กำลังสุขภาวะสังคมด้วยมรรควิถีแห่งปัญญาปฏิบัติ ผสานสร้างพลวัตปัจจัย ให้ดีงามและงดงามตามกาล

 

             ที่วัดเขาวัง ราชบุรี มีแม่ชีสูงวัยท่านหนึ่งชื่อคุณยายวง ถึงแก่กรรมไปหลายปีแล้วด้วยวัยกว่า 90 ปี ท่านเป็นผู้มีศรัทธาในแนวปฏิบัติภาวนาและการได้สดับธรรมปัญญากับหลวงปู่สาลี ธัมมสโร พระครูพรหมสมาจาร ปฐมเจ้าอาวาส ของวัดเขาวัง ราชุบรี และหลวงปู่หุ่น อิสโร พระครูภาวนานิเทศก์ เจ้าอาวาสรูปที่ 2 มาแต่ยุคบุกเบิกสร้างวัดเขาวังราชบุรีจากพระราชวังร้างในป่าบนยอดเขาสัตนาถบรรพต ราชบุรี พระราชวังในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ก่อนยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 และก่อนการเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475  

            คุณยายวงเป็นผู้ปฏิบัติศึกษามาแต่แรกเริ่มนั้น กระทั่งสูงวัยตามองไม่เห็นแล้ว คุณยายวงก็ยังคงมีการปฏิบัติภาวนา การสดับธรรม การปฏิบัติกระแสธารธรรมปัญญากวาดลานวัด เป็นวิหารแห่งสติ การสถิตอยู่กับความศานติสมบูรณ์พร้อมแห่งชีวิตอย่างมั่นคงแข็งแรง มีวัตรปฏิบัติหลายสิ่งที่คุณยายวงจะทำอย่างแน่นอน สม่ำเสมอ คือ (1) ทำสำรับอาหารไปน้อมถวายหลวงหลวงปู่ทุกวัน แม้จนยกถาดไม่ไหวแล้วก็ยังคงทำและฝากให้ผู้อื่นนำไปถวาย (2) เดินกวาดลานวัดทุกวัน กวาดดอกลั่นทมไปตากและขายนำเงินมาทำบุญ (3) เดินไปกราบจากนอกพระอุโบสถ กราบพระพุทธรูปและพระในพระอุโบสถ (4) เดินไปกราบหลวงปู่หุ่น อิสโร (5) เดินไปกราบรูปปั้นหลวงปู่สาลี ในท้องพระโรง (6) นั่งนับลูกประคำ ปฏิบัติกัมมฐาน เจริญสติภาวนา  

            ทุกวันที่คุณยายวงผู้สูงวัยมาก เดินกวาดลานวัดไปถึงลานหน้าพระอุโบสถ หน้ากุฏิหลวงพ่อ หลวงปู่หุ่น อิสโร พระครูภาวนานิเทศก์ เมื่อเสร็จแล้ว ก่อนจะกลับแดนแม่ชีและฆราวาส คุณยายวงจะเดินไปยังหน้ากุฏิหลวงปู่ นั่งประนมมือภาวนาแล้วก็กราบอย่างบรรจงนอบน้อม และทุกครั้งที่คุณยายวงปฏิบัติอย่างนี้ ไม่ว่าจะอยู่ในอิริยาบถใด หรือกำลังมีผู้ใดมานั่งสดับสนทนาธรรมกับหลวงปู่ หลวงปู่ก็จะหยุดชั่วครู่ นั่งสงบ เพ่งมองอย่างสงบไปยังคุณยายวง จนกว่าจะค่อยๆ ลุกเดินออกไป เป็นวิถีปฏิบัตืแห่งการน้อมเคารพธรรมปัญญาวิถีที่งดงามสูงส่งมาก 

             วัตรปฏิบัติของคุณยายวงนี้ เป็นตัวแทนหนึ่งของธรรมจักษุและวิหารสถิตความสงบศานติแห่งชีวิตที่มีกำลังสร้างความเจริญงอกงามมากไปตลอดห้วงชีวิต และเป็นองค์ประกอบสำคัญในแนวปฏิบัติการดูแลตนเองอย่างเต็มศักยภาพตนได้ของมนุษย์ จรรโลงความงอกงามพระศาสนา สืบสานธรรมปัญญา บุรพาจารย์ ที่มีอยู่ในแนวทางของวัดเขาวัง ราชบุรี สืบเนื่องมานับแต่หลวงปู่สาลี ธัมมสโร พระครูพรหมสมาจาร กับการแนวปฏิบัติศึกษา การบุกเบิกเขาวัง และวัดเขาวัง ราชบุรี ของแผ่นดิน และหลวงปู่ พระครูภาวนานิเทศก์ ( หุ่น อิสโร ) กับการสร้างผู้นำชุมชนธรรมปัญญาปฏิบัติและพหุลักษณ์ชุมชน ชาติภูมิเมืองอุทัยธานี ทั้งสองท่าน เสมือนได้ยังผืนดินอันอุดมสมบูรณ์ ให้ตลอดห้วงชีวิตหมู่ชน ดังเช่นประจักษ์ได้จากคุณยายวง ได้ปลูกสร้างความงอกงามดีงามอย่างสูงสุดในชีวิต

             หลวงปู่สาลี ธัมมสโร พระครูพรหมสมาจาร ชาติภูมิบ้านเกาะปม ห้วยคต จังหวัดอุทัยธานี นามเดิมว่า สาลี นามสกุล สุวรรณรังษี เกิดเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 15 พ.ย.2426 โยมบิดาชื่อ นายดำ สุวรรณรังษี มีอาชีพเป็น นายอากรและทำนาทำสวน มารดาชื่อ นางวัณณา สุวรรณรังษี มีพี่น้องรวมกัน 7 คน ท่านเป็นคนที่ 6 อุปสมบทครั้งแรก เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม พุทธศักราช 2446 ณ พัทธสีมา วัดหนองขุนชาติ อ.หนองฉาง จ.อุทัยธานี จำพรรษา ณ วัดหนองขุนชาติ ซึ่งเป็นสำนักศึกษาทั้งแผนกธรรมและแผนกบาลีด้วย ถึงพรรษา 8  พระอุปัชฌาเห็นว่าการศึกษาภาษาบาลีมีความแข็งแรงแล้ว จึงได้นำไปฝากให้อยู่ที่สำนักเรียนบาลี ณ วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร กรุงเทพมหานคร โดยมีสมเด็จพระวันรัต ( เฮง เขมจารี ) เป็นผู้ดูแล

             ต่อมา มารดาบิดาได้ป่วยและถึงแก่กรรม เป็นเหตุให้ได้ลาสิกขา กลับบ้านห้วยคต อุทัยธานี เป็นฆราวาส จัดการไร่นา ทรัพย์สิน มรดก ของบุพการี อยู่ 11 เดือน เมื่อเสร็จสิ้นแล้วก็เข้าอุปสมบทอีกครั้ง และอยู่ในสมณเพศตลอดชีวิต 82 ปี  61 พรรษา 61 

             หลวงปู่สาลี เป็นพระนักปฏิบัติสมถกัมมัฏฐาน สมาทานธุดงควัตร จาริกปฏิบัติภาวนา อยู่ป่า อยู่โคนไม้ เป็นจริยาวัตร นำสร้างประโยชน์สุขแก่หมู่ชนในถิ่นกันดารห่างไกล เมื่อถึงกาลพรรษา จึงจะเข้าพำนักจำพรรษาแต่ในแหล่งที่มีวัตรปฏิบัติเคร่งครัด เมื่อธุดงค์ไปยังป่าบนยอดเขาสัตนาถบรรพต ราชบุรี ชาวบ้านได้ทำบุญ สดับธรรม ปฏิบัติภาวนากัมมัฏฐาน เป็นที่เลื่อมใสศรัทธา จึงขอนิมนต์ให้อยู่ที่ราชบุรี โดยจะขอพระราชทานที่พระราชวังร้างบนยอดเขา มาร่วมกันสร้างวัดตามแนวปฏิบัติของท่านขึ้น ท่านจึงอยู่นำชาวบ้านและชาวราชบุรีศึกษา ปฏิบัติธรรม และสร้างวัด กระทั่งได้รับพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ จาก พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 พระราชทานอุทิศให้เป็นที่ธรณีสงฆ์ ดังประกาศในหนังสือราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 46 หน้า 215 วันที่ 22 เมษายน พ.ศ.2472 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 22 เมษายน พ.ศ.2473 และชาวราชบุรี ตลอดจนพุทธศาสนิกชนได้ร่วมกันบูรณะพระราชวังร้าง ที่สร้างขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 แล้วก่อตั้งขึ้นเป็นวัดเขาวัง ราชบุรี มาแต่ปีพุทธศักราช 2475 หลวงปู่ยังคงมีวัตรปฏิบัติในการธุดงค์จาริกและกลับมาพำนักยังวัดในกาลพรรษา วางพื้นฐานและแนวปฏิบัติของสำนักวัดเขาวัง ราชบุรี อย่างเคร่งครัด ทั้งด้านการศึกษาปริยัติธรรมและบาลีศึกษา การปฏิบัติกัมมัฏฐาน การปฏิบัติตามพระธรรมวินัย การปฏิบัติ  การปฏิบัติธุดงควัตร เป็นพื้นฐานของสำนักวัดเขาวัง ราชบุรี สืบเนื่องเป็นแนวปฏิบัติอย่างแข็งแรง ตราบจนทุกวันนี้ 93 ปี ทศวรรษสุดท้ายของรอบ 1 ศตวรรษแล้ว 

             หลวงปู่หุ่น อิสสโรพระครูภาวนิเทศก์ ชาติภูมิเมืองอุทัยธานี และเป็นศิษย์สหธรรมิกของหลวงปู่สาลี ร่วมปฏิบัติศึกษาและร่วมบุกเบิกนำชาวราชบุรีสร้างวัดเขาวัง ราชบุรี และเป็นเจ้าอาวาสรูปที่ 2 สืบทอดแนวปฏิบัติอย่างเคร่งครัดและนำความเจริญงอกงามในการจัดการศึกษา พัฒนาเครือข่ายของวัดเขาวัง ราชบุรี เป็นที่เคารพศรัทธาของชาวราชบุรีและหมู่ชนทั่วไป เมื่อครั้งท่านมรณภาพและคณะศิษยานุศิษย์ ญาติโยม นำโดย ท่านพระเมธีวราภรณ์ (ยุ้ย อุปสันโต) เจ้าอาวาสรูปที่ 3 และเป็นลูกศิษย์ของหลวงปู่ทั้งสองท่าน ได้จัดบำเพ็ญกุศล ณ วัดเขาวังนั้น สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) และ สมเด็จพระมหาวชิรมังคลาจารย์ (สงัด ลิ่มไทย) ได้เดินทางจากกรุงเทพมหานคร ไปกราบคารวะในงานบำเพ็ญกุศลกายสังขาร แล้วได้แสดงธรรมเทศนาและสาธยายสนทนาธรรม กล่าวรำลึกให้ศิษยานุศิษย์ ญาติโยม และชาวราชบุรี ได้ทราบไปทั่วกันว่า การที่ได้มากระทำคารวะนี้ ก็เนื่องจาก หลวงปู่หุ่น อิสโร หรือพระครูภาวนานิเทศก์ นี้ สำหรับคณะสงฆ์ ปราชญ์ ปัญญาชน พระนิสิต พระนักปฏิบัติศึกษา และพุทธศาสนิกชนที่ได้รู้จักแล้ว ต่างถือกันว่าท่านเป็นครู เป็นพระดี ผู้เคร่งครัดในพระธรรมวินัย เป็นครูอาจารย์ของสำนักศึกษาแห่งวัดมหาธาุยุวชาชรังสฤษฎิ์ราชมหาวิหาร ที่มีกำลังปัญญาแกล้วกล้า เคร่งครัด แตกฉานแม่นยำในพระธรรมวินัย มีความเป็นเลิศในการสอน สาธยายแจกแจงแสดงธรรม ปณิธานจึงสอดคล้องกันกับแนวปฏิบัติของหลวงปู่สาลี จึงเป็นสหธรรมิกกัน ร่วมออกจาริก แสวงหาแห่ลงอันเหมาะสม กระทั่งชาวราชบุรีได้นิมนต์ให้อยู่โปรดญาติโยมและร่วมกันสร้างวัดเขาวัง ราชบุรีขึ้น พร้อมกับได้สร้างผู้นำศาสนทายาท และสร้างสำนักการปฏิบัติภาวนา นำการศึกษาปฏิบัติ พิสูจ์การประจักษ์แจ้ง เห็นจริงได้ตามพระธรรมวินัย อย่างเคร่งครัดงดงามที่สุด เป็นที่รู้จักกันดีมาจนทุกวันนี้ทั้งของของชาวราชบุรีและหมู่ชนทั่วไป ผู้เขียนได้อยู่ในงานและได้สดับฟังการปรารภธรรมแห่งปัญญาความแกล้วกล้านี้ของท่าน ดังได้นำมาถ่ายทอดไว้ด้วย 

              ครั้งจำพรรษาและปฏิบัติศึกษา ณ วัดหนองขุนชาติ หนองฉาง อุทัยธานี เมื่อก่อนปี 2475 ซึ่งหนองฉาง หนองขุนชาติ และอุทัยธานียังจัดว่าเป็นถิ่นกันดารห่างไกลมากนั้น หลวงปู่สาลี และหลวงปู่หุ่น ซึ่งปฏิบัติธุดงควัตร จาริกปฏิบัติภาวนาและเผยแผ่ธรรมนำประโยชน์สุขให้บังเกิดแก่หมู่ชนตามชนบท ป่าเขา ชายแดน ถิ่นกันดารห่างไกล ไปจนถึงแหล่งที่ยากจะไปมาหาสู่กัน ทำให้เป็นที่พึ่งเคารพศรัทธาของประชาชน ชาวบ้าน ชาวนาชาวไร่ รวมไปจนถึงชุมชนพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ ตลอดแนวชายแดนภาคตะวันตกของประเทศ โดยเฉพาะชาวกะเหรี่ยง แม้เมื่อได้ประจำอยู่ ณ วัดเขาวัง ราชบุรีแล้ว ก็จะยังมีชาวบ้านจากถิ่นดงดอย พี่น้องชาวกะเหรี่ยง พากันไปกราบคารวะ สนทนา และนอนวัด 2-3 วันก็จะกลับไป อยู่เป็นประจำ หลวงปู่หุ่นจะสืบทอดแนวปฏิบัติด้วยเมตตาธรรมต่อหมู่ชนมาแต่หลวงปู่สาลีนี้ อย่างให้ความสำคัญ สอดคล้องกับการให้มุ่งปฏิบัติศึกษา และเมื่อมีกำลังปัญญาปฏิบัติกระจ่างแจ้งแก่ตนแข็งแรงดีแล้ว ก็ให้มุ่งจาริกไปยังประโยชน์สุขแก่หมู่ชน ที่องค์สัมมาสัมพุทธเจ้า ได้ชี้แนะหนทางปฏิบัติไว้แก่สงฆ์สาวกผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ และพุทธศาสนิกชน เป็นอย่างยิ่งในทุกประการ

              เลยเป็นโอกาสให้ได้นำมาสืบสานถ่ายทอดไว้ ในวาระ 7-10 พฤศจิกายน 2567 ที่ แม่ชีอาฉวี คำศรีจันทร์ หัวหน้าคณะแม่ชี วัดเขาวัง ราชบุรี และคณะศรัทธา ส่วนหนึ่งจากราชบุรี และอีกส่วนหนึ่งเป็นญาติพี่น้อง จากหนองบัว นครสวรรค์ กับญาติพี่น้องลุกหลานชาวอุทัยธานี จะไปทอดกฐิน ณ วัดปูคำ บนดอยบ้านเทิดไทย อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย ในแหล่งที่ยากจะเข้าถึงได้โดยปรกติทั่วไป ต้องมุ่งมั่นตั้งใจไปเท่านั้น โดยจะไปพักและเตรียมพร้อมการเดินทางก่อน ณ วัดหนองอ้อ อ.แม่จัน จ.เชียงราย เพื่อนำกองกฐิน ไปทอดยังวัด เสริมกำลังศาสนทายาทในการจรรโลงพระศาสนธรรมแก่วัดและพระภิกษุสงฆ์ นำข้าวของ เสื้อผ้า ผ้าห่ม อาหาร ของกินของใช้ ปัจจัยสุขภาวะมูลฐาน จตุปัจจัย ไปมอบแก่ชาวบ้าน ชาวเขา ชาวดอย ชาวกะเหรี่ยง และชุมชนชาติพันธุ์หลายกลุ่มชน ให้ทุกครัวเรือน รวมทั้งนำเอาสื่อ สมุด ดินสอ วัสดุอุปกรณ์การศึกษา เครื่องเล่นกีฬา และทุนการศึกษา ไปมอบแก่เด็กเยาวชนลูกหลานบนดอย 

            จึงนอกจากเป็นการได้ทำบุญ สร้างสุขภาวะสังคม บำรุงพระศาสนา ปฏิบัติสั่งสมพลวัตปัจจัยความเจริญงอกงามได้แก่ตนเองแล้ว ก็จัดว่าเป็นการน้อมปฏิบัติสืบสาน เชิดชู น้อมปฏิบัติบูชา หลวงปู่สาลี ธัมมสโร พระครูพรหมสมาจาร ในการสร้างแนวปฏิบัติศึกษา การบุกเบิกเขาวัง และวัดเขาวัง ราชบุรี มอบเป็นมรดกความเจริญงอกงามของแผ่นดิน กับหลวงปู่ พระครูภาวนานิเทศก์ ( หุ่น อิสสโร ) ในการสืบสาน สร้างผู้นำชุมชนธรรมปัญญาปฏิบัติและยังโอกาสก่อเกิดประโยชน์สุข ความงอกงามของพหุลักษณ์ชุมชน แก่พี่น้องหมู่ชนชาวกะเหรี่ยง ชนเผ่า ชุมชนพหุลักษณ์ชาติพันธุ์ เป็นกำลังสุขภาวะสังคมด้วยมรรควิถีแห่งปัญญาปฏิบัติ ให้ดีงามและงดงามตามกาล 

          ขอได้ร่วมกันอนุโมทนา และสำเร็จผลเป็นพลวัตปัจจัย ให้ถึงพร้อมด้วยบุญกุศล ความดีงาม ความงดงาม อายุ วรรณะ สุขะ พละ มีความเจริญในชีวิตการงาน มีกำลังสร้างสิ่งดีแก่ตนเองและสังคม ให้บรรลุผลดี จงทุกประการ เทอญ ฯ.