วันนี้ในห้องเรียนวาดลายเส้น Zentangle เราวาดลายง่าย ๆ แต่หลากหลายรูปแบบ สิ่งที่สังเกตเห็นในภาพของตัวเองคือรู้สึกว่าช่วงนี้ชอบวาดภาพอยู่ในมุมกระดาษ ไม่ค่อยชอบวาดตรงกลาง แต่ความรู้สึกตอนวาดนี้ก็ไม่ได้รู้สึกความกดดัน หรือความอึดอัดเลยนะ ก็รู้สึกสบาย ๆ กับพื้นที่ที่วาดอยู่ ในรอบการสะท้อนเรื่องราว (Reflection) จากการวาดภาพก็สะท้อนมุมนี้ออกไป แต่รู้สึกว่ามันมีอะไรให้น่าใคร่ครวญต่อเลยหยิบมาเป็นประเด็นในการเขียน Reflection เสียอีกที

จะว่าไปแล้วมนุษย์ทุกคนก็มีมุมสบาย ๆ เป็นของตัวเอง แต่มุมสบายนั้นคงไม่ได้หมายถึงมุมซ้าย มุมขวาอะไรแบบนั้น แต่มันหมายถึงพื้นที่บางพื้นที่ที่รู้สึกว่าเมื่ออยู่แล้วอบอุ่นใจ สบายใจ ปลอดภัย และมีความสุขในพื้นที่ตรงนั้น การที่เราเลือกพื้นที่บางพื้นที่เป็นมุมสบายของตัวเอง มันอาจสะท้อนบางของเราออกมาด้วย เช่น เราชอบนั่งอยู่มุมหนึ่งของห้องเพราะรู้สึกว่าเป็นที่ที่ไม่ค่อยมีคนแย่เท่าไหร่ หรือบางคนชอบทำงานที่ที่มีคนพลุกพล่านจะทำให้เขาเกิดความคิดสร้างสรรค์ได้ง่าย เป็นต้น นี่คือภาพที่เราและคนอื่น ๆ มองเห็นว่าเขาเป็นเช่นนั้น แต่หากลงมองให้ลึกลงไปเราอาจพบว่า “การนั่งมุมห้อง” หรือ “การอยู่ในที่พลุกพล่าน” มันอาจมีความรู้สึกบางอย่างขับเคลื่อนพวกเขาจากภายในก็เป็นได้ เช่น การชอบนั่งอยู่มุมห้องอาจเป็นเพราะมุมตรงนั้นปลอดภัยและไม่ถูกจับจ้อง หรือการที่ต้องอยู่กับคนที่พลุกพล่านแท้จริงของอาจต้องการการเชื่อมโยงกับผู้คนก็ได้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้มีแต่เจ้าตัวเท่านั้นที่จะรู้คำตอบ ส่วนคนอื่น ๆ ทำได้แค่สังเกต มองดู และคาดเดาเอาเท่านั้น

สิ่งที่น่าสนใจคือเมื่อเราอยู่ในมุมสบายไปเรื่อย ๆ มันจะเกิดความเคยชิน เมื่อเคยชินมาก ๆ จะกลายเป็นนิสัย จนกระทั่งพัฒนาการเป็นลักษณะเฉพาะตัวขึ้นมา และเมื่อเป็นเช่นนั้นแล้วหลายครั้งเรามักหาคำตอบไม่ได้ว่า “ทำไมเราถึงมีลักษณะหรือบุคลิกภาพบางอย่างแบบนั้นได้นะ” เพราะเมื่อเราใช้ชีวิตไปตามความคุ้นชิน เราก็มักเปิดโหมด Autopilot หรือคนทั่วไปเรียกว่า “ใช้ชีวิตไปเรื่อย ๆ” นั่นแหละ การใช้ชีวิตไปเรื่อย ๆ แบบไม่มีสติมากำกับทำให้หลงลืมความรู้สึกที่เป็นแรงขับภายใน และใช้ชีวิตในรูปแบบที่คุ้นชินอยู่เสมอ

คราวนี้ถ้าเราจะไม่ใช่ชีวิตในแบบที่คุ้นชิน เราก็จำเป็นต้องก้าวออกไปสู่พื้นที่ใหม่ การใช้ชีวิตแบบใหม่ การจะเดินทางสู่ชีวิตใหม่ ๆ มันเริ่มต้นจากการกลับมารับรู้ตัวก่อนว่า “ชีวิตปกติของเราเป็นอย่างไร” “ที่ผ่านมา… เราใช้ชีวิตแบบไหน” “เรามีท่าทีประจำตัวอย่างไร” และอื่น ๆ สิ่งนี้เป็นเรื่องพื้นฐานที่เราต้องรู้และเมื่อเราจะค่อย ๆ สืบค้นลงลึกไปได้เหมือนกันว่า “อะไรทำให้เราใช้ชีวิตแบบนั้น แบบนี้” ในกระบวนการสืบค้นสิ่งที่ท้าทายคือเราจะไม่ได้เจอแค่ด้านดีงามของตัวเองเท่านั้น หลายครั้งเหมือนกันที่เราต้องเผชิญหน้ากับบางเรื่องราว บางความรู้สึก หรือบางบาดแผลที่เราอาจจะไม่อยากพูดถึง ไม่อยากเจอ ไม่อยากสบตา หรือเผชิญหน้ากับมัน แต่นั้นก็เป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้ที่ต้องเจอ ดังนั้นหลายครั้งที่เราเดินทางออกจากจุดสบายสู่จุดที่เรียกว่า “การเติบโต” นั้น มันต้องอุโมงค์แห่งความมืดมิดที่มีทั้งอุปสรรคและความหวาดกลัวต่าง ๆ นานา นั่นเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องเจอ และหลายครั้งความล้มเหลวและการถอดใจก็เป็นหนึ่งในกระบวนการสู่การเติบโตในแต่ละช่วงหรือแต่ละครั้งของชีวิตด้วยก็ได้

หากจำไม่ผืดเพื่อน ๆ ชาวคริสต์ของผมเคยบอกว่า “นี่คือแผนการของพระเป็นเจ้า พระองค์ทรงวางแผนการให้มนุษย์ได้เรียนรู้และเติบโตอย่างเป็นขั้นเป็นตอน และพระองค์ทรงให้บททดสอบแก่มนุษย์เพื่อเป็นเครื่องการัยตีว่าเราจะเลือกเดินทางนี้และตั้งใจกับเส้นทางที่เราเลือกโดยมีพระผู้เป็นเจ้าทรงเป็นกำลังให้” ผมไม่รู้ว่านี่เป็นพระธรรมคำสอนในศาสนาคริสต์หรือเปล่า แต่ข้อความนี้ที่เพ่ือนชาวคริสต์ได้กล่าวและเล่าให้ผมฟังนั้น ช่างเป็นประโยชน์และช่วยให่ผมเข้าใจกระบวนการเรียนรู้และเติบโตของมนุษย์ได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น

ท้ายที่สุดนี้… ผมค่อยไม่ได้มาบอกให้ทุกคนออกจากจุดสบายของตัวเองหรอกนะ อยากชวนให้คุณได้ลองเรียนรู้ที่จะอยู่ในจุดสบายแบบไม่เปิดโหมด Autopilot ดู เผื่อว่าคุณจะได้พบกับประสบการณ์ใหม่และคุณอาจจะไม่ต้องผ่านอุโมงค์อันมืดมินและยาวเหยียดก็ได้ แต่คุณได้เรียนรู้มันจากพื้นที่ความสุข ณ ตรงนั้นของคุณ และค่อย ๆ เคลื่อนตัวจากจุดนั้นสู่พื้นที่การเติบโตในอีกรูปแบบหนึ่งก็ได้ แต่ไม่ว่าคุณกำลังเดินทางหรือเลือกวิธีการแบบไหน การเคลื่อนไปของคุณก็ไม่มีวันจบสิ้นลงง่าย ๆ เพราะชีวิตของคุณนั้นมันไม่ได้หยุดนิ่งอยู่กับที มันเคลื่อนที่ ย่อ - ยืด หดและขยายอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นเราจำเป็นที่จะต้องค่อย ๆ เรียนรู้และเดินทางร่วมไปกับมัน แต่ก็อยากจับจ้องมันมากเกินไปหละ เพราะชีวิตก็คล้อยกับพวกอิเล็คตรอนที่เมื่อมีผู้สังเกตมันก็ปรากฏตัวให้เห็น แต่เมื่อผู้สังเกตให้ความสนใจกับมันมากเกินขอบเขตที่พอดี มันก็จะเริ่มฟอร์มตัวเป็นรูปแบบที่ซับซ้อนขึ้นและอลหม่านมากขึ้น และเมื่อคุณคลายความสนใจลงบ้างรูปฟอร์มนั้นก็จะค่อย ๆ คลายตัวลงไปตามและมีคุณและเขาอยู่ในจุดที่สมดุลหรือพอดีกัน คุณอาจจะได้พบความเป็นหนึ่งเดียวในวินาทีนั้นก็ได้

สิ่งที่เขียนมาทั้งหมดนี่ก็เป็นเพียงแค่ความคิดความคิดหนึ่งเท่านั้น ตัวอักษรทั้งหมดนี้ก็ปรากฏตามความคิดและการเรียบเรียงเชิงภาษาของผู้เขียน การเรียนรู้ชีวิตจำเป็นต้องทำหน้าที่เป็นผู้เล่นและผู้สังเกตอยู่เรื่อย ๆ การเรียนรู้เรื่องการเติบโตก็เป็นเช่นนั้น ดังนั้นจึงอยากเชิญชวนให้เราได้สังเกตและเรียนรู้ไปด้วยกัน