโสดาปัตติผล เพราะตนถึงพร้อมด้วยอุปนิสัย.
เวลาต่อมานางทำกาละตายไปบังเกิดในมหติวิมานภพดาวดึงส์ มีนางเทพอัปสรพันหนึ่งเป็นบริวาร เสวยทิพยสมบัติอยู่ในวิมานนั้นบันเทิงอยู่.
ท่านพระมหาโมคคัลลานะเที่ยวเทวจาริกไปได้ถามว่า
ดูก่อนเทพธิดา ท่านผู้มีรัศมีงามสว่างไสวไปทุกทิศ ประดุจดาวประกายพรึก เพราะบุญอะไร ท่านจึงมีวรรณะเช่นนี้ และรัศมีจึงสว่างไสวไปทุกทิศ.
เทพธิดานั้นถูกพระโมคคัลลานะถามแล้วดีใจ ก็พยากรณ์ปัญหาของกรรมที่มีผลอย่างนี้ว่า
บ้านของดีฉันตั้งอยู่ใกล้ทางออกประตูบ้านชาวประมง ดีฉันมีใจเลื่อมใสในท่านผู้ตรง ถวายข้าวสุก ขนมกุมมาส ผักดองและน้ำส้ม เจือรสเค็มแก่พระสาวกทั้งหลาย ผู้แสวงหาคุณอันใหญ่ยิ่ง ซึ่งท่องเที่ยวอยู่ที่ประตูบ้านชาวประมง ประการหนึ่ง ดีฉันได้เข้ารักษาอุโบสถศีล อันประกอบด้วยองค์ ๘ ประการ ตลอดวัน ๑๔ ค่ำ ๑๕ ค่ำ ๘ ค่ำแห่งปักษ์ และตลอดปาฏิหาริยปักข์ [วันรับ-ส่ง] เป็นผู้สังวรด้วยดีในศีลทุกเมื่อ เป็นผู้สำรวม และจำแนกทาน จึงได้ครอบครองวิมานนี้
ดีฉันเว้นจากปาณาติบาต เว้นจากถือเอาสิ่งของของผู้อื่นด้วยไถยจิต จากการประพฤติล่วงละเมิดในกาม สำรวมจากมุสาวาทและห่างไกลจากการดื่มน้ำเมา เป็นผู้ยินดีในเบญจศีล ฉลาดในอริยสัจ เป็นอุบาสิกาของพระโคดมผู้มีพระจักษุ และมีพระเกียรติยศ เพราะบุญนั้นดีฉันจึงมีวรรณะเช่นนี้ เพราะบุญกรรมนั้น ฯลฯ รัศมีของดีฉันจึงสว่างไสวไปทุกทิศ.
ประการหนึ่ง ขอท่านผู้เจริญพึงถวายบังคมพระยุคลบาทของพระผู้มีพระภาคเจ้าด้วยเศียรเกล้า แล้วทูลตามคำของดีฉันว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ อุบาสิกาชื่อลขุมา ถวายบังคมพระบาททั้งคู่ของพระผู้มีพระภาคเจ้าด้วยเศียรเกล้า ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ก็การที่พระผู้มีพระภาคเจ้าพึงทรงพยากรณ์ดีฉันในสามัญผลอย่างใดอย่างหนึ่ง นั่นไม่น่าอัศจรรย์ เพราะพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพยากรณ์ดีฉันในสกทาคามิผลแล้ว.
เวลาจบการถามและการตอบ นางบรรลุสกทาคามิผลด้วยธรรมเทศนาของพระเถระ.
คำที่เหลือเหมือนนัยที่กล่าวมาในอุตตราวิมานนั่นแล.
จบอรรถกถาลขุมาวิมาน
-----------------------------------------------------