ยุคก่อนประวัติศาสตร์ลายลักษณ์และยุคหิน มีข้อมูลภาพ การแกะสลัก ข้อมูลศิลปะและความเป็นไปได้ของอรรถประโยชน์การผลิตวัตถุใช้สอย บ่งชี้เกี่ยวกับมนุษย์ ที่ขาดแคลนวิธีอ่านศึกษา แสดงระบบภูมิปัญญาและหมุดหมายพัฒนาการทางสังคมอย่างเป็นระบบ ให้มีน้ำหนักที่เพียงพอต่อการสร้างความรู้ความเข้าใจอดีต ปัจจุบัน อนาคต เพื่อเห็นฐานพหุปัจจัยที่สัมพันธ์การวิวัฒน์ความเจริญงอกงามและนำการเปลี่ยนแปลงสิ่งต่างๆ ที่เหมาะสม ให้รอบด้านมากที่สุด 

               วิธีการพหุลักษณ์ข้อมูลและแนวปัญญาปฏิบัติเชิงสะท้อนคิด วิพากษ์ศึกษารอบด้านปรากฏการณ์ภายนอก หยั่งประมาณปรากฏการณ์ต่างๆจากภายในตนของมนุษย์ด้วยกระบวนการฝึกหัดและจัดระบบที่เหมาะสม แล้วผสานพหุมิติ ประกอบสร้างสิ่งแสดงและการทำให้ปรากฏขึ้นได้ของมณฑลภาวะชุดใหม่มิติที่สาม ให้ประมาณประสบการณ์เชิงประจักษ์ด้วยตนเองได้ กระทั่งสามารถสื่อแสดง ประกอบสร้างสารัตถะเนื้อหาและปัญญาหมู่ (Collective Wisdom) ด้วยวงจรเชิงปฏิบัติการมุขปาฐะชุดคุณภาพใหม่จากการระดมสร้างด้วยพหุวิทยาการปัญญา ก็จะทำให้สามารถเกิดการรับรู้ใหม่ เห็นคุณค่าและระบบความหมายที่เปลี่ยนไปของศิลปะ วัฒนธรรม ระบบสังคมยุคหิน เห็นประวัติศาสตร์ศิลปะ สังคมสิ่งแวดล้อม สถาปัตยศิลป์ ศิลปะเชิงสังคม ระบบจัดการเชิงพื้นที่ฐานสุนทรียพลานามัย สุขภาวะมูลฐาน สุขภาวะนิเวศ และกิจกรรมต่อการวิวัฒน์ถิ่นฐานของมนุษยชาติ ก่อนยุคประวัติศาสตร์ลายลักษณ์ ที่ขยายพรมแดนการรับรู้ใหม่ ให้คุณค่าต่อการได้สิ่งแสดงของจริง ได้แนวปฏิบัติและจัดการใหม่ต่อแหล่งท่องเที่ยวพัฒนาการเรียนรู้สร้างความซาบซึ้งต่อถิ่นฐาน ทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม ศิลปะและภูมิวิทยาการพหุปัญญาโบราณ สร้างสุขภาวะคุณภาพแห่งชีวิตมวลชน และได้แหล่งการเรียนรู้ด้วยชุดคุณค่าใหม่ของสังคมพลเมือง อีกเป็นจำนวนมาก  

               ในเบื้องต้นของประวัติศาสตร์ก่อนลายลักษณ์นั้น [1] ต้องอาศัยข้อมูลอวจนภาษา ข้อมูลวัตถุสิ่งแสดงการสรรสร้างของมนุษย์ และองค์ประกอบสิ่งสรรสร้างทางศิลปะ เชิงสะท้อนความหมายและส่องทางกับภูมิปัญญาวิทยาการลายลักษณ์ ซึ่งจะพบว่าการสร้างรูป อารมณ์ภาพ การจัดองค์ประกอบแวดล้อม การสร้างทัศนียภาพ ถ้ำ คูหา เพิงผา ภูผา เกาะกลางทะเลมหาสมุทร ภูมิศาสตร์และอาณาบริเวณการสร้าง ตำแหน่ง ขนาด ระยะ มุมการมอง รวมทั้งข้อสันนิษฐานต่อเทคนิควิธีการสร้างสี การเขียน และอื่นๆ ในทางศิลปะ การศึกษาทางโบราณคดี การศึกษาทางห้องปฏิบัติการ การศึกษาประวัติศาสตร์วัตถุทางศิลปะและสิ่งสรรสร้าง เหล่านี้ ทั้งในประเทศไทย และในทุกท้องถิ่นภูมิภาคของโลก ต่างก็เป็นที่ยอมรับและเห็นสอดคล้องกันประการหนึ่งว่า ไม่สามารถสร้างสรรค์ขึ้นได้ด้วยทักษะและวิธีการของคนทั่วไปที่ไม่ได้ผ่านการฝึกฝน ผู้เขียนได้ฟังการเสวนาในสื่อออนไลน์ยูทูป ของศาสตราจารย์พิเศษศรีศักดิ์ วัลลิโภดม และ อาจารย์วลัยลักษณ์ ทรงสิริ นักศิลปวิทยาการโบราณคดี แห่งนิตยสารเมืองโบราณ มูลนิธิเล็ก - ประไพ วิริยะพันธุ์ ที่สามารถสะท้อนคิดพหุปัญญา วิเคราะห์ประพันธอักษรศิลป์ และวิพากษ์เชิงทฤษฎีได้จากหลายฐานวิทยาการเมื่อไม่นานมานี้ ก็ได้สะดุดข้อสังเกตของอาจารย์ประการหนึ่งต่อลักษณะของภาพเขียนสีที่ค้นพบในหลายแหล่งของประเทศไทย ซึ่งท่านกล่าวโดยสรุปว่า แบบปรากฏทางทัศนศิลป์ สุนทรียศิลป์ บ่งบอกได้ถึงอัจฉริยภาพของผู้สร้าง ที่มิใช่ทักษะของคนทั่วไป มิใช่การเขียนเล่นและสร้างขึ้นอย่างปราศจากอรรถประโยชน์ใช้สอย 

                 ทรรศนะดังกล่าว จัดว่าสอดคล้องกับสิ่งที่นักศิลปะโดยทั่วไปก็รู้จัก ที่จะให้การยอมรับและยกย่องส่วนประกอบสร้างงานศิลป์ (Arts Elements) ในถ้ำ ดินเผา เซรามิก หิน ในยุคก่อนการจารจารึกภาษาลายลักษณ์ ว่าอุดมไปด้วยความงาม สุนทรียศิลป์ ความบริสุทธิ์ สะอาด เรียบง่าย ลงตัว ที่สะท้อนความสามารถสังเกต การฝึกฝน ความชำนาญ ความสามารถทางสุนทรียปัญญา และสะท้อนสู่การสร้างสรรค์แบบอย่างทางศิลปะ ในขั้นที่เหนือกว่าคนทั่วไป ข้อมูลทางศิลปะจึงเป็นประจุประวัติศาสตร์องค์รวมแห่งวิวัฒนาการของสังคมและมนุษยชาติก่อนยุคประวัติศาสตร์ลายลักษณ์ ที่จะทำให้เห็นฐานรากร่วมกันของพหุลักษณ์สังคมในลำดับต่อมาจนถึงปัจจุบันและอนาคต ได้อีกเป็นจำนวนมาก

                 ปาโบล ปิกัสโซจิตรกรเอกของโลก ที่ได้รับการยกย่องว่าก้าวหน้าและทรงอิทธิพลที่สุดในยุคปลายศตวรรษที่ 19 และศตวรรษที่ 20 ก็เป็นผู้หนึ่งที่ให้ข้อสังเกตและสะท้อนคิดว่า ความงามและอัจฉริยภาพของเส้น สี ขนาด มิติสัมพันธ์ การลดทอน การสร้างรูป การวางแบบแผน และอื่นๆ ดังปรากฏในภาพเขียนสีในคูหาและบนผนังถ้ำลาสโก ประเทศฝรั่งเศส นับแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์เมื่อ 15,000-3,000 ปีก่อนนั้น บ่งบอกว่าแม้ผ่านไปอีกหลายพันหลายหมื่นปี ผ่านยุคสมัยและคลื่นวิวัฒนาการสืบเนื่องมาอีกยาวนานในอารยธรรมของมนุษยชาติแล้ว ก็ไม่มีการค้นพบและสามารถสร้างสรรค์สิ่งใหม่ใดให้เกิดขึ้นได้เลย ไม่สามารถหลุดออกจากอัจฉริยภาพและปรีชาญาณดังการแสดงให้ปรากฏได้ในงานศิลปะถ้ำ วัฒนธรรมของภูผานคร (ของถ้ำลาสโก : ผู้เขียน) ซึ่งหมายความว่าความรุ่งเรืองและระบบภูมิทางปัญญา ที่ปรากฏขึ้นในยุคหินนั้น มีความสูงส่ง มีนัยสำคัญ และเห็นฐานรากความถ่องแท้ หยั่งถึงกระแสธารพลวัตความสืบเนื่องอันยาวไกล ลึกซึ้ง ในอีกหลายประการ ที่มากกว่าวัตถุสิ่งของทางศิลปะ มาแต่ยุคหิน ยุคก่อนประวัติศาสตร์ลายลักษณ์ และก่อนยุคเหล็ก เมื่อกว่า 15,000-3,000 ปีมาแล้ว

อธิบายภาพ : จำลองภาพเขียนสีผาหมอนน้อย ผาแต้ม อุบลราชธานี แสดงให้เห็นได้ถึงการลดทอนองค์ประกอบพื้นฐานที่สุดให้เหลือเพียงเส้น สี และจุด อณูและมิติเล็กที่สุดไม่สามารถแบ่งแยกต่อไปได้อีกในทางทัศนธาตุ (Visual Arts Element) แต่แสดงอารมณ์จิตใจ ภาวะกระจ่างแตกฉานทางภูมิปัญญาการสังเกตเห็นแจ้งโลกแห่งสรรพสิ่ง และองค์รวมทั้งหมดได้อย่างสมบูรณ์ ซึ่งเป็นที่ยอมรับของนักศิลปะและในทางศิลปะว่างามและลงตัว มานานแล้ว การประกอบสร้างพหุปัญญา ด้วยพหุลักษณ์ข้อมูลและจัดปัจจัยองค์ประกอบเสริมพลังการวิเคราะห์ร่วมกันของพหุวิทยาการ จะเสริมนัยสำคัญจากอีกหลายมิติที่เห็นไม่ได้จากศาสตร์และวิทยาการเชิงเดี่ยว ให้สามารถสรรแสดงเป็นที่ปรากฏ หยั่งถึงสิ่งจริงแท้ต่างๆร่วมกันได้ ด้วยวิธีวิทยา ‘ศิลปวิทยวัฒนธรรมวิวัฒน์’ [2]ในกระบวนการทางการศึกษาและการวิจัยพัฒนาภาคปฏิบัติการมณฑลพหุลักษณ์สังคมยุคใหม่ ผสานยึดโยงเสริมเป็นพลวัตปัจจัยกันของระบบมหภาคและจุลภาคของสังคมโลกหลังการศึกษาและวิทยาการเทคโนโลยีก้าวหน้า  

                  องค์ประกอบสุนทรียศิลป์ Figurative การสร้างจังหวะ Kerning Arts ภาพเขียนสีในแหล่งต่างๆของประเทศไทยก็เช่นเดียวกัน นักศิลปะ นักวิทยาการประวัติศาสตร์ศิลป์ นักศิลปวิจักษ์เชิงทฤษฎี ต่างก็ยอมรับและเห็นสอดคล้องกันมานานแล้วว่า มีความงาม สะอาด ชัดแจ้ง และมีพลังกระจ่างทางปัญญา เห็นการค้นพบหลักเกณฑ์และองค์ประกอบศิลป์ หลักการสรรสร้างองค์ประกอบประพันธศิลป์ มานานอย่างงดงามแล้วนับแต่ยุคหินและยุคก่อนประวัติศาสตร์ แม้แต่วิธีการสร้างองค์ประกอบการฉายทัศนียภาพ การจัดระยะ การกำหนดแสงเงา ซึ่งเป็นเครื่องมือศิลปะที่ก้าวหน้าและก่อเกิดแบบแผนศิลปคลาสสิกอย่างหนักแน่นแข็งแรงของยุคโรแมนติกและยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาหรือยุคเรอนาซองซ์ของยุโรป ในศตวรรษที่ 15 ก่อนพลวัตสังคมโลกเข้าสู่ยุควิทยาศาสตร์และยุคอุตสาหกรรมในศตวรรษที่ 17 เหล่านี้ ก็เป็นสิ่งค้นพบและปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจนแล้วในศิลปะภาพเขียนสี ทั้งในฝรั่งเศส และทั่วโลก สอดคล้องกับคำกล่าวของปิกัสโซและนักศิลปะโดยทั่วไปเมื่อเห็นงานศิลปะดังกล่าวในยุคก่อนประวัติศาสตร์แล้ว ก็เห็นแบบเดียวกัน

                 การปรากฏสิ่งสรรสร้าง งานศิลป์ และก่อเกิดสิ่งแสดงให้เห็นในแนวเดียวกัน ทั้งรูปแบบ วิธีการ การค้นพบสี การเลือกสรรแหล่งจารึก ในยุคโบราณก่อนประวัติศาสตร์ ซึ่งยังขาดการติดต่อและสร้างกิจกรรมทางสังคมถึงกันมากของสังคมโลกนั้น เป็นการยากที่จะกล่าวว่าแบบแผนต่างๆที่พบ จะเป็นพหุลักษณ์ข้อมูล หลักฐานเชิงประจักษ์ และสิ่งแสดง ที่บ่งชี้การถ่ายทอด เรียนรู้ ส่งต่อ แพร่กระจายสู่กันในขอบเขตทั่วโลก ด้วยแบบแผนและระบบสังคมดังที่จะสามารถเข้าใจได้ด้วยแนวทางการศึกษาที่นิยมกันทั่วไปในปัจจุบัน แต่หากใช้วิธีบูรณาการ ผสมผสานทรรศนะ การวิพากษ์เชิงทฤษฎีพหุวิทยาการ ของการสังเกตภายนอก (External Theoretical Analysis Methodology : ผู้เขียน ) ร่วมกับการหยั่งสะท้อนคิดจากประสบการณ์ภายในปัญญาปฏิบัติ ของการสังเกตทางตรงและประสบการณ์เชิงประจักษ์ด้วยการเข้าสู่จุดยืนผู้สร้าง ไม่ใช่เพียงเป็นผู้ชม ผู้บริโภค ผู้คล้อยตามกระแสนิยม และวางตนเป็นผู้สังเกตภายนอกดังวิธีวิทยาอันจำกัดกันทั่วไป แล้วสะท้อนการเห็นภูมิปัญญาภายใน (Internal Theoretical Creator Reflexive Methodology : ผู้เขียน ) ก็จะสามารถเห็นมณฑลภาวะเชิงปรากฏการณ์หนึ่ง ของการก่อเกิดขึ้นเองเมื่อถึงพร้อมด้วยพหุปัจจัยในตน ซึ่งนักศิลปะจะเรียกว่าภาวะความบันดาลใจตามการถึงพร้อมต่างๆ ของมนุษย์ เป็นภาวะแห่งตน สัจจการแห่งตน ภาวะความจริงแท้ อย่างหนึ่ง ที่ออกมาจากอารมณ์ ความรู้สึก ธรรมชาติพื้นฐาน และภาวะปัจเจกภาพ บนความเป็นตัวของตัวเอง ของมนุษย์ทุกคน นักศิลปะในทุกแขนงจะรู้จักสิ่งนี้ดีและเห็นตรงกันเองโดยธรรมชาติในทุกสังคม ทุกยุคสมัย ปฏิบัติถึงพร้อมเมื่อใดก็ได้ผลเช่นนั้นแบบเดียวกันเสมอ [3]

                  กล่าวได้อีกอย่างหนึ่งว่า เป็นธรรมชาติเดิมแท้ด้านองค์ประกอบสุนทรียปัญญาและปัญญาปฏิบัติของมนุษย์โฮโมซาเปียน ที่มีอยู่ในกระแสธารวิวัฒนาการของชีวิต เป็นภาวะจริงแท้จากกระบวนการคัดสรรของธรรมชาติ ความสามารถเรียนรู้ การมีความคิด จิตใจ อารมณ์ความรู้สึก มีความละเอียดอ่อน เติบโตงอกงามทางสุนทรียปัญญา และปรับตัวไปกับธรรมชาติแวดล้อม เหล่านี้ เป็นคุณลักษณะและองค์ประกอบธรรมชาติชีวิตของโฮโมซาเปียน [4] เมื่อมีพหุปัจจัยและองค์ประกอบการถึงพร้อมต่างๆ ที่เพียงพอธรรมชาติภาวะจิตเดิมและรูปการณ์เจตจำนงเดิมแห่งพุทธะของโฮโมซาเปียน ก็จะเผยแสดง ผุดภาวะบังเกิดได้เอง ให้เป็นที่ปรากฏ สะท้อนสู่สิ่งสรรสร้างต่างๆ ออกมาได้แบบเดียวกัน เป็นคุณลักษณะและองค์ประกอบพื้นฐานในวิวัฒนาการชีวิตของโฮโมซาเปียน ซึ่งในภาวะหนึ่งก็จะปรากฏขึ้นเองเช่นเดียวกัน ความแตกต่างหลากหลาย ห่างไกลกันจากฐานรากเดิม เป็นเพียงสิ่งปิดทับอันเป็นผลสืบเนื่องของกิจกรรมสังคมมนุษย์ในถิ่นฐานและสิ่งแวดล้อมยุคสมัยหนึ่งๆเท่านั้น (ทรรศนะผู้เขียน)

               เส้นสีแม้เพียงเล็กน้อย ไม่กี่เส้น ไม่กี่น้ำหนัก แต่กลับทรงพลัง เห็นและรู้สึกถึงอารมณ์จิตใจได้แม้กาลผ่านไปนับหมื่นนับพันปีของถ้ำลาสโก ผาแต้ม และทุกแห่งในหลายถิ่นฐานทั่วโลก นักศิลปะต่างยอมรับกันว่า แม้ในยุคใหม่ก็ยากนักที่จะสามารถสร้างฟอร์มความงาม แบบทางศิลปะ Space and Form เพื่อประจักษ์ต่อรูปการณ์แห่งอารมณ์ ความรู้สึก ภาวะแห่งจิตใจ ในรูปธรรมและนามธรรมต่างๆ ยกระดับการเข้าถึงมณฑลแห่งพหุปัญญาฉายฉานร่วมกันของมนุษย์ ได้เสมอกับที่ปรากฏแล้วในยุคก่อนประวัติศาสตร์ อีกทั้งการผลิตสี วิธีการเขียน การลำดับภาพ ขนาดใหญ่ กว้างขวาง สูง บ้างยาวหลายกิโลเมตร บ้างสูงเกินจะสร้างได้แม้มีกำลังคนนับร้อยนับพัน บ้างอยู่ในที่ไร้แสงสว่าง แม้เพียงการอยู่อาศัยอย่างเดียว ก็เกินจะอยู่ได้เป็นเวลานาน อีกทั้งการกัดฝังตัวลงไปในเนื้อหินของสี และการทำให้หลอมละลายเกิดคุณสมบัติใหม่ของวัสดุ ที่คงทนยาวนาน อีกนานับประการเหล่านี้ แม้ในยุควิทยาการและมีความก้าวหน้ามากแล้วในยุคสมัยนี้ ก็ตระหนักกันได้ดีว่า ไม่สามารถจะสร้างให้เทียมเท่าได้โดยง่าย

                 สิ่งที่ผุดก่อเกิด แสดงให้เป็นที่ปรากฏ เงื่อนไขแวดล้อม และรูปการณ์เชิงประจักษ์ดังกล่าว จะสามารถพิจารณาใหม่ด้วยแนวทางหนึ่งและในอีกมิติหนึ่ง ให้เห็นกระบวนการภูมิปัญญาระดับดำเนินไปกับวิวัฒนาการของมนุษย์ ซึ่งลึกซึ้งกว่าระดับศักยภาพทางสมองของมนุษย์ในระดับบุคคล แต่อยู่ในระบบปัญญามีชีวิตในพหุปัจจัยและองค์ประกอบต่างๆ ของโฮโมซาเปียน ห้วงชีวิตหนึ่งๆของมนุษย์ จึงมีฐานะเป็นมือ ผู้สร้างและเผยแสดงมณฑลภาวะดังกล่าวให้ปรากฏตามยุคสมัยและตามสภาพแวดล้อมของตน อีกทั้ง เมื่อเหตุปัจจัยแวดล้อมต่างๆถึงพร้อม ฐานรากชีวิตและกระแสธารวิวัฒน์นับเนื่องส่งผ่านถึงกันในธรรมชาติ ก็สามารถบังเกิดและปรากฏให้เห็นเหมือนกันได้ในขอบเขตทั่วโลก แม้ขาดการติดต่อเชื่อมโยงกัน

                 กระบวนการภูมิปัญญาเชิงวิวัฒนาการและมีพลวัตสืบเนื่องอยู่ในธรรมชาติพื้นฐาน ประกอบสร้าง กาย จิตใจ สมอง จิตวิญญาณ สังคม สิ่งแวดล้อม ของมวลมนุษย์ ที่มีอยู่ในกระบวนการคัดสรรของธรรมชาติและงอกงามขึ้นด้วยธรรมชาติการเรียนรู้มีชีวิตของมนุษย์โฮโมซาเปียน ดังกล่าวนี้ มีฐานชีวิตและฐานรากอันไม่สามารถสร้างและถ่ายทอดขึ้นจากปัจจัยภายนอกให้ทัดเทียมกับสิ่งที่งอกงามอยู่ในวิวัฒนาการธรรมชาติ กระบวนการเข้าถึง เสริมพลังปัจจัยองค์ประกอบ ให้ความสำคัญอย่างสูงสุดต่อปัจจัยมนุษย์ ปัจจัยคน ที่สูง หยั่งลึก และเข้าถึงความจริงแท้ ได้ถูกต้องเหมาะสมมากกว่าการสร้างขึ้นแนวทางหนึ่งก็คือ การแกะสลักสิ่งกำบังออกเหมือนการแกะสลักหิน การเปิดและเสริมพลังศักยภาพความงอกงามในตน บนความเป็นตัวของตัวเองของมนุษย์ การลดสิ่งปิดกั้น ลดสิ่งกดทับ การสร้างกำลังปัญญาที่มีกำลังแก้ปัญหา ยกระดับการเผชิญสถานการณ์ ด้วยความสัมพันธ์เชิงปฏิบัติการ เรียนรู้ และมุ่งบรรลุมรรคผลการปฏิบัติ ได้อย่างเหมาะสมรายกรณีในทุกระดับของสังคม    

                ธรรมชาติภาวะจิตเดิมแห่งพุทธะของโฮโมซาเปียน การศึกษาเปิดแสดงรูปการณ์สิ่งประจักษ์แจ้ง รูปธรรม นามธรรม และภาวะพลวัตพหุปัจจัย สลายกรอบกำบัง เครื่องปิดกั้น กดทับ เสริมพลังสัญญาณการก่อเกิดวิวัฒนาการ พลวัตพหุปัจจัยฐานชีวิต อิสรภาพแห่งการสรรสร้างปัญญาปฏิบัติ เป็นแนวทางหนึ่งของการพัฒนาระบบวิธีคิด ออกแบบและจัดการศึกษา ปฏิรูปการเรียนรู้และเสริมพลังการจัดบทบาทความสัมพันธ์กันของทุกองค์ประกอบ ยกระดับ ทวีคูณกำลัง และเสริมพลัง ด้วยวิทยาการและเทคโนโลยีสมัยใหม่ ของสังคมยุคใหม่ ได้อย่างเหมาะสมที่สุด การสังเคราะห์ตัวแบบปฏิบัติเชิงทฤษฎีพหุมิติ ตรวจสอบ ศึกษาทบทวนปรากฏการณ์ของสังคมในระยะ 100 ปี และปฏิบัติการเรียนรู้ไปกับหลายของเขตในทุกระดับของสังคมในระยะ 30-40 ปีที่ผ่านมา ให้ชุดข้อมูลความรู้และปัญญาปฏิบัติหลากหลายบริบทสถานการณ์ จะแสดงรูปการณ์ปฏิบัติ อันเป็นฐานสร้างพหุปัญญาสู่มณฑลพหุลักษณ์สังคม เปิดสิ่งปิดกั้น เผยแสดงภาวะจิตเดิมแท้และระบบคุณค่าแท้ของสังคม เสริมพลังฐานรากการวิวัฒ์ในตนในเงื่อนไขแวดล้อมอย่างใหม่ ด้วยพหุปัญญาวิถีของพหุวิทยาการ ‘ศิลปวิทยวัฒนธรรมวิวัฒน์’ อย่างเหมาะสมยิ่งกว่าในอดีต ยิ่งๆขึ้น.

…………..

เชิงอรรถ :

[1] ชุดแนวคิดและนิยามปฏิบัติการเชิงสังเคราะห์ชั่วคราวโดยผู้เขียน

[2] ในทางทฤษฎีปัญญาปฏิบัติและวิทยาศาสตร์ความรู้นั้น (Wisdom Practice and Science of Knowledge) ภาพ เสียง ศิลปวัตถุ การแสดง การจัดองค์ประกอบให้ประสบการณ์เชิงประจักษ์ ดังเช่นในศิลปะการจัดวางและจัดสิ่งแสดง (Installation Arts and Performance Arts) จัดว่าเป็นข้อมูลสำคัญอย่างหนึ่ง แต่ด้วยข้อจำกัดของวิธีการศึกษาและการสร้างปัญญาปฏิบัติเพื่อบรรลุเป้าหมายร่วมกันด้วยวิถีแห่งปัญญาของสังคม มักจะขาดความสามารถวิพากษ์ทบทวนพหุลักษณ์ข้อมูลนอกพรมแดนข้อมูลเชิงประจักษณ์ลายลักษณ์และข้อมูลการวัดสังเกตได้จากภายนอก ทำให้ข้อมูลระดับฐานชีวิตของทุกวิทยาการขาดองค์ประกอบเชิงกระบวนการสังคมวัฒนธรรม ระบบความหมาย ระบบการแสดงความเป็นจริงในภาวะแห่งตนของมนุษย์ โดยเฉพาะในยุคการศึกษาสมัยใหม่ซึ่งมีอิทธิพลแก่สังคมที่มาทีหลังวิทยาการลายลักษณ์ของโลก แต่ความลึกซึ้งดั้งเดิมเป็นจำนวนมากจะอยู่ในระบบปัญญามุขปาฐะและภาคศิลปสุนทรียปัญญา ดังเช่นตัวอย่างระบบความหมายภาพเขียนสี  ต้องถูกลดทอน เลือกคัดออก หายไปด้วยวิธีการเชิงเทคนิคข้อมูลสารสนเทศในนิยามอันจำกัดเท่านั้น 

การวิพากษ์ทบทวนและสร้างวงจรปฏิบัติการศึกษาใหม่ด้วยพหุวิทยาการ พหุปัญญา พหุมิติ และพหุลักษณ์ข้อมูล จากหลายฐานวิทยาการ จะทำให้สามารถขยายพรมแดนการรับรู้ความเป็นจริงใหม่ได้อีกหลายด้าน เห็นบทบาทและนัยสำคัญในระดับรากฐานภูมิปัญยาชีวิตของศิลปสุนทรียปัญญา เห็นระบบสะท้อนยึดโยงของสังคมและถิ่นฐานในแบบแผนใหม่เพิ่มพูนความเข้มแข็งหนักแน่นที่มีแต่เดิม รวมทั้งสามารถเห็นปัจจัยองค์ประกอบสำคัญ ที่ส่งผลต่อการวิวัฒน์พลิกผันภาวะพื้นฐานเดิมแท้กับภาวะกดทับ ที่จะจำแนกสิ่งเกินความพอดีแและเห็นแนวสรรสร้างพัฒนาการความสอดคล้องกับศักยภาพจริงแท้ร่วมกันของมนุษย์ เพิ่มพูนโอกาสการบรรลุผลดังที่พึงประสงค์และเป็นไปไม่ได้ในวิถีทั่วไป ให้บังเกิดปัญญาปฏิบัติและได้ผลความเป็นจริงด้วยพื้นฐานจริงแท้เสมอกันในมนุษย์ทุกคน มากยิ่งๆขึ้น แนวทางดังกล่าวนี้จะให้ระเบียงทัศนียภาพและมิติการเห็นปรากฏการณ์ความเป็นจริงอีกหลายมิติที่สร้างความสมบูรณ์ถูกต้องได้ยิ่งๆขึ้น อีกทั้งจะสามารถสร้างรากฐานหยั่งลึก รองรับพลวัตพหุปัญญาในมณฑลพหุลักษณ์สังคมนอกภาคเอกเทศของทุกระบบ รวมทั้งภาคการศึกษาและพัฒนาการเรียนรู้มวลชน ซึ่งจะมีบนบาทสำคัญและส่งผลกระทบสืบเนื่อง ทรงพลังมากกว่าภาคทางการแยกส่วนดังในอดีต ยกระดับภาวะโดยธรรมชาติจากพหุปัจจัยถึงพร้อมเงื่อนไขแวดล้อมใหม่ มากยิ่งๆขึ้น  

[3] การแจม การด้น การแสดงสด ทางศิลปะ ดนตรี และในระดับศิลปวิทยา (Stage of Arts) ของทุกสรรพวิทยาการ การ Improvise การรินไหลทางสุนทรียปัญญา ความสด ความสะอาดบริสุทธิ์ การประสานเสริมสอดคล้องบนความแตกต่าง ความเป็นอิสรภาพสรรสร้างยึดโยง และความเป็นตัวของตัวองอย่างสูงสุด ที่การสังเกตและสดับชมภายนอกจะดูเหมือนเป็นความพิเศษ และในภาคศิลปะ นักศิลปะแขนงต่างๆ ก็มักจะยอมให้กับข้อจำกัดในการสะท้อนคิด ขาดการทบทวน วิพากษ์สร้างสุนทรียปัญญา ลดทอนให้เหลือเพียงยกให้เป็นองค์ประกอบทางอารมณ์ ความรู้สึก ความสนุก การไม่ต้องคิด เหล่านี้นั้น แท้จริงแล้วเป็นภาวะจิตวิญญาณแห่งปัญญาปฏิบัติ ที่ผ่านการฝึกฝน เข้าถึงความเป็นอิสระด้วยธรรมชาติ ภาวะสามัญ ความมีชีวิตและความสดใหม่เสมอ เป็นองค์รวมประการหนึ่งในพลังความงอกงามของชีวิตเลยทีเดียว   

[4] การใช้หิน กระดูก สามารถพบได้ทั้งในยุคก่อนประวัติศาสตร์ลายลักษณ์ แต่ไม่สามารถระบุจำแนกได้อย่างแน่ชัดระหว่าง มนุษย์นีแอนเดอร์ธัลกับมนุษย์โฮโมซาเปียน ทั้งโดยการศึกษาด้วยห้องปฏิบัติการและการวิเคราะห์ข้อมูลหลักฐานที่มีร่วมกัน แต่ภาพเขียนสี ศิลปะดินเผาและเซรามิก การขีด ตอกลิ่ม แกะสลักบนหิน และดินเผา ไหหิน การฝังศพ การสร้างระบบสังคมชีวิตหลังตาย จะสามารถระบุและจำแนกได้ว่าเป็นมนุษย์โฮโมซาเปียน : ผู้เขียน