ฟัง https://www.the101.world/politic-hardtalk-34/ แล้วผมเกิดความคิดว่า ความหมายอย่างหนึ่งของ “คนเดือนตุลา” คือคนที่เอาใจใส่เรื่องของบ้านเมือง ที่หนังสือ Hidden Potential (เขียนโดย Adam Grant) เรียกว่าเป็นคนมีคุณสมบัติ prosocial และเป็นคนมีนิสัยเป็นผู้ริเริ่มกระทำการ ที่หนังสือเล่มดังกล่าวเรียกว่า proactive
สมัยนี้เราต้องการคนแบบนี้มาก ผมจึงตั้งคำถามว่า ในทศวรรษก่อนหน้าเหตุการณ์เดือนตุลา (๒๕๑๖ และ ๒๕๑๙) มีปัจจัยอะไรบ้างที่หนุนให้เยาวชนเกิดคุณสมบัติ ผู้ริเริ่มกระทำการ และผู้เอาใจใส่เรื่องของบ้านเมืองหรือส่วนรวม
ผมจึงสนทนากับ Generative AI Copilot ด้วยหลากหลายคำถาม ได้ตระหนักว่าเขาไม่ค่อยรู้เรื่อง ผมสรุปว่าปรากฏการณ์คนเดือนตุลา เป็นส่วนหนึ่งของปรากฏการณ์การลุกฮือของคนหนุ่มสาวทั่วโลก ต่อต้านอำนาจฝ่ายปกครองในขณะนั้น
ทำให้ผมพิจารณาว่า ฝ่ายปกครองประเทศต่างๆ ในโลก (และในประเทศไทย) ในขณะนี้ น่าเชื่อถือกว่าเมื่อห้าสิบปีก่อนหรือไม่ ผมตอบว่าไม่ จึงมีความถามต่อว่า ทำไมคนหนุ่มสาวในปัจจุบันไม่ลุกขึ้นมาโวยวาย
ลองตอบเองว่า โวยวายเหมือนกัน แต่คนละแบบกับเมื่อห้าสิบปีก่อน ตอนนี้โวยผ่านโซเชี่ยลมีเดียได้ ผมเป็นคนล้าหลังด้านนี้ จึงไม่รู้สึก
ลองตอบใหม่ว่า คนหนุ่มสาวสมัยนี้มีจุดสนใจต่างกับเมื่อครึ่งศตวรรษก่อน ความสนใจเรื่องส่วนรวมลดลง สนใจเรื่องของตนเองหรือเรื่องใกล้ตัวมากขึ้น
ผมเถียงตัวเองว่า ไม่ใช่ คนหนุ่มสาวสมัยใหม่เติบโตขึ้นมาในสภาพสังคมที่มีพร้อม รู้สึกมั่นคง จึงไม่สนใจอนาคต ไม่สนใจเรื่องระยะยาวของสังคม
สู่ความสับสน (ของผมเอง) ว่าจริงๆ แล้ว คนหนุ่มสาวไทยในปัจจุบันมีท่าทีต่ออนาคตของสังคมอย่างไร ใครมีคำตอบช่วยแนะนำผมบ้าง
วิจารณ์ พานิช
๗ ต.ค. ๖๗