[บันทึกที่ 15] บันทึกประสบการณ์การใช้ Business Model Canvas (BMC) เพื่อสร้างพื้นที่การสนทนาที่มีคุณภาพ


เมื่อวันพฤหัสฯ - วันศุกร์ที่ผ่านมาผมได้มีโอกาสไปร่วมวงสนทนากับเพื่อน ๆ กลุ่มหนึ่งที่พวกเขามีความตั้งใจที่จะทำ Project บางอย่างและเครื่องมือหนึ่งที่พวกเขาเลือกนำมาใช้ในการก่อร่าง Project นี้คือ Business Model Canvas (BMC) ซึ่งเป็นแผนภาพที่นิยมใช้กันมากในแวดวงธุรกิจต่าง ๆ ซึ่งใช้งานได้ดีทีเดียว แต่ด้วยความซุกซนของตัวเองที่มีความคิดว่า “เอ๊ะ… ไอเจ้า BMC มันสามารถคุยในมิติอื่น ๆ ได้บ้างไหมนะ ?” ผมเลยได้มีโอกาสที่จะชวนให้เพื่อน ๆ พูดคุยและใช้งานเจ้า BMC ในอีกรูปแบบหนึ่งและพบว่ามันน่าสนใจดีเหมือนกันนะเลยอยากนำมาบันทึกเก็บเอาไว้

• รู้จัก Business Model Canvas (BMC) คร่าว ๆ กันก่อนนะ
Business Model Canvas (BMC) ถูกคิดค้นโดย Alexander Osterwalder เขานำเสนอเจ้า BMC นี้ไว้ในหนังสือที่ชื่อว่า Business Model Generation โดย BMC เป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ช่วยออกแบบ Business Model ผ่านองค์ประกอบทั้ง 9 ที่ถูกมองว่ามีส่วนสำคัญที่สุดสำหรับการเริ่มต้นธุรกิจในทุกประเภท

9 องค์ประกอบสำคัญในการออกแบบธุรกิจตามแนวคิดของ Alexander Osterwalder ประกอบด้วย
• Customer Segments (CS) : กลุ่มลูกค้า
• Customer Relationships (CR) : การดูแลลูกค้า
• Channels (CH) : ช่องทางการติดต่อสื่อสารกับลูกค้า
• Value Proposition (VP) : คุณค่าของสินค้าและบริการ
• Key Activities (KA) : กิจกรรมหลักในการขับเคลื่อนธุรกิจ
• Key Resources (KR) : ทรัพยากรที่บริษัทมีอยู่
• Key Partners (KP) : หุ้นส่วน / คู่ค้า / พันธมิตร
• Revenue Streams (RS) : โมเดลการสร้างรายได้
• Cost Structure (CS) : ค่าใช้จ่ายเพื่อการดำเนินธุรกิจ [1]

โดยปกติแล้วเราก็จะกางตัว BMC ขึ้นมาแล้วก็คุยกันไปทีละช่อง เพื่อสำรวจและหาคำตอบที่ดีที่สุดไปใส่ไว้แล้วค่อย ๆ นำผลลัพธ์ที่ได้ไปขึ้นโครงสร้างทำแผนกลยุทธ์กันอีกครั้ง หรือบางกลุ่มอาจจะใช้การ์ดคำถามต่าง ๆ เข้ามาเป็นตัวช่วยให้การสำรวจและสืบค้นและค่อยตอบคำถามในแต่ละช่องลงใน Canvas แต่อย่างที่ผมกล่าวไว้ข้างต้นว่า… ด้วยความซุกซนของตัวเองที่มีความคิดว่า “เอ๊ะ… ไอเจ้า BMC มันสามารถคุยในมิติอื่น ๆ ได้บ้างไหมนะ ?” ผมเลยชวนเพื่อน ๆ เริ่มต้นจากการพูดคุยภาพฝันของเราแต่ละคนต่อ Project ที่กำลังจะสร่างขึ้นมาว่าเขาแต่ละคนเห็นภาพเป็นอย่างไร ? พวกเขาให้ความสำคัญกับเรื่องอะไร ? โดยให้เวลาประมาณ 20 นาทีให้ทุกคนได้ขีดเขียน ๆ ใส่ A4 ก่อนจะนำมาพูดคุยร่วมกัน ในการคุยครั้งนี้ทำให้ผมได้เห็นความตั้งใจ ได้เห็นสิ่งที่พวกเขาให้ความสำคัญ และจุดที่พวกเขาน่าจะทำได้ดีของแต่ละคน

หลังจากนั้นพวกเรานำภาพความตั้งใจมาประกอบรวมกันด้วยคำถามง่าย ๆ ว่า “จากที่เราวาด แชร์ และคุยกันมาทั้งหมด ถ้าจะมีภาพฝัน 1 ภาพร่วมกันจะเป็นแบบไหน และความตั้งใจอะไรที่ซ่อนอยู่ในภาพภาพนี้กันนะ” เมื่อเราวาดภาพฝันด้วยกันแล้ว เมื่อถึงตรงนี้เราได้ภาพฝันและความตั้งใจของทีมนี้เรียบร้อยแล้ว ต่อมาถึงเวลาที่จะหยิบพระเอกอย่าง BMC ขึ้นมาใช้งานกันแล้วหละ

โดยเราเริ่มต้นจากการลองช่วยกันปั้นตุ๊กตาลูกค้าของเราหน่อยว่า… คนที่จะมีเป็นลูกค้าของเรามีหน้าตาอย่างไร แต่งตััวแบบไหน งานประมาณไหน รายได้ ความเป็นอยู่เป็นอย่างไร และพวกเขาเข้ามาหาเราด้วยความรู้สึกอย่างไร และเขาต้องการให้เราช่วยเหลือเขาในมิติไหนบ้าง ?

จากนั่นเราไปดูต่อว่าเขาจะพบเจอ ติดตามข่าวสาร หรือความเคลื่อนไหวของเราผ่านทางไหนได้บ้าง และหากช่องทางหลักกของเราหายไปหละ… พวกเขาจะตามเราเจอได้อย่างไรนะ ?

สุดท้ายคือการดูแล เราอยากให้เขาได้รับความรู้สึกแบบไหนเมื่อเข้ามาหาเรา บรรยากาศการพูดคุยของเรากับเขาเป็นแบบไหน ภาษาที่ใช้เป็นอย่างไรกันนะ

ต่อในส่วนของ Project ของเราเป็นอย่างไร ? อันนี้เราตอบไปแล้วบ้างจากการทำ “ภาพฝัน” แต่ผมช่วยให้ทุกคนได้ระบุให้ชัดเจนขึ้นมาหน่อยว่า Project ของเราเป็นอย่างไร ? ตอบโจทย์อะไรให้กับผู้คนที่เข้ามาติดต่อเราได้บ้าง อะไรคือสิ่งที่พวกเราจะส่งมอบให้พวกเขาได้ ? อะไรคือจุดแข็งของพวกเรา ?

ต่อมาก็มาดูเรื่องของการขับเคลื่อนและทรัพยากร เราเริ่มต้นจากดูว่าพวกเรามีอะไรอยู่ในมือบ้าง ? ตอนนี้สถานการณ์รอบตัวที่เราเห็นเป็นอย่างไร ? มีอะไรน่าสนใจ ? มีอะไรที่เราเห็นเป็นโอกาสได้บ้าง ? และค่อย ๆ กลับมาดูว่าเราจะค่อย ๆ ขับเคลื่อนงานของพวกเราไปในทิศทางไหนอย่างไร มีใครที่จะเขามาร่วมงานงานกับเราเพิ่มเติมได้บ้าง และมีโอกาสที่จะไปร่วมไม้ร่วมมือกับทีมอื่น ๆ ได้บ้างไหม ? ประเด็นอะไรที่สามารถไปได้ ? และทีมนั้นคือทีมอะไร ? ในอีกด้านก็มาสู่การดูการอยู่ร่วมของพวกเราแบบคร่าว ๆ ไปด้วยว่าเราอยู่ร่วมกันแบบไหนนะ

สุดท้ายก็เป็นเรื่องของต้นทุนและรายได้ในการทำ Project เราค่อย ๆ ดูจากเรื่องเล็ก ๆ ไปเรื่อย ๆ ตลอด Project

ในกระบวนการคุยพูดในแต่ละพื้นที่เรามีการแบ่งกลุ่มย่อย คุยวงใหญ่ ฟังความเห็น และหารือกันเป็นระยะ ๆ และสิ่งที่เราให้ความสำคัญคือ… เราไม่ได้เร่งหาผลลัพธ์บรรทัดสุดท้าย แต่เป็นการสำรวจกับสืบค้นเพื่อมองหาความเป็นไปได้ใหม่ ๆ และมีนำมารวมกันแล้ว เราก็จะได้แผนกลยุทธ์ฉบับที่ 1 มาก่อน เมื่อใช้งานจริง เรามีกระบวนการทบทวนแผน ปรับแก้กันได้เสมอ

หลังจากทำ Canvas แล้ว ผมลองชวนให้เพื่อน ๆ ทุกคนมาร่วมกลุ่มกันมองหน่อยว่า “Canvas แผนแรกของเรานี้เมื่อทำออกแบบแล้วมีจุดไหนไหมที่เราคุยกันได้ยาก หรือยังไม่เข้าใจมันอย่างชัดเจนไหม” และนำแต่ละมุมมาพูดคุยกันอีกครั้งในการทำแบบนี้มันช่วยให้เราเห็นว่า “มีเรื่องไหนบ้างนะ… ที่แต่ละคนยังกังวล เป็นห่วง หรือเป็นจุดที่พวกเราติดขัดด้วยเรื่องราวบางอย่าง” มันเป็นเหมือนการฉายแบบให้เห็นว่า “เราของเราติดเรื่องอะไร จุดที่ต้องพัฒนาอยู่ตรงไหน” ก่อนที่รอบสุดท้ายเราจะมาคุยกันเพื่อปรับแต่ง เพิ่มเติม และใส่จุดเน้นของ Project เรา

ผมพบว่า… เมื่อเราใช้ตัว BMC ที่เป็นเครื่องมือนำมาบวกกับการพูดคุยกันอย่างสร้างสรรค์แล้ว มันทำให้กระบวนการการสำรวจและสืบค้นเป็นไปอย่างไหลลื่น สนุกสนาน และขณะเดียวกันก็รับรู้ถึงจุดติดขัดและข้อกังวลของแต่ละคนที่มีต่อ Project นี้ได้อย่างชัดเจน เรามี 2 - 3 จุดเน้นในการพูดคุยกันของพวกเราคือ…

1. พวกเราไม่จำเป็นต้องกระโดดไปสู่ผลลัพธ์บรรทัดสุดท้ายในทันที แต่ของเราได้คุยและร่วมมอง ร่วมสำรวจ และสืบค้นไปด้วยจนแน่ในระดับหนึ่งค่อยไปสู่คำตอบที่เราต้องการ

2. เราคุยกันจริงจังและยังคงรักษาบรรยากาศสบาย ๆ เอาไว้ ซึ่งไม่ได้หมายความว่าเราจะไร้สาระ หรือมีจังหวะที่เอื่อยไปตลอด เราเร่งเร็วได้ เห็นไม่ตรงกันได้ ทะเลาะกันได้ เพียงแต่เราก็มีจังหวะที่ดูตัวเองและดูแลกันและกันไปพร้อมกันด้วย

3. โมเดลนี้เมื่อทำจริงมันจะมีการปรับบ้างเล็ก ๆ น้อย ๆ ตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เพียงแต่ส่วนสำคัญคือเรามีการความตั้งใจและภาพที่อยากเห็นร่วมกันที่ชัดเจนมากกว่า อันนี้มันช่วยให้เราเข้าใจ วางไว้ใจ ไว้ใจในการปรับเปลี่ยน แก้ไข เพิ่มเติม และเดินทางไปด้วยกันได้

บันทึกนี้อาจจะไม่ใช่เรื่องใหม่ หรือเรื่องใหญ่อะไรสำหรับคนอื่น ๆ หรือมันอาจจะไม่เข้าท่าสำหรับนักธุรกิจมืออาชีพก็ได้นะ แต่สำหรับการคุยของพวกผมในวันนั้นมันเห็นภาพชัด ทรงพลัง และได้งานการขับเคลื่อน Project อย่างดีมากเลยทีเดียว และเป็นการคุยที่สนุกมากวันหนึ่งจนนำมาสู่การบันทึกในวันนี้ (:D)

และสุดท้ายผมก็ได้คำถามกับตัวเองว่า… เราสามารถใช้ BMC วางโครงสร้างธุรกิจได้ และขณะเดียวกันก็ยังใช้ตัว BMC เป็นตัวสะท้อนภาพเรื่องความยาก และความกลัวในบางเรื่องที่แต่ละคน และทีมมีต่อบางจุดด้วยเช่นกันนะ ภาพเหล่านี้มันสะท้อนออกมาพูดการพูดคุยที่จำเป็นต้องคิดเค้นในบางจุด และความ Flow ในการคุยบางจุดที่ช่วยให้เราเห็นถึงการทำงานที่มั่นใจและความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ที่มองเห็น และนี่คือสิ่งที่พบพบจากการพูดคุยกันเมื่อวันก่อนครับ

ข้อมูลอ้างอิง
[1] Business Model Canvas หัวใจสำคัญในเริ่มต้นธุรกิจอย่างยั่งยืน จากเว็บไซต์ https://www.waymaker.co.th/post/business-model-canvas

คำสำคัญ (Tags): #business model canvas#BMC
หมายเลขบันทึก: 718557เขียนเมื่อ 15 มิถุนายน 2024 14:29 น. ()แก้ไขเมื่อ 15 มิถุนายน 2024 14:31 น. ()สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการจำนวนที่อ่าน


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี
ClassStart Books
โครงการหนังสือจากคลาสสตาร์ท