การที่เด็กจะเติบโตและงอกงามเป็นพลังของการพัฒนาประเทศชาติได้หรือไม่นั้น  จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเริ่มต้นจากการวางระบบแห่งการอบรมเลี้ยงดูและให้การศึกษาที่ดี  โดยเริ่มจากครอบครัวที่มีพ่อ  แม่ หรือแม้แต่พี่ ๆ และเครือญาติ  รวมถึงผู้ใหญ่ในสังคมเป็น "ต้นแบบที่ดี" เพื่อให้เด็กสามารถเรียนรู้และซึมซับจากวิถีที่ดีงาม อันเป็นกระบวนการ "ถ่ายทอด"  จาก "รุ่นสู่รุ่น"  อย่างมีระบบและต่อเนื่อง     ดังพระบรมราโชวาทที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานลงพิมพ์ในหนังสือวันเด็ก ปี 2522  ดังว่า...

 

"เด็กเป็นผู้ที่จะได้รับช่วงทุกสิ่งทุกอย่างต่อจากผู้ใหญ่  รวมทั้งภาระรับผิดชอบในการธำรงรักษาอิสรภาพและความสงบสุขของบ้านเอง  ดังนั้น  เด็กทุกคนจึงสมควรและจำเป็นที่จะต้องได้รับการอบรมเลี้ยงดูอย่างถูกต้องเหมาะสม  ให้มีความสามารถสร้างสรรค์ประโยชน์ต่าง ๆ  พร้อมทั้งการฝึกหัดขัดเกลาความคิดจิตใจให้ประณีต  ให้มีศรัทธามั่นคงในคุณงามความดี  มีความประพฤติเรียบร้อยสุจริตและมีปัญญาฉลาดแจ่มใสในเหตุในผล  หน้าที่นี้เป็นของทุกคนที่จะต้องร่วมมือกันกระทำโดยพร้อมเพรียงสม่ำเสมอ  ผู้ที่เกิดก่อน  ผ่านชีวิตมาก่อนจะต้องสงเคราะห์ อนุเคราะห์ผู้เกิดตามมาภายหลัง ด้วยการถ่ายทอดความรู้ความดีและประสบการณ์อันมีค่าทั้งปวงให้ด้วยความเมตตาเอ็นดูและความบริสุทธิ์ใจ  ให้เด็กได้ทราบ ได้เข้าใจและสำคัญที่สุด  ให้รู้จักคิดด้วยเหตุผลที่ถูกต้อง  จนสามารถเห็นจริงด้วยตนเองได้ในความเจริญและความเสื่อมทั้งปวง  โดยนัยนี้  บิดามารดาจึงต้องสอนบุตร  พี่จึงต้องสอนน้อง  คนรุ่นใหญ่จึงต้องสนคนรุ่นเล็กและเมื่อคนรุ่นเล็กเป็นผู้ใหญ่ขึ้น  จึงต้องสอนคนรุ่นต่อ ๆ ไปไม่ให้ขาดสาย  ความรู้  ความดี  ความเจริญงอกงามทั้งมวลจึงจะแผ่ไพศาลไปได้  ไม่มีประมาณเป็นพื้นฐานของความพัฒนาผาสุกอันยั่งยืนสืบไป"

 

จากหนังสือ :  คำพ่อสอน