Home school คืออะไร ทำไมต้อง Home school ?
.
.............. บทที่ 3 ............
.
....เมื่่อบทที่ 2 ได้กล่าวถึง สภาพการณ์ หรือสภาพของการเรียนการสอนที่มุ่งเน้นกันอยู่ในสถานศึกษา ณ ปัจจุบัน ซึ่งหลายคนที่เข้ามาอ่าน หรือ ผู้ที่อยู่สายงานการศึกษาในระดับที่เหนือขึ้นไปจากโรงเรียน อาจจะคิดว่า ผู้เขียนมีมุมมองที่แคบเฉพาะเท่าที่มองเห็นอยู่ตรงหน้า และอาจจะแย้งอยู่ในใจในทุก ๆ เรื่อง ซึ่งผู้เขียนก็ได้ชี้แจงเหตุผลประกอบไปในบทที่ 2 แล้ว
นับเนื่องจากเหตุผลดังกล่าวมาแล้ว ... การศึกษาตามอัธยาศัย ซึ่งตามที่เรารู้จักกันอยู่แล้วว่า Home school หรือ เป็นภาษาไทยก็คือ บ้านเรียน จึงเป็นการจัดการศึกษาที่เป็นทางเลือกสำหรับจัดให้กับเด็กในปกครอง ที่น่าจะลบช่องว่างต่าง ๆ ของการจัดการศึกษาในระบบได้ดี แม้ว่า ในบ้านเราเมืองเรา Home school จะเป็นเรื่องแปลก เป็นของแปลกใหม่ ไม่คุ้นเคย ไม่คุ้นหูของคนส่วนใหญ่เลย ก็ตามที
ดังนั้น ผู้เขียน จึงได้ยินคำถามเหล่านี้มาตลอดนับตั้งแต่วันแรกที่ตัดสนใจ จัดการเรียนการสอน Home school จนถึงทุกวันนี้
......" ไม่ต้องไปโรงเรียนเลยเหรอ "
...... " ไม่ต้องไปโรงเรียนได้ด้วยเหรอ"
..... " แล้วสอนยังไง "
...... " เด็กจะมีสังคมเหรอ"
...... " แล้วจะสอบยังไง จบยังไง"
...... " ไปเรียนที่ไหน"
.......... และ.................
........บลา ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ.......
ไม่น่าเชื่อเลยว่า ในจำนวนคนที่ถามคำถามเหล่านั้น จะมี "ครู" ผู้เคยสอน และ กำลังสอน อยู่ในระบบโรงเรียนด้วย....!!
จำได้ไหม หากย้อนไปในครั้งที่เราสอบบรรจุนั้น บรรดาว่าที่คุณครูทั้งหลาย ก็จะท่องกันเลยว่า "โดย พ.ร.บ. การศึกษามีระบุไว้ชัดเจน การศึกษามี 3 รูปแบบ หนึ่งคือ การศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ และสาม การศึกษาตามอัธยาศัย ซึ่งการจัดการเรียน การสอนที่ผ่านมาก็จะสามารถจัดรูปแบบใดก็ได้ หรือใช้ร่วมกันทั้งสามรูปแบบ" (https://www.google.com/search?q=) และ Home school ก็คือ การจัดการศึกษาตามอัธยาศัย ที่กำหนดมาพร้อม ๆ กับ การศึกษาในระบบและนอกระบบ แต่กลับไม่แพร่หลาย ไม่เป็นที่่รู้จักเหมือนกับการศึกษาในระบบและนอกระบบ......ก็เป็นเรื่องแปลกอยู่
"แล้วไม่ต้องไปโรงเรียนเลยเหรอ"
กับคำถามนี้ หากใครต้องการรายละเอียด ก็ขอให้ไปสืบค้นดู หรือไม่ก็ลองจัดการศึกษา แบบนี้ดู จะดีกว่า เพราะ ชื่อมันก็บอกอยู่แล้วว่า Home school หรือ บ้านเรียน ตรงตัวอยู่แล้ว ส่วนขั้นตอนในการจัด ก็คงต้องไปศึกษากันเอง หากอยากรู้
"แล้วเด็กจะมีสังคม มีเพื่อนเหรอ"
ก็คงต้องย้อนถามกลับไปว่า....สังคมคืออะไร สังคมในโรงเรียนเป็นอย่างไร.... ??
เมื่อไม่กี่วันมานี้ ผู้เขียนได้มีโอกาสพูดคุยกับคุณแม่คนหนึ่ง เธอมีอาชีพค้าขาย มีลูกสองคน เรียนโรงเรียนเอกชน เธฮสนใจเรื่อง Home school ผู้เขียนจึงอธิบายให้เธอฟัง เธอเล่าว่า ลูกของเธอ เจอเพื่อน ๆบูลลี่ (Bully) ไม่เว้นแต่ละวัน ค่าเรียนก็แพง แถมครูบางคนก็มีพฤติกรรมและคำพูดที่ไม่เหมาะสมอีกด้วย....
คุณแม่อีกคนหนึ่งเป็นแม่บ้าน มีลูกสาวคนเดียว เพิ่งย้ายลูกมาเรียนอีกโรงเรียนหนึ่ง สาเหตุก็เพราะ โรงเรียนเดิมครูไม่ค่อยเอาใจใส่ ลูกสาวอ่านเขียนไม่คล่อง พอมาอยู่โรงเรียนใหม่ลูกเรียนดีขึ้น แต่ " ด่าเก่ง พูดหยาบคาย" ซึ่งอยู่โรงเรียนเดิมไม่เคยด่า ไม่เคยพูดหยาบคาย....
นี่คือบางส่วนของสังคมในโรงเรียนที่ ไม่รวมไปถึง พฤติกรรมเกเร ก้าวร้าว และอาจจะรวมไปถึงพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์อีกหลากหลาย ซึ่งดูเหมือนเป็นเรื่องปกติ .... ทราบดีว่า สถานศึกษาต่าง ๆ ไม่ได้ปล่อยปละละเลยที่จะมีมาตรการควบคุมดูแลนักเรียนให้มีระเบียบวินัย และมีพฤติกรรมให้เป็นไปตามคุณลักษณะอันพึงประสงค์ที่ดีงามทั้งสิ้น....แต่ในความเป็นจริง มันแทบเป็นไปไม่ได้เลย
ในขณะที่เด็ก Home school มีสังคมอยู่ในครอบครัว มีผู้ปกครองและสมาชิกในครอบครัวเป็นบุคคลที่อยู่ร่วมในสังคมของเขา อาจจะดูว่าเป็นสังคมที่แคบ จนแทบจะไม่น่าจะเรียกว่า สังคม แต่ในความเป็นจริง สังคมของเด็ก Home school เป็นสังคมที่มีมาตรฐานของความสัมพันธ์ในครอบครัวเป็นบรรทัดฐาน เป็นมาตรฐานที่กำหนดด้วยความรัก ความอบอุ่น การดูแลเอาใจใส่ใกล้ชิด ห่วงใยอย่างแท้จริง ไม่มีช่องว่างที่กว้างเกินไป จนเกิดปัญหากับตัวเด็ก อีกทั้งยังสามารถดูแล อบรมสั่งสอนได้อย่างใกล้ชิดตลอดเวลา.....ในขณะเดียวกัน สังคมในครอบครัว ยังสร้างภูมิคุ้มกันและทักษะในการดำรงชีวิตในสังคมในภายภาคหน้าให้กับเด็กได้เป็นอย่างดีอีกด้วย
ความแตกต่างระหว่างสังคมโรงเรียนและ สังคม Home school เท่าที่ยกตัวอย่างมานี้ เป็นเพียงส่วนเล็ก ๆ เท่านั้น เอาไว้ว่ากันอย่างเน้น ๆ ต่อไปในบทที่ 4 ก็แล้วกันจ้ะ
..............................ติดตามบทที่ 4 ต่อไป..................
