อยากบอกว่า ยิ้ม คือสิ่งที่ทุกคนต้องทำ
เพราะเมื่อเรายิ้ม จะเกิดผลดีหลายอย่างมาก อย่างแรกคือ คลายเครียด เพราะเมื่อเรายิ้มจะเป็นการหลอกสมองว่าเรามีความสุข (แกล้งยิ้มก็ช่วยได้นะคะ) เมื่อเรามีความสุข ความดันโลหิตจะลดลง และเมื่อเรายิ้มสมองจะหลั่งสารโดพามีนออกมา โดพามีนนี้จะช่วยให้เราทำกิจกรรมต่างๆได้อย่างต่อเนื่องและนานขึ้น เพราะยิ้มยังเป็นการหลอกตัวเองว่าเราชอบ เช่น ขณะฝึก วอลสคว็อท เรายิ้มไปด้วย เราจะฝึกได้นานขึ้น เป็นต้น ซึ่งการคายเครียดนี้คลายความเครียดให้เซลล์เลยนะคะ เมื่อเซลล์คลายเครียดความลง ภูมิคุ้มกันจึงเพิ่มขึ้น
สารนี้ยังได้ชื่อว่าเป็นสารสร้างบุคคลิกเลยนะคะ เพราะทำให้เรามองโลกในแง่ดี และเมื่อเรามีความสุข โอกาสเกิดสมาธิก็มีมากขึ้น เมื่อมีสมาธิก็เข้าใจในสิ่งที่ทำได้ง่ายขึ้น มองเห็นปัญหาต่างๆได้ง่ายขึ้น จึงแก้ปัญหาต่างๆได้ดีขึ้น
นอกจากนี้โดพามีนยังช่วยให้เราควบคุมกล้ามเนื้อได้ดีขึ้น เราจึงใช้มือ ใช้เท้า หรือควบคุมร่างกายได้ดีขึ้น
นอกจากนี้ ยิ้ม ยังทำให้เราดูอ่อนเยาว์ลง ดูน่าคบหา ดูน่าเชื่อถือ เห็นไหมคะ เราไม่จำเป็นต้องเคร่งขรึมก็ดูน่าเชื่อถือได้
และทราบไหมคะ ว่ายิ้มเป็นอาวุธของผู้นำ ลองสังเกตดูสิคะผู้นำคนไหนที่ยิ้มบ่อย ยิ้มกว้าง มักเป็นที่ชื่นชอบของผู้คน และมักเปิดใจผู้อยู่ใกล้ชิดหรือบุคคลทั่วไปได้มากกว่าผู้นำที่ไม่ยิ้ม ยิ่งยิ้มกว้างก็ยิ่งได้รับความยอมรับมากขึ้นและ “ป็อปปูล่า” มากขึ้น
ยิ้มยังทำให้เราเป็นสภาพแวดล้อมที่ดีต่อผู้อื่น เพราะสมองคนเราจะมีตัวคอยรับส่งข้อมูลที่รู้เห็นและกระตุ้นร่างกายให้เลียนแบบสิ่งที่เห็น ดังนั้นถ้าเราเห็นใครยิ้มให้ เราก็มักยิ้มตอบ คิดดูสิคะ ถ้ามองไปทางไหนมีแต่คนยิ้ม โลกจะดูสดใสขนาดไหน
ยิ้มจึงเป็นอีกเหตุที่ช่วยลดโอกาสสมองเสื่อมได้ด้วยค่ะ
ยังไงน่ะหรือ
อ๋อ ก็เพราะว่าถ้าเราเครียด สมองส่วนฮิปโปแคมปัสจะฝ่อ ถ้าเรากลับมาสดชื่นแจ่มใสได้ สมองที่ฝ่อจะได้รับการแก้ไขจนกลับสู่สภาพกปติ แต่ถ้าเราอยู่กับความเครียดนานไปสมองส่วนที่ฝ่อจะตาย
และนี่ จึงเป็นอีกเหตุที่ทำให้เกิดภาวะสมองเสื่อมในผู้สูงวัย
เห็นหรือยังคะ ว่ายิ้ม คือสิ่งที่ชีวิตขาดไม่ได้ และถ้าจะให้ดี ควรยิ้มให้ได้ชั่วโมงละ 20 ครั้ง เพื่อเกิดผลดีต่างๆต่อเนื่องทั้งวัน
