“ครูครับผมขอฝากเงินเลี้ยงขนมน้องได้ไหมครับ”
คำพูดที่แปลได้ออกจากการเปล่งเสียงไม่ชัดของผู้ชายคนหนึ่งที่ชื่อว่า ทีลิต แซ่ย่าง ศิษย์เก่าโรงเรียนศรีสังวาลย์เชียงใหม่ ที่ป่วยและพิการด้วยอาการ CP Ataxia พูดติด อ อ่าง ทุกคำ ทีลิตมาเยี่ยมโรงเรียนและมาเยี่ยมคุณครู และน้องๆ ทีลิตได้สนทนากับครูดาซึ่งเป็นครูประจำชั้น ได้ความว่าทีลิตหลังจากจบจากศรีสังวาลย์เชียงใหม่เมื่อ 15 ปีก่อนทีลิตได้ไปเรียนต่อที่วิทยาลัยพระมหาไถ่ จนเรียนจบได้ทำงานเขียนแบบอยู่แถวลาดพร้าว พอดีกลับมาเชียงใหม่จึงแวะมาหา เมื่อถามสารทุกข์สุขดิบกันเรียบ้อยแล้ว ทีลิตพูดออกมาประโยคหนึ่งที่ทำให้ผมกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ “ครูครับผมขอฝากเงินเลี้ยงขนมน้องได้ไหมครับ” ครูดาจึงบอกทีลิตไปว่าน้องๆจะกลับบ้านพรุ่งนี้แล้วเนื่องจากปิดเทอม แต่ทีลิตก็ยังยืนยันที่จำฝากเงินไว้กับอดีตครูประจำชั้นให้ได้ ทีลิตจะฝากเท่าไหร่ครูดาถาม 3000 ครับ แต่ครูดาก็ยังคงปฏิเสธและบอกไปว่าเดี๋ยวขอไลน์ไว้แล้วถ้าน้องๆเปิดเทอมค่อยโอนเงินมาก็ได้ ทีลิตดีใจรีบเพิ่มช่องทางติดต่อครูประจำชั้น และก่อนจากไปทีลิตได้บอกครูดาว่าแล้วผมจะกลับมาเยี่ยมใหม่ ก่อนขึ้นรถไปสถานีรถไฟผมได้บอกพี่อินไดร์ว่าผมขอฝากน้องๆไปลงที่สถานีรถไฟหน่อยนะครับน้องเขาเป็นผู้พิการนะครับผมฝากดูแล้วย พี่เขารับคำแล้วยกมือไหว้ตอบผมรถวิ่งออกไปทำให้ผมรู้สึกตื้นตันแล้วใจฟูมาก ศิษย์เก่าของที่นี่ไม่เคยลืมน้องๆ มาเยี่ยมเยือนตลอด มีขนม มีของ มีเงินก็จะมาบริจาคให้กับน้องๆมีมากก็ให้มากมีน้อยก็ให้น้อย ไม่ใช่แค่เพียงทีลิตคนเดียวที่กลับมาเยี่ยมน้องๆครูบาอาจารย์ แต่ยังมีอีกลายๆคนที่มาและมอบความรักและความสุขกลับคืนน้องๆแทนคุณครู เรื่องราวของทีลิตอาจจะไม่ได้มีอะไรน่าตื่นเต้นหรือพิเศษอะไรแต่ด้วย ความมีน้ำใจ และไม่ได้คิดว่าตัวเองเป็นผู้พิการ แต่ความจริงแล้วเขาเป็นผู้ให้และมีน้ำใจคนหนึ่งเท่าที่ผมเคยเจอ คำพูดขอทีลิตจะติดหัวใจผมไปตลอดนานเท่านาน