กิจกรรม KM ของครูโรงเรียนเพลินพัฒนาจัดปีละ ๒ ครั้ง    ผมไปร่วมเกือบทุกปี    อ่านบันทึกการไปร่วมกิจกรรมครั้งก่อนๆ ได้ที่ (๑) 

ครั้งที่ ๒๖ จัดวันที่ ๙ และ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๗  ผมไปร่วมวันที่ ๑๐ ทั้งวัน เริ่ม ๘.๓๐ น. เลิก ๑๗ น. ได้เรียนรู้เต็มอิ่ม   และแปลกใหม่จากปีก่อนๆ   รวมทั้งผู้เข้าร่วมก็คับคั่งกว่าครั้งก่อนๆ มาก    ชื่อการเรียนรู้ครั้งนี้คือ “คุณค่าและค่านิยม : การศึกษาเพื่อเป็นมนุษย์

ผมไปถึงก่อนเวลา และรี่ไปขอ สมุดบันทึกการเรียนรู้ ที่มีชิ้นงานศิลปะของเด็ก ป. ๑ เรื่องการเปลี่ยนแปลง    ที่สะท้อนว่า เด็กอายุ ๖ ขวบมีความคิดเชิงนามธรรมแล้ว   โปรดดูภาพประกอบบันทึกนี้   

จะเห็นว่า แค่อ่านสมุดบันทึกการเรียนรู้ เราก็ได้รับการเตือนสติว่าด้วยความเป็นมนุษย์ อย่างแยบยล    เตรียมตัวเรียนรู้ว่าจักรวาลยิ่งใหญ่ ตัวเราจิ๋วนิดเดียว  ที่จะตามมาในช่วงเปิดชั้นเรียน 

เดินเข้าห้องประชุมที่เข้าไปแล้วนับครั้งไม่ถ้วน สะดุดตากับป้ายปณิธาน หรือวิสัยทัศน์ของโรงเรียน (ดูรูปที่ ๐)  “ชุมชนแห่งการเรียนรู้ที่มุ่งมั่นสร้างผู้เรียนให้บรรลุศักยภาพสูงสุดของตนเองร่วมกัน    เพื่อความสุขอย่างยั่งยืนของชีวิตและสังคม”   ถามครูว่าป้ายนี้ติดตรงนี้เมื่อไร ไม่มีใครตอบได้   เสียดายที่ลืมถามครูปาด       

เริ่มด้วยการรำลึกถึงครูใหม่ วิมลศรี ศุษิลวรณ์ ผู้ล่วงลับ   ในฐานะผู้ริเริ่มนำ KM เข้ามาให้ครูใช้เป็นเครื่องมือเรียนรู้จากการทำงาน   ส่งผลให้โรงเรียนเพลินพัฒนาเป็น “องค์กรเรียนรู้” (Learning Organization) อย่างที่เห็นอยู่ในปัจจุบัน    เป็นกลไกหนึ่งที่สร้างผลงานเด่นให้แก่วงการศึกษาไทย    ทั้งในด้านคุณภาพของผู้เรียน    และด้านการเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง   ดังจะเห็นว่าในวันนี้ มีผู้สังเกตการณ์จากภายนอกมากมาย เช่นจากโรงเรียนวิถีธรรม จังหวัดสกลนคร ๖ ท่าน นำโดย นพ. สมบูรณ์ และ พญ. สุภาภรณ์ จิรวัฒนาสมกุล 

๘.๓๐ - ๑๐.๐๐ น. ประวัติศาสตร์ของความเป็นมนุษย์ กับความรู้สึกวิสุทธิ์วิเศษ  วิทยากร ๒ ท่าน คือ ศ. ดร. รัศมี ชูทรงเดช (เมธีวิจัยอาวุโส สกว.)  กับ คุณเกล้ามาศ ยิบอินซอย ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน   ซักถามและขยายความโดยครูปาด ศีลวัต ศุษิลวรณ์    ที่ผมเข้าใจว่าครูปาดต้องการให้ผู้เข้าร่วมงานเข้าใจ “ความเป็นมนุษย์”   สำหรับครูนำความเข้าใจไปทำหน้าที่หนุนให้ศิษย์พัฒนาความเป็นมนุษย์ให้แก่ตนเอง    โดยผมเข้าใจว่า ความรู้ทางมานุษยวิทยาบอกเราว่า มนุษย์มีวิวัฒนาการมาจากสัตว์    ผ่านพัฒนาการหลากหลายด้าน    แต่ผมคิดว่า ในที่ประชุมไม่มีใครกระตุกว่า ภายในตัวมนุษย์เองก็ยังมี  “สัญชาตญาณอย่างสัตว์” แฝงอยู่    หน้าที่อย่างหนึ่งของการศึกษาคือ ฝึกให้นักเรียนรู้จักดึงเอาความเป็นมนุษย์ออกมากระทำการ  และฝึกป้องกันการกระทำที่มาจากสัญชาติญาณของสัตว์     

คุณสมบัติวิสุทธิ์วิเศษอย่างหนึ่งของมนุษย์คือจินตนาการ (imagination)  ซึ่งหมายถึงสร้างสิ่งที่ไม่มีอยู่ให้ปรากฎขึ้นในใจตนได้    และตั้งความหวังว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต    เป็นที่มาของความคิดริเริ่มสร้างสรรค์    และผลของจินตนาการที่สำคัญยิ่งคือ มันเป็นพลังจูงใจภายใน หรือแรงบันดาลใจ สู่ความสร้างสรรค์    ทำให้มนุษย์เป็นสัตว์ที่มีความสร้างสรรค์อย่างไร้ขีดจำกัด   อย่างที่เราเห็นมนุษย์สร้างปัญญาประดิษฐ์ที่ฉลาดยิ่งกว่ามนุษย์ 

คุณเหมียว (เกล้ามาศ) เอ่ยว่า พิพิธภัณฑ์ เป็นที่สำหรับให้คนไปคุยกับตนเอง    และ PowerPoint ประกอบการเสวนาบอกว่าไทยเราแปลคำว่า museum ผิด ว่า พิพิธภัณฑ์    คำแปลตรงตัวคือ วิหารแห่งเทพ    ในความหมายว่าวิหารแห่งแรงบันดาลใจ    ทำให้ผมตีความต่อ ว่า ทั้งพิพิธภัณฑ์และหอศิลป์ ในประเทศไทย   ต้องหาวิธีสื่อต่อผู้ชมว่า  พิพิธภัณฑ์และหอศิลป์เป็นพื้นที่อิสระทางความคิด โดยใช้ความรู้สึกที่กระตุ้นโดยการสัมผัสชิ้นงานหรือสิ่งของ    นำสู่การคิดอย่างอิสระหลากหลายรูปแบบ    เพื่อกระตุ้นมิติของความเป็นมนุษย์ออกมา    ผมจึงได้ความคิด ที่จะลองไปคุยกับตนเองในพิพิธภัณฑ์ที่เมืองโกเบ เดือนเมษายน ปีหน้า    และพิพิธภัณฑ์ที่เมือง โลซานน์ เดือนพฤษภาคม ปีหน้า   

กิจกรรมหลักของวันนี้ เป็นการเปิดชั้นเรียน ๒ ช่วง คือ ช่วงเช้า ๒ ชั่วโมง เปิดชั้นเรียนวิชาแสนภาษา (ซึ่งหมายถึงวิชาศิลปะ) นักเรียน ป. ๓    ช่วงบ่ายเปิดชั้นเรียนนักเรียน ป. ๕  ทดลองเรียนวิชาที่จะใช้กับนักเรียน ป. ๖ ปีการศึกษาหน้า          

วิชาแสนภาษา เรื่อง ชีวิตแสนสั้น  ศิลปะยืนยาว  ชื่อตอน ความสุขเล็กๆ ที่ล้ำลึก ชั้น ป. ๓   โดยมีแผนจัดการเรียนรู้ดังรูปที่ ๙   

ชั้นเรียนธรรมชาติศึกษาและประยุกต์วิทยา ป. ๕ - ๖  ตอน องค์รวมจักรวาลวิทยาถึงวิถีชีวิตของมนุษย์ มีความคิดรวบยอดตามในรูปที่ ๑๐   และมีแผนจัดการเรียนรู้ดังในรูปที่ ๑๑   

การเปิดชั้นเรียนทั้งสองรายการ มีเป้าหมายเสนอวิธีจัดการเรียนรู้ที่นักเรียนได้พัฒนาครบ VASK   ได้พัฒนาคุณค่า (value) และค่านิยม (values) พร้อมไปกับการเรียนวิชา   ซึ่งก็คือการเรียนรู้เชิงรุก (active learning) ที่ครูจัดกิจกรรมให้นักเรียนเรียนร่วมกันเป็นกลุ่ม กลุ่มละ ๔ คน    เราได้เห็นนักเรียนชั้น ป. ๓ อายุ ๘ ขวบ มีทักษะทำงานเป็นทีมภายใต้เวลาจำกัดได้อย่างไม่น่าเชื่อ   โดยไม่แสดงหน้าตาท่าทางว่ามีความเครียด   

เราไปเห็นการเปิดชั้นเรียนที่ครูร่วมกันสอนเป็นทีม ๒ คน    เตรียมตัวมาอย่างดีมาก   มีเอกสารบอกเป้าหมายของการจัดการเรียนรู้ละเอียดยิบ   ในตอนองค์รวมจักรวาลวิทยา มีวิดีทัศน์ประกอบอย่างน่าตื่นตาตื่นใจ   มีคำถามให้นักเรียนตอบเพื่อเดินเรื่องด้านเรียนรู้เนื้อหาสาระ และคำถามเพื่อกระตุ้นการสะท้อนคิดอย่างเหมาะสมกลมกลืน   และนักเรียนก็มีท่าทีคุ้นกับการเรียนเชิงรุกแบบนี้    มีนักเรียนหลายคนบอกข้อสะท้อนคิดที่เป็นธรรมชาติ และล้ำลึกอย่างไม่น่าเชื่อว่าออกจากปากเด็กอายุ ๑๑ - ๑๒ ขวบ   

บอกเราว่า เด็กสมัยนี้ มีความรู้มากกว่าที่เราคิด   แต่การเรียนเพื่อให้เขาสร้างคุณค่าและค่านิยมที่ดีใส่ตัว  ได้รับความเอาใจใส่น้อย    โรงเรียนเพลินพัฒนาได้ทดลองออกแบบการจัดการเรียนรู้ ที่หนุนการเรียนรู้บูรณาการ (integrated learning) หรือเรียนรู้อย่างเป็นองค์รวม (holistic learning) ครบ VASK ในเวลาเดียวกัน  

ขอแสดงความชื่นชมครูสุธี เทพวรรณ และครูจินดาพร โสภาไฮ ต่อผลการเปิดชั้นเรียนความสุขเล็กๆ ที่ล้ำลึก ในหน่วยประสบการณ์แสนภาษา    และขอแสดงความชื่นชมคุณครูนิตยา เชื้อวังคำ และครูณัฐพนธ์ นุชอนงค์ ต่อการเปิดชั้นเรียนองค์รวมจักรวาลวิทยาถึงวิถีชีวิตของมนุษย์ ในหน่วยประสบการณ์ธรรมชาติศึกษาและประยุกต์วิทยา    ทั้งสองรายการ สะท้อนความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ที่สูงมาก   เป็นการจัดการชั้นเรียนแบบเรียนรู้เชิงรุก เพื่อหนุนการเรียนรู้องค์รวมที่ยอดเยี่ยม   เห็นทักษะการตั้งคำถามของครูที่กระตุ้นการเรียนรู้หลากหลายมิติ

ผมได้เห็นสภาพของ โรงเรียนเป็นชุมชนเรียนรู้ แจ่มชัดยิ่งขึ้น      

การศึกษาเพื่อความเป็นมนุษย์ ต้องบูรณาการอยู่ในทุกหน่วยประสบการณ์ 

วิจารณ์ พานิช

๑๔ ต.ค. ๖๗

รูปเพลินพัฒนา

 

 

0 ปณิธาน

1 ปกสมุดบันทึกการเรียนรู้

2 ชิ้นงานศิลปะของเด็ก ป. ๑

3

4 กำหนดการ

5 เป้าหมายของมหกรรม KM ครั้งที่ ๒๖

6 จุดมุ่งหมาย

7 นิยาม

8 กิจกรรมวันที่ ๙  เรียนรู้ Key Learning Result

9 แผนจัดการเรียนรู้ ความสุขเล็กๆ ที่ล้ำลึก

10 องค์รวมจักรวาลวิทยาถึงวิถีชีวิตของมนุษย์

11 แผนจัดการเรียนรู้