เป็นตัวอย่างการรวมตัวกันโดยสมัครใจ เพื่อร่วมกันทำประโยชน์แก่บ้านเมือง  มีส่วนสร้างความเข้มแข็งของระบบสุขภาพไทย  ทำให้ระบบสุขภาพไทยได้รับยกย่องให้เป็นระบบที่ดีที่สุดในโลกอันดับที่ ๕ โดยนิตยสารดิอีโคโนมิสต์วันที่ ๕ กรกฎาคม ๒๕๖๗  รวมทั้งคุณภาพแพทย์ไทยเป็นที่ยกย่องว่า ได้มาตรฐานสากล 

เรียนรู้จากการเข้าร่วมประชุมแพทยศาสตรศึกษาแห่งชาติ ครั้งที่ ๑๐

การประชุมแพทยศาสตรศึกษาแห่งชาติจัดครั้งแรกปี พ.ศ. ๒๔๙๙   แล้วจัดเรื่อยมาทุกๆ ๗ ปี    คราวนี้ ครั้งที่ ๑๐ จัดระหว่างวันที่ ๒๕ - ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ ที่โรงแรมแชงกรี-ลา เชียงใหม่   ในหัวข้อ Reshaping Medical Education Towards Well-being for All   โดยผมได้รับเชิญเป็นผู้กล่าวปาฐกถานำ เรื่อง Towards Well-being for All  และได้นำคำปาฐกถามาลงไว้ในบันทึกที่แล้ว    ท่านที่สนใจดู PowerPoint ประกอบการบรรยายได้ที่  20241230051858.pptx     แถมผมยังได้รับ รางวัล "อาวุธ ศรีศุกรี ผู้มีคุณูปการต่อวงการแพทยศาสตรศึกษาแห่งชาติ"   โดยเป็นครั้งแรกที่มีรางวัลนี้    และมีผู้ได้รับรางวัล ๓ คน อีกสองท่านคือ ศ. กิตติคุณ นพ. จรัส สุวรรณเวลา   กับ ศ. กิตติคุณ นพ. เฉลิม วราวิทย์   

กลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย ก่อตั้งวันที่ ๗ เมษายน ๒๕๓๒  โดยสถาบันผลิตแพทย์ในขณะนั้นรวม ๗ สถาบันร่วมกันก่อตั้ง    มี ศ. นพ. อาวุธ ศรีสุกรี (๒๔๗๒) เป็นเลขาธิการตั้งแต่ต้นจนลาออกเมื่อ ๒ ปีที่แล้ว    รับหน้าที่ต่อโดย รศ. พญ. นันทนา ศิริทรัพย์   เวลานี้สถาบันผลิตแพทย์ในประเทศไทยทุกสถาบันเป็นสมาชิก   รวม ๒๘ สถาบัน 

การได้รับเชิญไปร่วมงานจึงเป็นทั้งเกียรติ  โอกาสเรียนรู้ และโอกาสซึมซับความสุขที่ได้เห็นจุดแข็งของสังคมไทย    เป็นตัวอย่างการรวมตัวกันโดยสมัครใจ เพื่อร่วมกันทำประโยชน์แก่บ้านเมือง   มีส่วนสร้างความเข้มแข็งของระบบสุขภาพไทย    ทำให้ระบบสุขภาพไทยได้รับยกย่องให้เป็นระบบที่ดีที่สุดในโลกอันดับที่ ๕ โดยนิตยสารดิอีโคโนมิสต์วันที่ ๕ กรกฎาคม ๒๕๖๗    รวมทั้งคุณภาพแพทย์ไทยเป็นที่ยกย่องว่า ได้มาตรฐานสากล   

ผมได้เรียนรู้ในห้องประชุมมาก    เพราะมีการเตรียมการมาอย่างดี ใช้เวลาค้นตัวอย่างในต่างประเทศ เอามาสังเคราะห์เป็นข้อเสนอ โดยคณะทำงาน ๕ ชุด ที่ทำงานจริงจังมาก    มีเอกสารอยู่ในเว็บไซต์การประชุมทั้งหมด   รวมมีการออกแบบการประชุมให้โอกาสผู้เข้าเร่วมเสนอข้อคิดเห็นต่อข้อเสนอ ๖ ชุด ในบ่ายวันที่ ๒๕  ที่มีผู้ให้ข้อเสนอแนะอย่างสร้างสรรค์และอย่างเปิดใจต่อกัน    และมีข้อสังเกตว่า มีนักศึกษาแพทย์และแพทย์จบใหม่ให้ข้อคิดเห็นและเสนอแนะจำนวนมาก ในหัวข้อที่ตนเองมีประสบการณ์ตรง   น่ายินดีมาก    เพราะการประชุมนี้มีเป้าหมายเพื่อปรับรูปแบบการเรียนรู้และการปฏิบัติงานที่จะกระทบแพทย์รุ่นใหม่มากที่สุด   

การเรียนรู้ที่มีค่ายิ่งยังเกิดขึ้นในห้องรับรองช่วงพัก   ที่มีการพูดคุยเสนอแนะกันอย่างเป็นกันเองและเปิดใจ    เช่นเรื่องที่แพทยสภาฟ้อง สปสช. และสภาเภสัชกรรม ต่อศาลปกครอง   มีการคุยกันว่า ทำให้แพทยสภาเสียภาพลักษณ์ที่ดีในมุมมองของคนทั่วไป ว่ารักษาผลประโยชน์ของวิชาชีพเหนือประโยชน์สาธารณะ    ที่มีกรรมการแพทยสภาให้ข้อมูลว่า แพทยสภาไม่ได้คัดค้านมาตรการเพื่อประโยชน์ของประชาชนผู้ใช้บริการ   แต่ฟ้องเพื่อเรียกร้องให้มีการหารือทำความตกลงขั้นตอนที่รอบคอบยิ่งขึ้น    เป็นข้อเรียนรู้ว่า การสื่อสารสาธารณะที่แม่นยำชัดเจนมีความสำคัญยิ่งในการปฏิบัติหน้าที่ขององค์กรภาครัฐในยุคปัจจุบัน   

ผมยังได้เรียนรู้จากการพูดคุยสองต่อสอง กับท่านผู้เป็นหัวหน้าทีมจัดงาน    คือ ศ. นพ. พงษ์ศักดิ์ วรรณไกรโรจน์ ในห้องรับรองของโรงแรมชั้น ๑๑ ตอนเย็นวันที่ ๒๕   ผมได้ทั้งกินอาหารเย็น และได้เรียนรู้เรื่องการเตรียมงาน    และกิจกรรมในปี ๒๕๖๘ ที่ประเทศไทยจะได้ทำหน้าที่เจ้าภาพจัดการประชุมแพทยศาสตร์ศึกษาโลก   

ที่จริง ผมห่างเหินจากกิจกรรมแพทยศาสตรศึกษาไปนาน   ความเข้าใจเรื่องต่างๆ จากปฏิบัติการจริงจึงไม่มี หรือมีก็ล้าสมัย    การไปร่วมอย่างใกล้ชิด ๒ วัน จึงมีค่ามากต่อการเรียนรู้ของผม   ผมได้จดประเด็นข้อสังเกต จากการตั้งใจฟังการอภิปรายในที่ประชุม เพื่อตีความว่า วงการแพทยศาสตรศึกษาไทยต้องการทำความเข้าใจต่อการพัฒนาสมรรถนะของแพทย์ไทยรุ่นใหม่อย่างไร    ดังจะเสนอในบันทึกต่อไป   

วิจารณ์ พานิช

๒๖ พ.ย. ๖๗

ห้อง ๑๐๐๑   โรงแรมแชงกรี-ลา    เชียงใหม่