ทฤษฎีสมคบคิด เป็นแนวคิดและวาทกรรมที่นำใช้ในสังคมไทย โดยเฉพาะในทางการเมืองของไทย และมีการพูดถึงบ่อยขึ้น ซึ่งสร้างปัญหาและความสับสนให้กับสังคมเราไม่น้อย ทั้งนี้อาจจะเป็นการจงใจ หรือตั้งใจที่อยากให้เป็นเช่นนั้น หรือเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนในการนำใช้มโนทัศน์ดังกล่าวก็ไม่ทราบ แต่ที่แน่ๆ คือ ถ้าคนส่วนใหญ่เข้าใจมนโนทัศน์นี้คลาดเคลื่อนก็จะตกเป็นเยื่อของคนหรือกลุ่มคนที่นำแนวคิดนี้มาใช้เพื่อประโยชน์ของตนเองและพวกพ้องได้สมใจนึกของพวกเขาได้จริงๆ ก็ได้
ความจริงแล้วการรวมตัวกัน หรือสมคบกันคิดทำอะไรสักอย่างนั้น มีทั้งที่เป็นประโยชน์ และเป็นโทษ แต่การรวมตัวกันหรือสมคบกันทำสิ่งมีเงื่อนงำ และ ‘สร้างเรื่องไม่เป็นเรื่องให้เป็นเรื่อง เพื่อผลประโยชน์ตามจุดมุ่งหมายของตนเองและพวกพร้อง (แต่เป็นโทษกับสังคมและประเทศชาติ) นั้น’ เป็นพฤติกรรมที่เรียกว่าที่ ‘conspiracy theory’ ดังนั้นที่แปลว่าเป็น ‘ทฤษฎีสมคบคิด’ นั้นจึงไม่น่าจะตรงกับมโนทัศน์ของทฤษฎีเท่าที่ควร น่าจะแปลว่า ‘ทฤษฎีปั้นเรื่องหาแนวร่วม’ มากกว่า เพราะเป็น ‘กระบารปั้นน้ำเป็นตัวเพื่อสร้างแนวร่วมสู่เป้าหมายตามวัตถุประสงค์ของตนเองและพวกพ้อง’ เป็นหลัก ซึ่งเป็นฤติกรรมและกระบวนการที่เป็นปัญหาของสังคม ดังนั้นนักวิชาการตะวันตกจึงเสนอ conspiracy theory ขึ้นมาเพื่อเตือนสติคนในสังคม และให้รัฐบาล หรือผู้มีอำนาจได้สืบหาความจริงว่าจริงๆ เป็นอย่างไร สังคมจะได้กระจ่างซึ่งถ้าเป็น ‘กระบวนการปั้นน้ำเป็นตัว’ แล้วนอกจากจะให้คนหรือกลุ่มคนที่กุเรื่องขึ้นมาได้ผลประโยชน์แลั้วยังจะสร้างความเข้าใจผิดให้กับคนส่วนใหญ่ของสังคมซึ่งไม่อาจจะเข้าถึงข้อมูลหรือความจริงเหล่านั้นได้ ซึ่งจะสร้างปัญหาให้กับสังคมอย่างยิ่ง แต่ถ้าสิ่งเหล่านั้นเป็นความจริง ก็เป็นการรวมตัวกันหรือสมคบคิดกันอย่างสร้างสรรค์และเป็นประโยชน์กับประเทศชาติ ไม่ใช่พฤติกรรมตาม ‘conspiracy theory : ทฤษฎีปั้นเรื่องสร้างแนวร่วม’
ประเด็นที่ผมเห็นว่าเป็นปัญหาที่เกิดจากการแปล ‘conspiracy theory’ ว่า ‘ทฤษฎีสมคบคิด’ เพราะคำว่า ‘ทฤษฎี’ เป็นหลักคิดที่น่าเชื่อในการอธิบายปรากฏการณ์ ดังนั้นการนำใช้ทฤษฎีมาอธิบายปรากฏการณ์ ก็เลยทำให้คนเข้าใจว่าสิ่งนั้นเป็นจริง เพราะมีทฤษฎีอธิยาย ซึ่งทำให้การปั้นน้ำเป็นตัวดังกล่าวสมจริงสมจังมากขึ้นครับ [เพราะมีทฤษฎีรองรับ] โดยเฉพาะมีการนำเสนอว่ามีใครสบคบคิดกับใคร และมีกระบวนการ ในการสมคบคิดกันอย่างไร และมีเป้าหมายในการสมคบคิดกันอย่างไร ทำให้เรื่องที่กุขึ้น หรือปั้นน้ำเป็นตัวนัน สมจริงสมจัง และจะทำให้คนส่วนใหญ่ที่ขาดข้อมูล หรือขาดการคิดวิเคราะห์ก็จะหลงเชื่อ แล้วสร้างปัญหาให้กับสังคมและประเทศชาติได้ในที่สุด
Wikipedia (2024) อธิบาย Conspiracy Theory ว่า เป็นทฤษฎีอธิบายเหตุ์การณ์ หรือสถานการณ์ที่มีเนื้อหาที่เป็น conspiracy (ซึ่งผมแปลว่าปั้นน้ำเป็นตัว หรือปั้นเรื่อง) โดยผู้มีอำนาจ หรือกลุ่มผู้อยากได้อำนาจ หรือกลุ่มผู้ประสงค์ร้าย (sinister group) ซึ่งโดยทั่วไปมักจะมีแรงจูงใจทางการเมือง สร้างขึ้นโดยการบิดเบือนข้องเท็จริง หรือจริงบ้างเท็จบ้าง ทั้งที่จริงๆ แล้วมีคำอธิบายอื่นที่อธิบายเหตุการณ์หรือปรากฏการณ์นั้นได้ดีกว่าและถูกต้องกว่า แต่จงใจจะบิดเบือนเพื่อผลประโยชน์ของตนเองและพวกพ้อง
ทฤษฎีสมคบคิด (ซึ่งต่อไปผมจะเรียกว่า ‘ทฤษฎีปั้นเรื่องสร้างแนวร่วม’) นี้ตั้งอยู่บนฐานของการมีอคติ หรือใช้อำรมณ์ [เหนือเหตุผล] หรือขาดข้อมูลที่เพียงพอ Wikipedia ยกตัวอย่างเหตุการณ์ปั้นน้ำเป็นตัวที่การสร้างความเชื่อผิดๆ แล้วทำให้เกิดผลเสียต่อมนุษยชาติ เช่น กรณีการสร้างเรื่องที่ทำให้คนเข้าใจผิดเกี่ยวกับโรคเอดส์ในทวีปแอฟริกา ซึ่งทำให้คนที่นั่นเสียชีวิตไปกว่า 300,000 คน เป็นต้น
ความเข้าใจผิดจากการปั้นน้ำเป็นตัวในสมัยก่อนมีผลกระทบในวงแคบเพราะการเผยแพร่ข่าวสารข้อมูลมีวงจำกัด แต่ในยุคไร้พรมแดนอย่างปัจจุบัน พร้อมทั้ง application สื่อสารทรงพลังอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบันนั้น ทำให้การกระจายข่าวสารที่กุขึ้นกระจายไปอย่างรวดเร็ว จึงสร้างปัญหาให้กับสังคมและประเทศในวงกว้างได้มากขึ้น รวดเร็วขึ้น และอันตรายมากขึ้นครับ
Wikipedia เสนอทางแก้ปัญหาทฤษฎีนี้โดยการเป็นสังคมเปิดมากขึ้น ส่งเสริมให้คนมีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ และลดความคลุมเครือ ความกังวล และความไร้อำนาจในตนลง และผมเห็นว่าสิ่งที่ผู้มีอำนาจ หรือรัฐบาลควรทำคือการค้นหาต้นตอของเรื่องให้ได้ว่าเป็นการจริง หรือปั้นน้ำเป็นตัว จะหยุดปัญหาไม่ให้ลุกลามครับ
จริงๆ แล้วผมศึกษาแนวคิดนี้หลายแหล่งก่อนเขียนบทเขียนนี้ แต่ทุกแหล่งข้อมูลไม่แตกต่างไปจากที่ Wikipedia นำเสนอ และงานเขียนของ Wikipedia ก็มีการอ้างอิงสมบูรณ์พอสมควร ท่านที่มีเวลาอาจจะศึกษาจาก Wikipedia และ Sources อื่นเพิ่มได้ แต่อย่างน้อยผมเชื่อว่าบทเขียนของผมน่าจะสร้างความเข้าใจเรื่องนี้ได้พอสมควรครับ
สมาน อัศวภูมิ
18 สิงหาคม 2567
SO, that is what I was thinking about when I was writing https://www.gotoknow.org/journals/174649 . In that I put up two sides of one coin: one for the general public and another for the few ‘conspirators’ ;-)
Thank you, SR: Thai people are confused by this types of stories and I think it is high time to speak out. Thank you for your comment.