การจัดการคนตำแหน่งต่ำกว่าในองค์กรที่มีพฤติกรรม Toxic ด้วย VIA Character Strengths
โดยดร.ภิญโญ รัตนาพันธุ์ ผู้ก่อตั้งกลุ่ม Positive Psychology Thailand
บทนำ
การบริหารทีมไม่ใช่แค่การวางแผนงานให้สำเร็จ แต่ยังรวมถึงการจัดการกับพฤติกรรมของสมาชิกในทีม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคนในตำแหน่งต่ำกว่ามีพฤติกรรมที่ส่งผลลบ (Toxic) ต่อเพื่อนร่วมงานและบรรยากาศการทำงาน ความท้าทายนี้ต้องการมากกว่าแค่การสั่งการ แต่เป็นโอกาสที่คุณจะใช้ทักษะการเป็นผู้นำเพื่อเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและเสริมสร้างทีมให้แข็งแกร่งขึ้น
24 จุดแข็ง VIA Character Strengths จาก VIA Institute เป็นเครื่องมือที่ช่วยจัดการกับพฤติกรรม Toxic ได้อย่างสร้างสรรค์และเห็นผลจริง โดยการประยุกต์ใช้จุดแข็ง เช่น ความคิดสร้างสรรค์ (Creativity), ความเมตตา (Kindness) และ ความยุติธรรม (Fairness) คุณสามารถสร้างพื้นที่ที่เอื้อให้พนักงานปรับปรุงตัวเอง พร้อมทั้งเสริมสร้างความสัมพันธ์ในทีม
ในบทความนี้ คุณจะได้เรียนรู้วิธีการจัดการคนตำแหน่งต่ำกว่า โดยใช้ VIA Strengths เพื่อช่วยให้พวกเขาเห็นคุณค่าในตัวเอง เข้าใจผลกระทบของพฤติกรรม และปรับปรุงตัวเองเพื่อสร้างบรรยากาศการทำงานที่ดีขึ้น พร้อมหรือยังที่จะเปลี่ยนความท้าทายนี้ให้กลายเป็นความสำเร็จร่วมกัน?
1. ความคิดสร้างสรรค์ (Creativity)
- สอนให้เขาลองใช้วิธีใหม่ ๆ ในการสื่อสารหรือแก้ปัญหาในงานที่เขามีความขัดแย้ง
- เสนอไอเดียกิจกรรมที่ช่วยให้เขาปลดปล่อยพลังลบ เช่น การทำงานศิลปะหรืองานที่สร้างแรงบันดาลใจ
- ปรับเปลี่ยนบทบาทงานบางส่วนเพื่อให้เขามีพื้นที่สร้างสรรค์มากขึ้น
2. ความอยากรู้อยากเห็น (Curiosity)
- พยายามถามคำถามเพื่อเข้าใจแรงจูงใจหรือความเครียดที่เขากำลังเผชิญ
- ส่งบทความหรือข้อมูลใหม่ที่เกี่ยวข้องกับงานของเขาเพื่อช่วยกระตุ้นความสนใจ
- ชวนเขาลองหาวิธีใหม่ในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า
3. การมีวิจารณญาณ (Judgment)
- ช่วยเขาวิเคราะห์สถานการณ์ว่าพฤติกรรมของเขาส่งผลอย่างไรต่อทีม
- สอนวิธีคิดอย่างรอบคอบก่อนลงมือทำหรือตอบสนองในเชิงลบ
- ให้คำแนะนำเชิงสร้างสรรค์เกี่ยวกับการแก้ไขพฤติกรรมที่เป็นปัญหา
4. ความรักในการเรียนรู้ (Love of Learning)
- สนับสนุนให้เขาลงเรียนคอร์สพัฒนาตนเองหรือการทำงานร่วมกัน
- ให้โอกาสเขาเรียนรู้จากงานที่เกี่ยวข้องกับทีมมากขึ้น
- แนะนำหนังสือหรือสื่อที่ช่วยเสริมทักษะการจัดการอารมณ์หรือพฤติกรรม
5. มุมมอง (Perspective)
- แสดงให้เขาเห็นภาพรวมของเป้าหมายทีมและบทบาทสำคัญของเขาในนั้น
- ช่วยให้เขามองเห็นว่า การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมจะส่งผลดีต่อความสำเร็จในระยะยาว
- ใช้ประสบการณ์ของคุณเพื่อเป็นตัวอย่างในการจัดการสถานการณ์คล้ายกัน
6. ความกล้าหาญ (Courage)
- ชื่นชมเมื่อเขาเริ่มแก้ไขพฤติกรรมหรือลองเปิดใจรับฟังความคิดเห็น
- สนับสนุนให้เขากล้าที่จะพูดถึงปัญหาหรือความต้องการของตัวเอง
- สร้างสภาพแวดล้อมที่เขารู้สึกปลอดภัยในการแสดงออกถึงความผิดพลาด
7. ความขยันหมั่นเพียร (Perseverance)
- สนับสนุนให้เขาตั้งเป้าหมายเล็ก ๆ ในการปรับปรุงพฤติกรรม
- ชื่นชมความพยายามของเขา แม้จะเป็นความก้าวหน้าที่เล็กน้อย
- ให้กำลังใจเมื่อเขารู้สึกท้อแท้ และชี้ให้เห็นถึงความสำเร็จที่ผ่านมา
8. ความซื่อสัตย์ (Honesty)
- เปิดใจพูดถึงปัญหาและผลกระทบที่พฤติกรรมของเขามีต่อทีม
- ช่วยให้เขามองเห็นข้อดีในตัวเองที่เขาสามารถพัฒนาได้
- ส่งเสริมการพูดคุยอย่างตรงไปตรงมาด้วยความสุภาพและเข้าใจ
9. ความกระตือรือร้น (Zest)
- กระตุ้นให้เขามีส่วนร่วมในกิจกรรมที่สร้างแรงบันดาลใจ เช่น การทำเวิร์กช็อปทีม
- แนะนำกิจกรรมที่ช่วยเติมพลังงานเชิงบวก เช่น การเล่นเกมกลุ่ม
- ชื่นชมเมื่อเขาแสดงความกระตือรือร้นในการปรับปรุงงานหรือพฤติกรรม
10. ความรัก (Love)
- แสดงความใส่ใจในความรู้สึกและความต้องการของเขา
- ให้การสนับสนุนในด้านอารมณ์ เช่น รับฟังเมื่อเขามีปัญหา
- แสดงให้เขาเห็นว่าเขาเป็นที่ยอมรับและมีคุณค่าในทีม
11. ความเมตตา (Kindness)
- เสนอความช่วยเหลือเล็ก ๆ น้อย ๆ ในงานที่เขาอาจกำลังเผชิญความยากลำบาก
- แสดงความเข้าใจในสถานการณ์ส่วนตัวของเขาที่อาจกระทบต่อพฤติกรรม
- ช่วยแนะนำแนวทางการปรับตัวโดยไม่ตำหนิ
12. ความฉลาดทางสังคม (Social Intelligence)
- ช่วยเขาทำความเข้าใจว่า พฤติกรรมของเขาส่งผลต่อคนรอบตัวอย่างไร
- แนะนำวิธีการสื่อสารที่ช่วยลดความขัดแย้งในทีม
- สร้างสถานการณ์ที่ช่วยให้เขามีโอกาสพัฒนาทักษะการเข้าสังคม
13. ความเป็นพลเมือง (Teamwork)
- กระตุ้นให้เขามีส่วนร่วมในกิจกรรมกลุ่มที่เน้นความสามัคคี
- สอนให้เขาเห็นว่าการช่วยเหลือคนอื่นช่วยสร้างบรรยากาศที่ดีขึ้น
- ชมเชยเมื่อเขาแสดงความรับผิดชอบในบทบาทของทีม
14. ความยุติธรรม (Fairness)
- ให้เขาเห็นว่าคุณปฏิบัติต่อเขาอย่างยุติธรรม แม้เขาจะมีปัญหาพฤติกรรม
- อธิบายผลกระทบของพฤติกรรมของเขาต่อคนอื่นอย่างเป็นกลาง
- ให้โอกาสเขาแสดงความสามารถในสถานการณ์ที่เท่าเทียม
15. ภาวะผู้นำ (Leadership)
- ให้เขามีบทบาทเล็ก ๆ ในการช่วยเหลือทีม เพื่อสร้างความรับผิดชอบ
- สอนวิธีการเป็นผู้นำที่ดีผ่านการทำงานร่วมกัน
- ชื่นชมเมื่อเขาแสดงความพยายามในการสนับสนุนทีม
16. การให้อภัย (Forgiveness)
- ปล่อยวางความขุ่นเคืองต่อพฤติกรรมของเขา และให้โอกาสเขาปรับตัว
- สื่อสารด้วยความเข้าใจถึงความผิดพลาดของเขา
- สนับสนุนเขาเมื่อเขาแสดงความเสียใจและต้องการแก้ไข
17. ความอ่อนน้อมถ่อมตน (Humility)
- แสดงให้เขาเห็นถึงคุณค่าของการยอมรับข้อผิดพลาด
- สอนเขาให้มองหาสิ่งที่เขาสามารถเรียนรู้จากคนอื่น
- ชื่นชมเมื่อเขาแสดงความถ่อมตนและพร้อมปรับตัว
18. ความระมัดระวัง (Prudence)
- แนะนำให้เขาวางแผนก่อนตอบสนองในสถานการณ์ที่อาจเกิดความขัดแย้ง
- ช่วยเขามองเห็นความสำคัญของการระงับอารมณ์ในที่ทำงาน
- สอนวิธีจัดการงานอย่างรอบคอบเพื่อลดความผิดพลาด
19. การควบคุมตนเอง (Self-Regulation)
- สอนเทคนิคการจัดการอารมณ์ เช่น การหายใจลึก ๆ ก่อนพูด
- สนับสนุนให้เขาตั้งเป้าหมายในการปรับปรุงพฤติกรรม
- ชื่นชมเมื่อเขาสามารถควบคุมอารมณ์หรือพฤติกรรมได้ดีขึ้น
20. ความซาบซึ้งในความงาม (Appreciation of Beauty and Excellence)
- ชี้ให้เห็นถึงคุณค่าในสิ่งดี ๆ ที่เขาได้ทำ
- ชมความสำเร็จเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เขาทำสำเร็จในงาน
- สร้างสภาพแวดล้อมที่ช่วยให้เขามองเห็นความงดงามรอบตัว
21. ความกตัญญู (Gratitude)
- แสดงความขอบคุณเมื่อเขาทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อทีม
- ชมเชยในความพยายามของเขาที่ช่วยสร้างบรรยากาศที่ดี
- ส่งข้อความขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือในงานที่เขามีส่วนร่วม
22. ความหวัง (Hope)
- ช่วยเขาเห็นโอกาสในการเปลี่ยนแปลงและพัฒนา
- สร้างแรงบันดาลใจว่าเขาสามารถสร้างผลกระทบที่ดีในทีมได้
- สนับสนุนให้เขาเชื่อในความสามารถของตัวเอง
23. อารมณ์ขัน (Humor)
- ใช้อารมณ์ขันเพื่อลดความตึงเครียดระหว่างคุณกับเขา
- เล่าเรื่องเบา ๆ เพื่อช่วยให้เขาคลายเครียด
- ชมเขาเมื่อเขาเริ่มใช้วิธีการที่เบาสบายมากขึ้น
24. ความศรัทธา (Spirituality)
- สนับสนุนให้เขาหาแรงบันดาลใจจากสิ่งที่เขาเชื่อ
- ช่วยให้เขาเห็นเป้าหมายที่มีความหมายในงาน
- แสดงให้เขาเห็นว่าสิ่งที่เขาทำสามารถสร้างผลดีต่อผู้อื่น
