ความสำคัญของแนวคิด Patient journey mapping 

          Journey mapping ได้รับการดัดแปลงมาจากนวัตกรมด้านลูกค้าและการตลาด (Customer service and marketing) ซึ่งสามารถนำมาปรับใช้ในระบบบริการสุขภาพ เพราะสามารถทำให้เห็นมุมมองแบบองค์รวมของความสัมพันธ์ระหว่างองค์ประกอบต่าง ๆ ที่ช่วยชี้แนวทางในการเปลี่ยนแปลงและการปรับปรุงบริการ (Ly, S. Runacres, F., & Poon, 2021) 

          Journey mapping มีมุมมองผู้ป่วยโดยตรงในการใช้บริการ บริบทของคุณภาพการดูแลพิจารณาการเดินทางจากมุมมองของผู้ป่วย เพื่อช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพและประสิทธิผลของการดูแล นำไปสู่การออกแบบการเดินทางของผู้ป่วยใหม่โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มความพึงพอใจของผู้ป่วยและปรับปรุงคุณภาพการดูแล

          journey mapping สามารถเป็นกระบวนการ Design Thinking (การคิดเชิงออกแบบ) Design Thinking หรือการคิดเชิงออกแบบ คือ กระบวนการทำความเข้าใจปัญหาของผู้ใช้ นำเสนอทางแก้ไขปัญหาแบบใหม่ที่อาจไม่เคยคิดมาก่อน ผ่าน 5 ขั้นตอน ได้แก่การเข้าใจ นิยาม สร้างสรรค์ จำลอง และ ทดสอบ (Empathize, Define, Ideate, Prototype & Test)

องค์ประกอบของ Patient journey mapping 

  1. ข้อมูลจากการสัมภาษณ์จากผู้ป่วย เช่น ประเด็นผู้ป่วยเบาหวานที่มารับบริการในหน่วยงาน เขียน  case scenario ผ่านเรื่องเล่าของผู้ป่วย
  2. case scenario กำหนดประเด็นเนื้อหา เช่น ก่อนมาเป็นผู้ป่วย เมื่อมาเป็นผู้ป่วยหน้าใหม่   ภาระปัญหาที่เกิดขึ้นเมื่อต้องดูแลระยะยาว  และการปรับตัวในปัจจุบัน โดยเนื้อหาประมาณ 1-2 หน้า

Workshop (การประชุมเชิงปฏิบัติการ) สู่ Design Thinking

  1. แบ่งกลุ่มย่อยผู้ประชุมเป็น 3-4 กลุ่ม ๆ ละประมาณ 5-10 คน
  2. ให้แต่ละคนอ่าน case scenario (แต่ละกลุ่มจะอ่าน case scenario ที่ต่างกัน) เขียนความคิดของตนเองในกระดาษเอ 4 ในแต่ละช่อง (ก่อนมาเป็นผู้ป่วย เมื่อมาเป็นผู้ป่วยหน้าใหม่  ภาระปัญหาที่เกิดขึ้นเมื่อต้องดูแลระยะยาว และการปรับตัวในปัจจุบัน)  ที่บอกถึง Pain point(จุดเจ็บปวด) /ความรู้สึก / ความคาดหวัง / ความพร้อม / การได้รับการสนับสนุน (เวลา10 นาที)
  3. แต่ละคนเข้ากลุ่มย่อย แล้วช่วยกันทำ  Patient’ Journey Map ในกระดาษกระดาษฟลิปชาร์ท และระดมสมองว่า แต่ละเส้นทางจะพัฒนาระบบให้ดีขึ้นอย่างไรบ้าง ? ใช้เวลา 45-60 นาที

    (ตัวอย่างแผนที่การเดินทางของผู้ป่วย)

    https://divisionsbc.ca/fraser-northwest-menu/about-us/reports/patient-journey-maps

  4. แต่ละกลุ่มย่อยนำเสนอ
  5. กลุ่มใหญ่ สามารถนำ Patient’ Journey Map ทั้ง 3-4 กลุ่ม มาจัดลำดับความสำคัญในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาระบบให้ดีขึ้น (เข้าสู่ Design Thinking) หรือวิจัยปฏิบัติการ (ACTION RESEARCH) หรือ วิจัยและพัฒนา (R&D) ต่อไป

    (ตัวอย่างงานวิจัย/โครงการพัฒนา จากกระบวนการ Patient’ Journey Map)

    (เรื่อง ประสบการณ์ของผู้ป่วยสำหรับการดูแลที่เน้นผู้ป่วยเป็นศูนย์กลางอย่างมีประสิทธิผลในหน่วยดูแลหลังการสวนหัวใจ)

    https://www.rama.mahidol.ac.th/km/sites/default/files/public/qc/pdf/416.Patient%20experience%20for%20effective%20person-centred%20care%20in%20post-cardiac%20catheterization%20care%20unit.pdf

      (เรื่อง Experiences and perspectives on the GIST patient journey)

      https://www.tandfonline.com/doi/full/10.2147/PPA.S24617

 

- - - - - - - - - -

เนื้อหาเพิ่มเติม

(Patient Journey Stages of Patients, Nurse s Perspective)

https://www.ramacnec.com/AD/DocumentFile/20240307170356_File_Journey%20Mapping%20Piyawan%206March2024%20-%20%E0%B8%9B%E0%B8%B4%E0%B8%A2%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%93.pdf

(5 ขั้นตอน Design Thinking ทักษะที่จำเป็นในยุคดิจิทัล)

https://www.timeconsulting.co.th/design-thinking