เช้าวันที่ ๕ กันยายน ๒๕๖๗ เมื่อลงจากเครื่องบินที่สนามบินหาดใหญ่   ก็พบคนคุ้นเคย และได้รับแจกนิตยสารเล่มเล็กๆ มาเล่มหนึ่งชื่อ ทางอีศาน ปีที่ ๑๓  ฉบับที่ ๑๔๙ ประจำเดือนกันยายน ๒๕๖๗   

เอามาพลิกๆ อ่านก็รู้สึกว่า เป็นนิตยสารที่มีคุณภาพสูง   มีการสร้างบรรยากาศความเป็นชุมชนของคนที่เป็นสมาชิก   สร้างความรู้สึกร่วมต่อความรักถิ่นและเห็นคุณค่าของอีสาน   

จึงลองค้นด้วยกูเกิ้ล ก็พบว่านิตยสารนี้เป็นส่วนหนึ่งของเว็บไซต์ ทางอีศาน    และค้นๆ ไปในเว็บก็พบคำอาลัยต่อการจากไปของคุณทองแถม นาถจำนง โดย ศ. ดร. ฉัตรทิพย์ นาถสุภา ที่ผมถือว่าเป็นปราชญ์คนหนึ่งของประเทศไทย ที่นี่ ช่วยให้ผมรู้ที่มาที่ไปของนิตยสาร ทางอีศาน   และรู้จักคุณทองแถม นาถจำนง ที่ถือเป็นปราชญ์ด้านจีนคนหนึ่งของประเทศไทย 

ผมสงสัยว่า นิตยสารแนวนี้จะสู้ค่าใช้จ่ายในยุคปัจจุบันได้อย่างไร    ได้คำตอบจากเรื่องราวในเว็บไซต์ ว่านิตยสารนี้เป็นส่วนหนึ่งของเว็บไซต์  และเชื่อมโยงสู่ธุรกิจท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในอีศาน และเชื่อมสู่ประเทศเพื่อนบ้าน   

ผมจึงเข้าใจว่า กิจกรรมทางประวัติศาสตร์ ศิลปะ วัฒนธรรม “ขายได้”    เอาไปทำธุรกิจได้    สำหรับเอามาค้ำจุนหรือจุนเจือการพัฒนาชุมชน และศิลปวัฒนธรรมได้   ช่วยหนุนการพัฒนาศิลปวัฒนธรรมให้ปรับตัวพัฒนาให้เหมาะสมต่อยุคสมัยได้   

ทำให้ผมนึกถึงคำ engagement ที่หมายถึงการเชื่อมโยงเป็นหุ้นส่วนกัน ระหว่างฝ่ายที่ต่างกัน   เพื่อร่วมกันริเริ่มสร้างสรรค์ที่มีคุณค่าของทั้งสองฝ่ายหรือหลายฝ่าย    โดยความสัมพันธ์แบบเท่าเทียมกัน เคาระและให้เกียรติกัน 

มหาวิทยาลัย หรือสถาบันอุดมศึกษา จะทำบทบาทนี้อย่างไร 

วิจารณ์ พานิช

๒๙ ก.ย. ๖๗