Home school คืออะไร ทำไมต้อง Home school ?
.............. บทที่ 1 ............
" ไม่ไปโรงเรียนเหรอ ทำไมวันนี้ไม่ไปโรงเรียน "
เป็นคำถามที่ได้ยิน ได้ฟังมาตลอด 5 ปีนี้
เมื่อถูกถามHome school หรือ บ้านเรียน แม้จะเป็นการจัดการศึกษาที่เกิดขึ้นพร้อม ๆ กับ การศึกษาในระบบ และนอกระบบ โรงเรียน แต่ คงมีเพียงคนกลุ่มเล็ก ๆ เท่านั้นที่รู้จัก Home school
เพราะตัวเราเองเดินอยู่บนถนนสายการศึกษาในระบบการศึกษาขั้นพื้่นฐาน นับแต่ปี 2522 จนกระทั่ง 2562 ยาวนานเท่ากับระบบราชการไทยพึงกำหนดให้ข้าราชการไทยได้ทำงานราชการ เพราะระยะเวลาที่ยาวนานจึงทำให้รู้ว่า การศึกษาในระบบตามที่ พรบ. กำหนดไว้นั้นให้สิ่งดี ๆ กับเด็ก ๆ อย่างดียิ่ง...หากกระบวนการจัดการศึกษาในระบบและบุคลากรทางการศึกษาจะจัดการศึกษาตามแนวทางนั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ....
หากแต่ ความเป็นจริง เป็นเช่นนั้นหรือไม่...? ผลผลิตของการศึกษา คือ เด็ก ๆ ที่จบการศึกษา ในระบบ มีคุณภาพชีวิต เป็นตามจุดมุ่งหวัง อันเป็นคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของการศีกษาหรือไม่....?
จริง ๆ แล้ว หากดูกันตามทฤษฎี พรบ.การศึกษา คงหาช่องว่างของการจัดการศึกษาในระบบแทบไม่พบ....แต่ในการปฏิบัติ กลับตรงกันข้าม !
" หัวโต ขาลีบ แขนลีบ " คือ มโนภาพของผลผลิตพื้นฐานของการศึกษาไทยในปัจจุบัน ตลอดชีวิตวัยเยาว์ของเด็กไทยตั้งแต่อนุบาลเป็นต้นไป ส่วนใหญ่ถูกผูกติดไว้กับ..การเรียน...เรียนในห้องเรียน 5 - 6 ชั่วโมง เลิกเรียน ยังต้องไปนั่งเรียนพิเศษอีก 2 - 3 ชั่วโมง เสาร์/อาทิตย์ รวมทั้งปิดเทอม แทนที่จะได้พักสมอง กลับต้องไปนั่งเรียนพิเศษ เหมือนกับจะบ่งบอกว่า การเรียนพิเศษสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่า การเรียนในโรงเรียน จนดูเหมือนเราจะลืมไปแล้วว่า เด็ก ๆ ต้องมีเวลาที่ต้องพัก ต้องเล่น เป็นไปตามวัยของเขา
การเรียนทั้งในห้องเรียน แล้วต่อไปถึงห้องเรียนพิเศษ ทั้งหลายทั้งปวง เป็น "ทักษะวิชาการ" ล้วน ๆ แล้ว....ทักษะชีวิต...เล่า ??
เด็กจะเก่งหรือไม่ วัดกันด้วย เกรดเฉลี่ย ที่ได้ เกรด สวย ๆ คือ เก่ง
....การศึกษามุ่งให้เด็ก คิดเป็น ทำเป็น แก้ปัญหา เป็น....เสมือนเป็นหัวใจของการศึกษา ดูดี ดูสวยงาม แต่ความเป็นจริง .... เป็นเช่นนั้นหรือไม่ ?
ใคร...ตอบได้ ตัวเด็ก หรือ ครู หรือ ผู้ปกครอง หรือ....???
......เอาอะไรวัด วัดด้วยอะไร จึงจะแน่ใจว่า เป็นเช่นนั้น....ใครตอบได้ ?
.......................................จบบทที่ 1.............................