โคกหนองนาปีนี้ ไม่เหมือนปีก่อน โดยเฉพาะในแง่ของอารมณ์และความรู้สึก ที่สัมผัสได้อย่างชัดเจน คือความอิสระเสรี เบาสบาย ไม่มีสิ่งใดต้องรีบเร่งหรือแข่งกับเวลา ทุกอย่างถูกปลดปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ

๑ ปี..ที่โคกหนองนา

          ครบรอบ ๓๖๕ วัน นับจากเกษียณอายุราชการ จากผู้อำนวยการโรงเรียน สู่สามัญชนคนธรรมดา จะมีไม่ธรรมดาอยู่นิดเดียวเท่านั้น คือยังมีเงินบำนาญ เป็นสวัสดิการรายเดือนสำหรับเลี้ยงชีพ

          ถ้าหากทางราชการไม่ชุบเลี้ยง งานนี้คงดูไม่จืดกันเลยทีเดียว เพราะต้องกินต้องใช้ในท่ามกลางเศรษฐกิจที่ฝืดเคือง ข้าวของก็แพงขึ้นทุกอย่าง โดยเฉพาะราคาน้ำมัน ขึ้นแล้วไม่ยอมลงง่ายๆ

          ขนาดข้าราชการมีเงินเดือน หรือผู้เกษียณแล้วมีบำนาญ ก็ยังรู้สึกโอดโอย ชักหน้าไม่ถึงหลัง แล้วแบบนี้ชาวบ้านทั่วไป จะเป็นอย่างไร ? ไม่อยากจะคิดเลย….

          คำพูดที่เลิศหรู แบบว่า “ทุกคนต้องมีกินมีใช้ มีเกียรติมีศักดิ์ศรี ไปพร้อมๆกัน..”เป็นแค่ลมปากของนักการเมืองฉ้อฉล ที่มักจะเพ้อรำพันเพื่อหลอกให้คนเชื่อตอนหาเสียง จากนั้นก็นำเงินของคนผู้ซึ่งเสียภาษีมาแจกให้ว่อนไปหมด

          เงิน ๑ หมื่น คงคิดว่าจะเนรมิตอะไรได้ทุกอย่างดังที่คิด แต่กลับหารู้ไม่ว่า นี่คือปัจจัยที่ทำให้คนในชาติอ่อนแอ และสร้างความบอบช้ำแก่ประเทศชาติอย่างมากมาย...

          ๑ ปีที่เบื่อหน่ายกับรัฐบาล ผมจึงหาเวลาไปพักผ่อนให้สุขสำราญที่โคกหนองนาอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง โคกหนองนาหรือสวนป่าเพชรสุวรรณของผม ที่เคยเป็นสวนป่าในฝัน แต่ตอนนี้รู้สึกว่าจะเลยฝันมาได้ไกลนิดนึงแล้ว

          โคกหนองนาปีนี้ ไม่เหมือนปีก่อน โดยเฉพาะในแง่ของอารมณ์และความรู้สึก ที่สัมผัสได้อย่างชัดเจน คือความอิสระเสรี เบาสบาย ไม่มีสิ่งใดต้องรีบเร่งหรือแข่งกับเวลา ทุกอย่างถูกปลดปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ

          แค่ทำวันละนิดให้จิตแจ่มใสก็พอ เพราะต้นไม้โตแล้วก็ไม่มีอะไรต้องห่วง ถ้าไปมุ่งมั่นทุ่มเทมุมานะจนเกินกำลัง ไปสร้างความคาดหวังที่ฝืนธรรมชาติของตัวตนและสิ่งแวดล้อม

          ธรรมชาติอาจจะลงโทษเอาได้ ซึ่งจะส่งผลเสียต่อชีวิตและทรัพย์สิน อันนี้สำหรับผม เป็นเรื่องที่พึงระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง

          กาลเวลาที่เปลี่ยนไปในแต่ละปี มีความเหลื่อมล้ำทางฤดูกาลเพียงเล็กน้อย จากแล้งจัดก็กลับมามีฝนตกชุก ไม่ถึงกับตกถี่จนเกินไป แต่ก็พอให้ได้น้ำได้เนื้ออยู่พอสมควร

          จากน้ำที่เคยสะสมในผืนป่าบนภูเขา ค่อยๆไหลลงสู่พื้นที่ลุ่มต่ำที่เป็นเรือกสวนไร่นา ปีที่ผ่านมาเคยเห็นจัดเต็มในทุกพื้นที่ ในเดือนตุลาคม - พฤศจิกายน  แต่ปีนี้เดือนกันยายนก็เห็นว่าล้นท้องทุ่งและสระน้อยใหญ่เป็นที่เรียบร้อย

          อีกเพียง ๕๐ ซม.เท่านั้นก็จะรู้เรื่องว่าจะหมู่หรือจ่า ถ้าไม่มีพายุลูกใหญ่แบบที่ตกทั้งวันทั้งคืนก็คงจะอยู่รอดปลอดภัย หากฝนตกธรรมดาๆ น้ำก็คงแค่สูงขึ้นเพียงเล็กน้อยและรอการระบายเท่านั้น

          ภาพชินตาที่เห็นน้ำท่วมภาคเหนือ บ่งบอกถึงความรู้สึกที่พวกเขาคงยากลำบากในชีวิต ผมเคยเจอกับตัวเองมาแล้ว ในช่วงของวัยเด็กเมื่อครั้งอยู่ปากเกร็ด นนทบุรี ผมจึงไม่อยากเห็นเลยภาพที่น้ำท่วมบ้าน  แค่ท่วมถนนทางเข้าโคกหนองนา หรือถนนสาธารณะก็รู้สึกใจหายแล้ว

          ฝนห่างหายไปเพียง ๒ วัน ผืนดินยังชุ่มชื้นพอให้ได้ถากหญ้าอย่างสะดวกไม่เปลืองแรงมากนัก น้ำฝนกับต้นหญ้าช่างเข้ากันได้ดีเหลือเกิน พบกันทีไรต่างสดใสเริงร่า มองไปทางไหนดูเขียวไปหมด

          แม้กระทั่งในคลองไส่ไก่ ผักตบชวาที่ฆ่าไม่ตาย แบบแมว ๙ ชีวิต ติดค้างอยู่ข้างตลิ่ง ตอนนี้ลอยคอเล่นน้ำออกลูกออกหลานเป็นว่าเล่น ๑ ปีที่เกษียณอายุราชการ และเคยคิดว่าการกำจัดผักตบชวา เป็นผลงานด้านสิ่งแวดล้อมชิ้นใหญ่ที่จบได้อย่างสวยงาม

          ทำไปทำมาอาจต้องสะสางกันไปตลอดสิ้นปี งานนี้จะเผลอหรือจะแผ่วไม่ได้เลยจริงๆ

ชยันต์  เพชรศรีจันทร์

๓๐  กันยายน  ๒๕๖๗