สรุปสารคดี ยูเอฟโอที่เบิร์กเชียร์: Berkshires UFO: Unsolved Mysteries (Netflix) Season 1 EP5

เรื่องราวการลักพาตัวมนุษย์โดย UFO ในปี 1969 ที่เบิร์กเชียร์ รัฐแมสซาชูเซตส์: การเผชิญหน้าที่ทิ้งปริศนาไว้ไม่จางหาย

#บทนำ
ในวันที่ 1 กันยายน ปี 1969 ชาวบ้านในเมืองเบิร์กเชียร์ รัฐแมสซาชูเซตส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้เผชิญหน้ากับเหตุการณ์ที่ยังคงเป็นปริศนาจนถึงทุกวันนี้ เหตุการณ์ลักพาตัวโดยมนุษย์ต่างดาวครั้งนี้ได้เกิดขึ้นกับหลายคนในพื้นที่ ในช่วงเวลาเดียวกัน แต่ละคนมีประสบการณ์ที่คล้ายคลึงกัน ไม่ว่าจะเป็นการเห็นแสงไฟประหลาดในท้องฟ้า การสูญเสียเวลาชั่วขณะ หรือแม้แต่ความทรงจำที่ไม่สามารถอธิบายได้เกี่ยวกับการถูกนำตัวขึ้นยานอวกาศ สารคดี Unsolved Mysteries ใน Netflix ซีซั่น 1 ตอนที่ 5 ได้นำเสนอเรื่องราวเหล่านี้อย่างละเอียด โดยเน้นถึงประสบการณ์และผลกระทบต่อชีวิตของผู้ประสบเหตุ

ดูคลิปได้ที่นี่

#เหตุการณ์ในวันที่ 1 กันยายน 1969
ในค่ำคืนวันที่ 1 กันยายน หลายครอบครัวและบุคคลในเบิร์กเชียร์ได้พบเห็นปรากฏการณ์ประหลาดบนท้องฟ้า มีแสงสว่างขนาดใหญ่ที่ปรากฏขึ้นเหนือเมือง พวกเขาอ้างว่าแสงนั้นไม่ได้เหมือนเครื่องบินหรือดาวเทียม แต่เป็นแสงที่มีลักษณะเหมือนยานอวกาศต่างดาว เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับผู้คนหลายคนพร้อม ๆ กันในหลายพื้นที่ เล่าโดยผู้ประสบเหตุการณ์ดังนี้

ทอม วอร์เนอร์ (Tom Warner)
ทอม วอร์เนอร์ เป็นหนึ่งในพยานที่เล่าเหตุการณ์เกี่ยวกับการลักพาตัวโดยมนุษย์ต่างดาวที่เกิดขึ้นในเบิร์กเชียร์, รัฐแมสซาชูเซตส์ เมื่อวันที่ 1 กันยายน 1969 เหตุการณ์ที่ทอมเจอนั้นเป็นเรื่องที่ยากจะลืมเลือนและส่งผลต่อชีวิตของเขาอย่างมาก

ทอม วอร์เนอร์ ตอนที่เขาอายุเพียง 10 ขวบ ในคืนนั้น เขากำลังอยู่ที่บ้านของเพื่อนบ้านชื่อเด็บบี้  ซึ่งอยู่ในชุมชนเดียวกัน ในขณะที่เขากำลังเล่นอยู่ข้างนอก ทอมบอกว่าเขาได้ยินเสียงในหัวของตัวเองบอกให้เขาวิ่งกลับบ้านอย่างเร่งด่วน แม้ว่ามันจะไม่มีเหตุผลที่ชัดเจน แต่ทอมก็เชื่อในเสียงนั้นและเริ่มวิ่งกลับบ้านด้วยความตื่นตระหนก

ขณะที่เขากำลังวิ่งอยู่บนสนามหญ้า ทันใดนั้นเขาก็ถูกหยุดอย่างฉับพลัน เขารู้สึกเหมือนว่าไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ มันเป็นเหมือนมีพลังบางอย่างมาหยุดเขา จากนั้นทอมเล่าว่าเขาเห็นแสงสว่างที่มาจากยานลึกลับขนาดใหญ่ แสงนั้นสว่างและทรงพลัง มันส่องลงมาจากยานที่ลอยอยู่เหนือพื้นดิน เขาถูกยกขึ้นและลอยขึ้นไปบนอากาศก่อนที่จะถูกนำตัวขึ้นไปยังยาน

ทอมไม่สามารถอธิบายช่วงเวลาที่อยู่บนยานได้ชัดเจนมากนัก แต่เขาเล่าว่าเขารู้สึกได้ถึงความกลัวและความไม่แน่ใจเกี่ยวกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น มันเป็นประสบการณ์ที่ทำให้เขารู้สึกเหมือนหลุดออกจากโลกปกติ

ทอมบอกว่าในขณะที่เขาอยู่บนยาน เขารู้สึกถึงการควบคุมที่เหนือกว่ามนุษย์ พวกเขาไม่สามารถสื่อสารหรือพูดคุยได้ แต่ทอมบอกว่าเขารู้สึกได้ถึงการเชื่อมต่อทางจิตที่ทำให้เขาเข้าใจว่ามนุษย์ต่างดาวเหล่านั้นต้องการอะไร

การลักพาตัวครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่นาที แม้เขาจะรู้สึกว่ามันยาวนานกว่านั้น แต่เมื่อเขาถูกปล่อยลงกลับมายังพื้นดิน ทอมพบว่าตัวเองอยู่ในตำแหน่งเดิมที่เขาถูกยกขึ้นไปบนสนามหญ้า เขายืนยันว่าในขณะที่เขาถูกยกขึ้นไป ไม่มีเวลาใดที่เขารู้สึกว่าตัวเองลอยออกไปจากพื้นที่ที่เขาอยู่

ที่สำคัญคือ หลังจากทอมกลับมาบนพื้นดิน เวลาก็ยังคงเดินต่อไปปกติ แต่เพื่อนบ้านของเขาบอกว่าทอมได้หายตัวไปในช่วงเวลาสั้นๆ และกลับมาในจุดเดิมอย่างน่าประหลาดใจ

หลังจากเหตุการณ์นั้น ทอมบอกว่าเขาไม่สามารถลืมประสบการณ์นี้ได้เลย เขายังฝันถึงแสงสว่างนั้นและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เขาอธิบายว่ามันทำให้เขารู้สึกไม่ปลอดภัยในช่วงเวลาหลายปีต่อมา

เมื่อเวลาผ่านไป ทอมเริ่มรู้สึกมั่นใจมากขึ้นในการเล่าเรื่องราวของเขา โดยเฉพาะเมื่อเขารู้ว่ามีคนอื่นๆ ในชุมชนที่ประสบเหตุการณ์คล้ายคลึงกัน ทำให้เขากล้าที่จะเล่าเรื่องนี้ต่อสาธารณะมากขึ้น และได้รับการสนับสนุนจากเพื่อนบ้านและผู้คนในชุมชน

ทอม รีด (Tom Reed)
หนึ่งในกรณีที่ได้รับความสนใจมากที่สุดในเหตุการณ์การลักพาตัวโดยมนุษย์ต่างดาวในเบิร์กเชียร์คือ ทอม รีดซึ่งในขณะนั้นเป็นเด็กอายุเพียง 9 ขวบ เหตุการณ์ที่ทอมประสบถือว่าเป็นหนึ่งในกรณีที่มีความซับซ้อนมากที่สุด เพราะไม่ใช่เพียงแค่ตัวทอมเท่านั้นที่ประสบกับเหตุการณ์นี้ แต่รวมถึงคนในครอบครัวของเขาด้วย

ในช่วงเย็นของวันที่ 1 กันยายน 1969 ทอม รีด อยู่ในรถกับแม่ของเขาคือ แนนซี รีด  พี่ชายของเขา และย่าของเขา พวกเขาขับรถจากร้านอาหารที่เมืองเชฟฟิลด์ เพื่อกลับบ้าน รถแล่นไปตามเส้นทางที่เรียบง่ายซึ่งพวกเขาคุ้นเคย แต่แล้วสิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น

ทอมเล่าว่าขณะที่รถของพวกเขาขับผ่านสะพานทางน้ำเล็ก ๆ จู่ ๆ ก็เห็นแสงสว่างจ้าในป่ารอบตัว แสงนี้เข้ามาใกล้รถอย่างรวดเร็วและรุนแรงจนทำให้ครอบครัวรู้สึกถึงความผิดปกติ รถของพวกเขาถูกแสงนี้ล้อมรอบ และทั้งครอบครัวก็รู้สึกว่ามีบางอย่างกำลังดูดพวกเขาออกจากรถ

จากนั้น ทอมเล่าถึงความรู้สึกเหมือนถูกพาตัวขึ้นไปยังยานอวกาศที่เขาไม่สามารถบรรยายลักษณะได้อย่างชัดเจน เขาจำได้ว่าพบตัวเองอยู่ในพื้นที่ที่คล้ายกับโรงพยาบาล มีไฟสว่างจ้าจากเพดาน และมีสิ่งมีชีวิตที่ไม่ใช่มนุษย์อยู่รอบตัวเขา เขารู้สึกถึงการตรวจร่างกายที่เกิดขึ้นกับเขา แต่เขาไม่สามารถขยับตัวได้

ทอมกล่าวว่าเหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นรวดเร็วและรู้สึกเหมือนว่าเวลาถูกบิดเบือน เมื่อเขาถูกส่งตัวกลับมาอีกครั้ง ครอบครัวของเขาพบว่าพวกเขาอยู่ในตำแหน่งที่ต่างจากที่เคยอยู่ก่อนหน้านี้เล็กน้อย รถของพวกเขายังจอดอยู่ที่เดิม แต่เวลาผ่านไปโดยที่พวกเขาไม่รู้ตัว ครอบครัวของเขารู้สึกสับสนและไม่สามารถอธิบายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้อย่างชัดเจน

ในช่วงเวลาต่อมา ทอมและครอบครัวของเขาเลือกที่จะเปิดเผยเรื่องราวของพวกเขาต่อสาธารณะ ซึ่งทำให้พวกเขาได้รับความสนใจจากนักวิจัย UFO และผู้ที่สนใจเรื่องลี้ลับ ทอมได้ร่วมมือกับนักวิจัยหลายคนเพื่อตรวจสอบเหตุการณ์นี้ และพยายามหาคำอธิบายที่ชัดเจน ทอมยังคงยืนยันว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับเขาและครอบครัวในคืนนั้นเป็นเรื่องจริง และเขาเชื่อว่ามนุษย์ต่างดาวมีส่วนเกี่ยวข้อง

แนนซี รีด (Nancy Reed)
แนนซี รีดเป็นแม่ของทอม รีด  เป็นหนึ่งในพยานสำคัญของเหตุการณ์การลักพาตัวโดยมนุษย์ต่างดาวในเมืองเบิร์กเชียร์

เมื่อวันที่ 1 กันยายน 1969 แนนซีเป็นแม่ที่ดูแลครอบครัวด้วยความรัก และในวันนั้นเธอก็อยู่ในรถกับทอม พี่ชายของทอม และย่าของทอม ขณะที่พวกเขากำลังเดินทางกลับบ้านหลังจากไปทานอาหารเย็นที่ร้านอาหารในเมืองเชฟฟิลด์

ในคืนนั้น ขณะที่ครอบครัวรีดกำลังขับรถกลับบ้าน พวกเขาผ่านสะพานเล็กๆ ที่อยู่ใกล้กับแม่น้ำ ในขณะที่พวกเขาอยู่ในรถ ทันใดนั้นเองแนนซีสังเกตเห็นแสงประหลาดและสว่างจ้ามากปรากฏขึ้นในท้องฟ้าด้านหน้าพวกเขา แสงนี้มีลักษณะผิดปกติและรุนแรงจนทำให้เธอต้องหยุดรถข้างทางเพื่อดูว่าเกิดอะไรขึ้น แนนซีรู้สึกได้ว่ามีบางสิ่งที่ไม่ธรรมดากำลังเกิดขึ้น แต่เธอไม่สามารถอธิบายสิ่งที่เห็นได้

แสงนั้นเข้ามาใกล้รถมากขึ้นจนในที่สุดก็มาล้อมรอบรถทั้งคัน ครอบครัวรีดทั้งหมดรู้สึกเหมือนกับว่ารถของพวกเขาถูกจับยึดไว้ในที่หนึ่ง มีความรู้สึกของแรงดูดที่ดึงพวกเขาออกจากรถ ทันใดนั้นแนนซีก็รู้สึกเหมือนกับว่าเธอถูกพาขึ้นไปยังยานอวกาศของมนุษย์ต่างดาว

แนนซีเล่าถึงประสบการณ์ของเธอขณะอยู่บนยานอวกาศว่า เธอจำได้ถึงการถูกพาไปยังพื้นที่ที่ดูเหมือนห้องแล็บหรือสถานที่คล้ายกับโรงพยาบาล มีไฟสว่างจ้าจากเพดาน เธอจำได้ว่าถูกสิ่งมีชีวิตที่ไม่ใช่มนุษย์นำตัวไปตรวจร่างกาย โดยสิ่งมีชีวิตเหล่านี้ไม่ได้มีลักษณะคล้ายมนุษย์เลย แนนซีไม่สามารถขยับตัวได้และไม่สามารถสื่อสารกับใครได้

แนนซีบอกว่าเธอรู้สึกเหมือนถูกจับตามองและมีการกระทำที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบร่างกายที่เธอไม่เข้าใจ เมื่อทุกอย่างจบลง เธอพบว่าตัวเองและครอบครัวกลับมานั่งอยู่ในรถอีกครั้ง โดยที่เวลาผ่านไปโดยที่พวกเขาไม่รู้ตัว รถยังอยู่ที่เดิม แต่สภาพแวดล้อมรอบข้างดูเหมือนจะเปลี่ยนไปเล็กน้อย

อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่เพียงแค่ส่งผลกระทบต่อจิตใจของแนนซีเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อทั้งครอบครัว โดยเฉพาะกับลูกชายของเธอ ทอม รีด แนนซีและครอบครัวพบว่าตนเองถูกมองเป็นคนแปลกแยกจากชุมชน หลายคนในชุมชนมองว่าพวกเขากำลังสร้างเรื่องและไม่มีใครเชื่อเรื่องราวของพวกเขา

เจน กรีน (Jane Green)
เจน กรีน เป็นหนึ่งในพยานที่ประสบกับเหตุการณ์การพบเห็นวัตถุประหลาดที่เชื่อว่าเป็นยานอวกาศของมนุษย์ต่างดาวในเบิร์กเชียร์ ในวันที่ 1 กันยายน 1969

ในคืนนั้น เจน กรีนซึ่งเป็นผู้หญิงวัยกลางคน ได้ขับรถกลับบ้านหลังจากไปทำธุระในเมืองใหญ่กับเพื่อน ระหว่างการเดินทางกลับบ้าน เธอเห็นแสงสว่างที่ผิดปกติและทรงพลังปรากฏขึ้นบนท้องฟ้า เมื่อเห็นเช่นนั้น เธอคิดว่าอาจจะเป็นอุบัติเหตุหรือไฟไหม้บางอย่างที่อยู่ข้างหน้าบนถนน

เจนและเพื่อนของเธอรู้สึกถึงความผิดปกติจากแสงดังกล่าว เธอตัดสินใจที่จะขับรถไปใกล้ ๆ เพื่อดูให้แน่ชัดว่าเกิดอะไรขึ้น เมื่อเธอขับเข้ามาใกล้มากขึ้น เจนบอกว่าเธอเห็นวัตถุขนาดใหญ่ ลักษณะคล้ายกับยานอวกาศซึ่งแขวนอยู่กลางอากาศ วัตถุนี้ไม่ได้มีเสียง ไม่มีลมพัดจากการเคลื่อนไหว และอยู่ในสภาพนิ่งผิดปกติ เธอบอกว่ายานลำนี้มีลักษณะเป็นแผ่นกลมและใหญ่กว่าทุกอย่างที่เธอเคยเห็นมาก่อน

เจนและเพื่อนนั่งมองดูวัตถุนี้ด้วยความตกตะลึงและหวาดกลัว ยานนั้นมีแสงสว่างที่สาดส่องลงมาที่ถนน และดูเหมือนว่าไม่มีคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์หรือเหตุผลธรรมชาติใดๆ ที่จะบอกได้ว่านี่คืออะไร เธอพูดในสารคดีว่าเธอรู้สึกได้ว่าตัวเองกำลังเผชิญกับสิ่งที่ไม่สามารถอธิบายได้และไม่เคยมีใครคาดคิด

หลายปีหลังจากเหตุการณ์นั้น เจน กรีน ตัดสินใจเล่าเรื่องราวของเธอต่อสาธารณะ เมื่อเธอได้รู้ว่าเหตุการณ์ที่เธอประสบไม่ใช่เหตุการณ์เดียวที่เกิดขึ้นในคืนนั้น และมีผู้คนจำนวนมากที่เห็นหรือประสบเหตุการณ์คล้ายๆ กัน

เมลานี เคิร์ชดอร์เฟอร์ (Melanie Kirchdorfer)
เมลานี ซึ่งเป็นเด็กหญิงในช่วงเวลานั้น เธอเล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างละเอียดในสารคดี Unsolved Mysteries ว่าเธอกำลังเล่นกับเพื่อนที่บ้านริมทะเลสาบ หลังจากนั้นเธอจำได้ว่าถูกลำแสงสว่างมากจับตัวเธอและยกขึ้นไป เมื่อเธอตื่นขึ้นอีกครั้ง เธอก็พบว่าตัวเองอยู่ในพื้นที่คล้ายกับโรงพยาบาล ที่มีแสงจ้าส่องลงมาจากเพดานและมีสิ่งมีชีวิตที่ไม่ใช่มนุษย์อยู่รอบๆ เธอไม่สามารถอธิบายได้ว่ามนุษย์ต่างดาวเหล่านี้มีลักษณะอย่างไร แต่เธอรู้สึกได้ว่าพวกเขาไม่เป็นมิตร

เมลานี กล่าวว่าเธอไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหนก่อนที่เธอจะถูกส่งตัวกลับมายังโลก เมื่อเธอพบว่าตัวเองถูกทิ้งไว้ที่ริมถนนแห่งหนึ่ง เธอรู้สึกงงงวยและหวาดกลัวอย่างมาก จากนั้นเธอได้พบกับครอบครัวที่กำลังขับรถผ่านมาและพาเธอกลับบ้าน

เมลานี ยอมรับว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้เธอหวาดกลัวและมีผลกระทบต่อจิตใจของเธอเป็นเวลานาน หลังจากเหตุการณ์นั้นเธอไม่กล้าเล่าเรื่องนี้ให้ใครฟัง เพราะกลัวว่าจะไม่มีใครเชื่อ แม้กระทั่งในช่วงหลายปีถัดมา เมื่อเธอได้มีโอกาสแบ่งปันประสบการณ์นี้ เธอก็ยังคงรู้สึกว่าเป็นเรื่องที่ยากจะอธิบาย นอกจากนี้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยังส่งผลต่อความสัมพันธ์ของเธอกับครอบครัวและเพื่อนฝูง เพราะหลายคนไม่เข้าใจและไม่เชื่อในสิ่งที่เธอเล่า

เจน ชอว์ (Jane Shaw) 
เจน ชอว์อาศัยอยู่ในพื้นที่ชนบทของเบิร์กเชียร์ ได้พบกับเหตุการณ์ลึกลับที่ทำให้เธอรู้สึกตกใจและสับสน ขณะนั่งอยู่ในบ้านของเธอ เธอเห็นวัตถุบินที่ไม่สามารถระบุได้ลอยอยู่ในอากาศ วัตถุดังกล่าวมีรูปร่างคล้ายลูกอมขนาดใหญ่และมีแสงสว่างออกมาจากมัน เจน สังเกตเห็นวัตถุที่บินอยู่บนท้องฟ้าสว่างและเคลื่อนที่ไปมาด้วยความเร็วสูง เธอได้พยายามบันทึกเหตุการณ์โดยการถ่ายภาพและใช้โทรศัพท์ติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อรายงาน

เจ้าหน้าที่ที่ได้รับรายงานจาก เจน ชอว์ ได้ทำการตรวจสอบพื้นที่ที่เธอรายงานและสอบถามเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ไม่พบหลักฐานที่ชัดเจนเกี่ยวกับการพบเห็นวัตถุบินลึกลับ การตรวจสอบเพิ่มเติมไม่สามารถยืนยันหรือปฏิเสธการมีอยู่ของวัตถุดังกล่าวได้

เหตุการณ์นี้ทำให้ เจน ชอว์ กลายเป็นหนึ่งในผู้ที่มีประสบการณ์ตรงเกี่ยวกับวัตถุบินลึกลับในช่วงเวลานั้น แม้ว่าเธอจะไม่ได้รับการตอบรับที่ชัดเจนจากเจ้าหน้าที่ แต่เธอก็ยังคงมีความเชื่อในสิ่งที่เธอเห็นและเป็นที่รู้จักในฐานะบุคคลที่มีประสบการณ์เกี่ยวกับ UFO ในชุมชนของเธอ

#การตรวจสอบและการสืบสวน
หลังจากเหตุการณ์ในปี 1969 ไม่มีการสืบสวนอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานรัฐบาลหรือองค์กรที่เกี่ยวข้องกับเรื่องการลักพาตัวโดยมนุษย์ต่างดาว ไม่มีบันทึกของตำรวจด้วย แม้ว่าจะมีการโทรศัพท์ไปแจ้งยังสถานีวิทยุ แต่ก็ไม่บันทึกเสียง มีแต่เพียงการบอกเล่าปากต่อปากเท่านั้น เหตุการณ์เหล่านี้ส่วนใหญ่ได้รับการรายงานในกลุ่มชาวบ้านและนักวิจัยอิสระที่สนใจเรื่อง UFO อย่างไรก็ตาม หลายปีต่อมา เมื่อเหตุการณ์ได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนและนักวิจัย UFO จำนวนมากขึ้น เรื่องราวของการลักพาตัวในเบิร์กเชียร์ก็ได้รับการเปิดเผยมากขึ้น

#ปฏิกิริยาของชุมชนและสังคม
แม้ว่าเหตุการณ์ในปี 1969 จะได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนในช่วงหลัง แต่ในช่วงแรก ชาวบ้านและสื่อมวลชนในท้องถิ่นไม่ได้ให้ความสำคัญกับเหตุการณ์นี้มากนัก หลายคนในชุมชนต่างสงสัยและไม่เชื่อในเรื่องการลักพาตัวโดยมนุษย์ต่างดาว บางคนมองว่ามันเป็นเพียงเรื่องราวที่สร้างขึ้นเพื่อเรียกร้องความสนใจ

ในทางกลับกัน กลุ่มนักวิจัย UFO และผู้ที่เชื่อในเรื่องการลักพาตัวโดยมนุษย์ต่างดาวได้พยายามค้นคว้าและศึกษาถึงความเป็นไปได้ในการเกิดเหตุการณ์ลักพาตัวครั้งนี้

แต่ความสนในใจเรื่อง UFO ได้ถูกกระตุ้นความสนใจอีกครั้ง เมื่อเกิดเหตุการถ่ายภาพยานยินลึกลึกได้ ในเดือนพฤศจิกายน 2004 นักบินนาวิกโยธินสหรัฐฯ สองคนได้พบเห็นวัตถุบินลึกลับขนาดใหญ่ที่มีรูปร่างทรงรีคล้ายลูกอม ซึ่งได้รับการขนานนามว่า "Tic-Tac" ในระหว่างการฝึกซ้อมที่ชายฝั่งแคลิฟอร์เนีย วัตถุดังกล่าวมีความยาวประมาณ 12 เมตร และเคลื่อนที่ได้ด้วยความเร็วสูงและเปลี่ยนทิศทางอย่างรวดเร็ว ซึ่งผิดปกติจากพฤติกรรมของอากาศยานทั่วไป

นักบิน  เดวิด ฟราเวอร์  และ ผู้ช่วยนักบิน อเล็กซ์ ดีทริช ได้รับการแจ้งเตือนจากเจ้าหน้าที่เรดาร์บนเรือ USS Princeton ว่ามีวัตถุที่ไม่สามารถระบุได้ในบริเวณใกล้เคียง ขณะที่พวกเขาบินเข้าไปใกล้ วัตถุก็หายไปอย่างรวดเร็ว หลังจากนั้น พวกเขาได้บันทึกวิดีโอของวัตถุนี้โดยใช้ระบบกล้อง FLIR บนเครื่องบิน F/A-18 Hornet ซึ่งเผยให้เห็นความเคลื่อนไหวที่ผิดปกติของวัตถุ

เหตุการณ์นี้ถูกเก็บเป็นความลับทางทหารในช่วงหลายปีแรก แต่ในปี 2017 วิดีโอและรายงานที่เกี่ยวข้องได้ถูกเปิดเผยสู่สาธารณะโดย New York Times การเปิดเผยนี้ทำให้เหตุการณ์ Tic-Tac กลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจและการศึกษาเพิ่มเติมในวงการวิทยาศาสตร์และการทหาร กระตุ้นให้มีการวิจัยและการศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นในท้องฟ้าด้วย

#สรุปเหตุการณ์การลักพาตัวโดยมนุษย์ต่างดาวในเบิร์กเชียร์
เหตุการณ์การลักพาตัวโดยมนุษย์ต่างดาวที่เกิดขึ้นในเบิร์กเชียร์ รัฐแมสซาชูเซตส์ เมื่อวันที่ 1 กันยายน 1969 เป็นเหตุการณ์ที่ยังคงเป็นปริศนามาจนถึงปัจจุบัน หลายคนในพื้นที่ได้พบเจอกับปรากฏการณ์ประหลาดที่ไม่สามารถอธิบายได้ ไม่ว่าจะเป็นแสงสว่างที่ไม่รู้ที่มาบนท้องฟ้า หรือการสูญเสียเวลาชั่วขณะ หลายคนเชื่อว่าพวกเขาถูกลักพาตัวขึ้นไปยังยานอวกาศของมนุษย์ต่างดาว ซึ่งมีการตรวจสอบร่างกายและส่งผลกระทบต่อจิตใจและชีวิตของพวกเขาต่อมา

ทั้งยังเป็นจุดเริ่มต้นให้คนรุ่นใหม่ได้รู้จักและสนใจในเหตุการณ์นี้มากขึ้น เรื่องราวการลักพาตัวโดยมนุษย์ต่างดาวในเบิร์กเชียร์ยังคงเป็นปริศนาและเป็นที่ถกเถียงในวงการวิจัย UFO และผู้คนทั่วโลก

@วาทิน ศานติ์ สันติ
#SuperReviewChannel

#สรุปสารคดีUnsolvedMysteriesNetflix
#สรุปสารคดียูเอฟโอที่เบิร์กเชียร์
#สรุปสารคดีBerkshiresUFOUnsolvedMysteriesNetflix
#BerkshiresUFOUnsolvedMysteriesNetflix
#BerkshiresUFO
#ยูเอฟโอที่เบิร์กเชียร์