สถิติที่น่าสนใจเกี่ยวกับสถานการณ์ยาเสพติดในประเทศไทย

จากรายงานผลการปราบปรามยาเสพติดทั่วประเทศประจำปี 2563 จากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด กระทรวงยุติธรรม พบว่ามีจำนวนคดีเกี่ยวกับยาเสพติดลดลง แต่มีการตรวจยึดของกลางในปริมาณที่สูงขึ้นจากปี 2562

ประกอบกับรายงานด้านการค้ายาเสพติดฉบับใหม่ของสำนักงานป้องกันยาเสพติดและปราบปรามอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ ปี 2564 พบว่าไทยสามารถจับยาบ้าได้จำนวนมากขึ้นจากปี 2563 โดยเป็นจำนวนทั้งหมด 592 ล้านเม็ด

สถิตินี้ถือว่าเป็นสถิติที่สูงมากที่สุดในประวัติการณ์จากทั้ง 13 ประเทศของภูมิภาคเอเชียตะวันออก และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ชี้ให้เห็นว่าปริมาณการซื้อ-ขาย-ใช้ยาเสพติดในไทย รวมไปถึงในภูมิภาคเอเชียยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ถึงแม้จะมีการรณรงค์ และปราบปรามเรื่องยาเสพติดมาโดยตลอด

สาเหตุของการติดสารเสพติด

เราได้รวบรวมสาเหตุที่เกิดขึ้นได้และข้อมูลจากงานวิจัยที่น่าเชื่อถือ โดยสรุปสาเหตุของการติดสารเสพติดทั้งหมดได้ดังนี้

1. สาเหตุจากตนเอง

  • ความอยากรู้อยากลอง

จากผลสำรวจของNational Center for Drug Abuse Statistics (NCDAS) พบว่า เด็กอายุต่ำกว่า 13 ที่ใช้ยาเสพติด 70% จะพัฒนาเป็นอาการติดยาเสพติดภายใน 7 ปี เนื่องจากสมองอยู่ช่วงพัฒนา และสามารถติดยาได้ง่ายมากกว่า

หากพูดถึงปัจจัยที่ทำให้คนเริ่มเสพยาเสพติด ความอยากรู้อยากลองมักถูกยกให้เป็นปัจจัยแรก ๆ ที่หลายคนนึกถึง โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่น ทั้งการอยากลองเสพยาเสพติดด้วยตัวเอง และการถูกกระตุ้นจากบุคคลภายนอก เช่น เพื่อน หรือคนใกล้ตัวที่ใช้ยาเสพติด

“ความสงสัย” เป็นพฤติกรรมโดยธรรมชาติของมนุษย์ทุกคน ในกรณีของยาเสพติด ความสงสัยที่เกิดขึ้น คือ การสงสัยว่า หากลองใช้แล้วจะเป็นอย่างไร เห็นคนใกล้ตัวใช้ เลยอยากลองบ้าง เมื่อได้ลองแล้วรู้สึกดีจึงอยากลองใช้อีก จนทำให้เกิดอาการเสพติดในที่สุด เมื่อต้องการเลิก ก็มีอาการขาดยา หรือมีอาการลงแดง ทำให้เลิกไม่ได้

2. สาเหตุจากครอบครัว

สถาบันครอบครัวคือหน่วยที่เล็กที่สุดในสังคม และเป็นกลุ่มคนที่ใกล้ชิดที่สุดอีกด้วย โดยสาเหตุจากครอบครัวอาจแบ่งเป็นปัจจัยย่อยที่ทำให้คนเริ่มใช้ยาเสพติดเป็นสองสาเหตุกว้าง ๆ อย่างแรก คือ การที่คนในครอบครัวมีการใช้ยาเสพติด ทำให้เด็กเกิดพฤติกรรมเลียนแบบ แอบลองใช้ หรือมองว่าเป็นเรื่องธรรมดาที่มีการใช้ยาเสพติด

Dr.Todd Thatcher, Chief Medical Officer จากValley Behavioral Health คลินิกสุขภาพจิตในรัฐยูทาห์ สหรัฐอเมริกา ได้กล่าวถึงผู้ปกครองที่มีอาการเสพติดยาเสพติดว่า มักบกพร่องในบทบาทของผู้ปกครอง ทั้งในแง่การเป็นตัวอย่างที่ดี การเลี้ยงดู ใส่ใจให้ความรัก และมีความต้องการใช้ยาเสพติดมากขึ้นเพื่อปกปิดความรู้สึกผิดและละอาย เมื่อรวมกับผลกระทบด้านอารมณ์จากยาเสพติด อาจทำให้เกิดความรุนแรงในครอบครัว และนำไปสู่สาเหตุที่สองนี้ได้เช่นกัน

 

เหตุการณ์ส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นในครอบครัวที่มีผู้ใช้สารเสพติด มักจะมีสาเหตุดังนี้

  • บุคคลในครอบครัวติดสารเสพติดอยู่แล้ว จึงเลียนแบบ และหาช่องทางการเข้าถึงได้ง่าย
  • ครอบครัวไม่มีความอบอุ่น
  • มีการทะเลาะเบาะแว้งเป็นประจำ
  • การหย่าร้างหรือแต่งงานใหม่
  • การไม่เข้าใจกันของสมาชิกครอบครัว
  • การรักลูกไม่เท่ากัน
  • การเปรียบเทียบซึ่งทำให้เกิดความน้อยเนื้อต่ำใจ

3. สาเหตุจากความเครียด

“ผู้ป่วยยาเสพติดรายหนึ่งใช้ยาเสพติดมา 4 ปี เริ่มจากมีปัญหาครอบครัว และปัญหาการเงิน ทำให้ครอบครัวทะเลาะกัน ส่งผลให้เกิดความเครียด เพื่อนจึงให้ใช้ยาเสพติดโดยบอกว่าอาจจะช่วยให้หายจากความเครียดได้” – สรุปจากบทสัมภาษณ์หนึ่ง ใน Journal of Modern Learning Development สาเหตุของการติดยา กรณีศึกษา: ชุมชนคุ้มสระบัว ตำบลในในเมือง อำเถอเมือง จังหวัดร้อยเอ็ด

ปัจจัยด้านเศรษฐกิจ การเงิน และการงาน ก็อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้คนส่วนใหญ่หันไปใช้สารเสพติดได้ สาเหตุเช่น การว่างงาน การขาดรายได้ การมีหนี้สิน ทั้งหลายเหล่านี้เป็นปัจจัยที่ทำให้คนส่วนใหญ่กลุ้มใจ และเกิดความเครียด เมื่อเกิดความทุกข์ใจและความเครียดมาก ๆ ผนวกกับการไม่สังเกตถึงข้อเสียของยาเสพติด ก็เป็นสาเหตุสำคัญสาเหตุหนึ่งที่คน หันไปใช้สารเสพติดได้

นอกจากนี้ยังมีสาเหตุอื่น ๆ เช่น สูญเสียคนที่รัก, อกหัก, การไม่ได้รับการยอมรับในสังคม, โรคซึมเศร้า, รู้สึกจนตรอก, รู้สึกไม่มีความหมาย ที่ทำให้คนต้องการบางสิ่งมายึดเหนี่ยวจิตใจ และหวั่นไหวไปกับความรู้สึกดีชั่วคราวจากการใช้ยา

4. สาเหตุจากสิ่งแวดล้อม

พื้นที่โดยรอบที่บุคคลใช้ชีวิตอยู่เป็นประจำนั้นเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ทำให้คนหันไปเสพยาเสพติด ยกตัวอย่างเช่น สถานที่อยู่อาศัยเป็นชุมชนแออัดที่เป็นแหล่งค้า และเสพยาเสพติด เป็นต้น ซึ่งแน่นอนว่าสภาพแวดล้อมนี้ทำให้ยาเสพติดถูกซื้อขายง่ายขึ้น

นอกจากนี้สภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยยังส่งผลต่อสภาพแวดล้อมในรูปแบบของคน และสังคมด้วย เมื่อมีกลุ่มผู้ใช้ยาเสพติดมากขึ้นในชุมชน ก็นำไปสู่การลอกเลียนแบบ และการชักชวน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ที่ขาดความรู้ ความเข้าใจในเรื่องยาเสพติด หรือไม่มีคนคอยให้คำแนะนำที่ถูกต้อง ทำให้ถูกชักจูงได้ง่ายขึ้น

หนึ่งในกรณีตัวอย่างเกี่ยวกับการติดยาเสพติดในชุมชนสระบัว เด็กในชุมชนต้องการทำงานเสริม แต่ไม่ได้วุฒิการศึกษาในการสมัครงาน จึงเลือกมาเป็นเด็กส่งยาเสพติด และเริ่มลองใช้ยาเสพติดเพื่อให้เข้ากับสังคมที่เลือกทำงานได้

เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นว่าสภาพแวดล้อม และสังคมจึงเป็นอีกสาเหตุสำคัญที่ทำให้คนเริ่มหันไปใช้ยาเสพติด

สังเกตอย่างไรว่าคนในครอบครัวหันไปพึ่งพายาเสพติด

เราสามารถรับรู้ได้ว่าคนใกล้ชิดเริ่มใช้ยาเสพติดจากสังเกต 2 สิ่ง นั่นคือ ลักษณะทางกายภาพ และพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป

1. ลักษณะทางกายภาพ

ผู้เสพยาเสพติดจะมีรูปลักษณ์ภายนอกที่เปลี่ยนไปจากฤทธิ์ของยาเสพติด เช่น

  • มักผอมลง ร่างกายทรุดโทรม น้ำหนักลดลง
  • จมูกแดง มีน้ำมูกไหล
  • ม่านตาเล็กหรี่ ไม่สู้แสง
  • เหงื่อออกตามร่างกาย
  • แววตาอิดโรย
  • ผิวคล้ำ หยาบกร้าน
  • ริมฝีปากแห้ง

2. พฤติกรรม

  • มักไม่อยู่นิ่ง กระวนกระวาย มีการเคลื่อนไหวทางร่างกายมากกว่าปกติ เช่น ขยับแขนตลอด ชอบขบกราม เดินไปเดินมา
  • ความจำแย่ลง
  • มีปัญหาทางการเงิน
  • หงุดหงิด ฉุนเฉียวได้ง่าย
  • มีอาการหยาบคายผิดปกติ
  • เหม่อลอย เซื่องซึม
  • ใส่เสื้อแขนยาว (ปกปิดรอยเข็มจากการใช้สารเสพติด) หรือสวมใส่แว่นตา (ม่านตาไม่สู้แสง)
  • หวาดระแวง เก็บตัว
  • ทำลายข้าวของ
  • ใส่ใจเรื่องความสะอาดน้อยกว่าปกติ

นี่เป็นลักษณะเบื้องต้นที่เกิดขึ้นที่สังเกตได้ง่าย ซึ่งผู้เสพแต่ละรายอาจมีอาการแตกต่างกันได้ จากชนิดของยาเสพติดที่ใช้เสพ และปริมาณการใช้ของสารเสพติดนั้น

บทความที่เกี่ยวข้อง:

3 วิธีดูแลตัวเองเพื่อป้องกันการใช้ยาเสพติด

1. เปิดใจ และปรึกษากับคนรอบตัวมากขึ้น

คำว่าปรึกษาในที่นี้ คือ การปรึกษาในปัญหาที่มี อาจจะไม่ใช่เพื่อแก้ปัญหาโดยตรง แต่เพื่อลดความเครียด ความกดดัน ไม่ทำให้รู้สึกว่าอยู่ตัวคนเดียว จะช่วยระบายความรู้สึกต่าง ๆ ออกไปได้ และลดโอกาสที่จะหันไปพึ่งพายาเสพติด

2. ทำสมาธิ เพื่อให้สมองปลอดโปร่ง

การทำสมาธิจะทำให้กระบวนการคิดของคนเราช้าลง เมื่อเราเผชิญกับปัญหามากมาย อาจทำให้ลำดับในการแก้ปัญหาที่ละเรื่องถูกนำมารวมกันจนมองไม่เห็นทาง เมื่อมีสมาธิ ค่อย ๆ คิดทีละอย่าง อาจช่วยให้มองเห็นทางออก หรือวิธีก้าวผ่านปัญหาได้ชัดมากยิ่งขึ้น

3. การปรับสภาพแวดล้อม และทำกิจกรรมอื่น ๆ เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ

เช่น การอยู่กับกลุ่มคนที่มีทัศนคติแง่บวกมีผลให้ตัวบุคคลมีภาพการมองโลกที่เป็นบวกตามไป หรือการทำกิจกรรมอย่างการเล่นกีฬา, การเล่นดนตรี, การวาดภาพ ก็จะทำให้บุคคลได้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีเรื่องราวการใช้ชีวิตอื่น ๆ มากกว่าการใช้ยาเสพติด และกิจกรรมเหล่านี้สามารถพัฒนาเป็นทักษะติดตัว รวมถึงพัฒนาทักษะการเข้าสังคมอีกด้วย

ภูฟ้าเชื่อว่า การสร้างจิตสำนึกต่อสังคม ทัศนคติที่ดี จิตใจที่เอื้อเฟื้อ และเข้มแข็ง เป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่จะช่วยให้ผ่านปัญหาต่าง ๆ ไปได้โดยไม่ใช้ยาเสพติด

ปัจจัยที่ทำให้ผู้ผ่านการฟื้นฟูสมรรถภาพไม่กลับไปใช้ยาเสพติด (ไม่เสพซ้ำ)

“อัตราการกลับไปเสพซ้ำภายใน 6 เดือนแรกในไทยสูงถึงร้อยละ 70 ถึง 90” (วิโรจน์. ปัญจรัตน์ และ ธญรช, 2553)

การบำบัดรักษาผู้ป่วยยาเสพติดนั้นไม่เพียงแต่จะเป็นการส่งคืนผู้ป่วยให้กลับมาใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างราบรื่นเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงการฟื้นฟูทั้งกายและใจไม่ให้หันกลับมาใช้ยาเสพติดอีกด้วย นอกจากปัจจัยที่ทำให้คนเริ่มหันไปใช้ยาเสพติดแล้ว ภูฟ้ายังได้รวบรวมข้อสรุปจากหลากหลายงานวิจัยเกี่ยวกับสาเหตุ และปัจจัยของการกลับไปใช้ยาเสพติดซ้ำ เพื่อให้คุณดูแลคนที่คุณรักได้อย่างปลอดภัยใกล้ชิด คืนสู่สังคมอย่างถาวร

หมายเหตุ: สรุปจากบทวิจัยปัจจัยที่มีผลต่อการเสพซ้ำของผู้ติดยาเสพติดในเขตจังหวัดปทุมธานี โดย กัญญา ภู่ระหงษ์ ในวารสารพยาบาลสาธารณสุข, การศึกษาการป้องกันการกลับไปเสพซ้ำของผู้ป่วยยาเสพติด โรงพยาบาลบาลธัญญารักษ์ปัตตานี, สารนิพนธ์พฤติกรรมการเสพยาบ้าของวัยรุ่น: การศึกษารายกรณี โดย พัชชา วงคฺ์สวรรคฺ์, และการศึกษาปัจจัยที่สัมพันธ์กับการไม่เสพยาเสพติดซ้ำในผู้เข้ารับการบำบัดในระบบบังคับบำบัด สมาคมจิตแพทย์แห่งประเทศไทย

1. ครอบครัว

จากการศึกษาดังกล่าวพบว่า การอยู่ร่วมกับคนในครอบครัว โดยมีคนในครอบครัวให้ความช่วยเหลือและรับฟังเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้ที่ได้รับการบำบัดยาเสพติดแล้ว ไม่กลับไปใช้ยาเสพติดอีก ในขณะเดียวกัน สำหรับรายที่หันกลับไปใช้ยาเสพติดอีกมักสืบเนื่องมาจากการปล่อยปละละเลย, ไม่ได้รับการยอมรับจากครอบครัว, การอบรมที่เข้มงวดเกินไป ทำให้ผู้ป่วยยาเสพติดรู้สึกว่ากำลังถูกจ้องจับผิดมากกว่าได้รับการช่วยเหลือ

ดังนั้นหน่วยเล็กที่สุดของสังคมอย่างครอบครัวจึงควรให้ความสำคัญต่อกันมากขึ้น แม้จะผ่านการบำบัดแล้ว เพื่อสร้างเกราะคุ้มกันให้คนในครอบครัวมีจิตใจที่แข็งแรง ไม่หวั่นไหวต่อสิ่งเร้า และเป็นพื้นที่ปลอดภัยให้กัน

ดังนั้นครอบครัวจึงควรเพิ่มบทบาท และเชื่อมสัมพันธ์ต่อกันให้มากขึ้น เพื่อลดช่องว่างในจิตใจด้านครอบครัว

2. เพื่อน

นอกจากครอบครัวจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้ผ่านการฟื้นฟูสมรรถภาพไม่กลับไปใช้ยาเสพติดแล้ว เพื่อนก็สำคัญเช่นกัน

พบข้อมูลที่น่าสนใจจากการศึกษาปัจจัยที่สัมพันธ์กับการไม่กลับไปเสพยาเสพติดซ้ำในผู้เข้ารับการบำบัดในระบบบังคับบำบัด คือ ครอบครัวจึงอาจจะไม่ใช่ปัจจัยสำคัญใน “ทุกชุมชน” เพราะการเปลี่ยนแปลงของสังคมที่สถานบันครอบครัวลดบทบาทลง เช่น อยู่คนละจังหวัดกับครอบครัว หรืออาศัยอยู่กับกลุ่มเพื่อน ทำให้การใช้ชีวิตสัมพันธ์กับเพื่อนมากกว่า

หากกลุ่มเพื่อนที่คบเป็นกลุ่มที่มีความเชื่อที่ผิดเกี่ยวกับยาเสพติด มีโอกาสสูงที่จะถูกชักชวนให้กลับไปเสพซ้ำ ในขณะเดียวกัน ถ้ากลุ่มเพื่อนค่อยให้กำลังใจ หรือชักชวนกันไปทำกิจกรรมในเชิงบวก เช่น เล่นกีฬา อ่านหนังสือ ก็จะช่วยให้ผู้ผ่านการบำบัดออกห่างยาเสพติดได้อย่างถาวร

ดังนั้นกลุ่มเพื่อนจึงเป็นอีกปัจจัยที่เข้ามาช่วยให้ผู้ผ่านการฟื้นฟูสมรรถภาพหันหลังให้ยาเสพติด นอกจากนี้ บทวิจัยปัจจัยที่มีผลต่อการเสพซ้ำของผู้ติดยาเสพติดในเขตจังหวัดปทุมธานีได้เสนอแนะว่า ตัวผู้ป่วยยาเสพติดเองควรฝึกสมาธิเพื่อให้รู้จักยับยั้งความคิด และทันความรู้สึกของตัวเอง กล้าที่จะปฏิเสธเพื่อน และเชื่อมั่นในตัวเองให้มากขึ้น เพื่อลดโอกาสการหันกลับไปเสพซ้ำ

3. ชุมชน

ชุมชน คือ สังคมของผู้ป่วย จากการศึกษาปัจจัยที่สัมพันธ์กับการไม่เสพยาเสพติดซ้ำในผู้เข้ารับการบำบัดในระบบบังคับบำบัด พบว่า ผู้ป่วยเกรงต่อชุมชน ว่าจะไม่ยอมรับผู้เสพยาเสพติด และการได้รับโอกาสจากสังคม โอกาสการงาน ทำให้ไม่อยากกลับไปเสพติดอีก

ดังนั้นการได้กลับสู่สังคมอย่างราบรื่น มีภาพอนาคตจากโอกาสที่ได้รับจะทำให้ผู้ป่วยเลิกยาเสพติดได้อย่างถาวร แต่อย่างไรก็ตาม หากชุมชนเป็นชุมชนที่มีปัญหายาเสพติดอยู่ ก็มีผลที่ทำให้ผู้ป่วยหันกลับไปเสพได้เช่นกัน

 

วิธีป้องกันการใช้ยาเสพติดซ้ำ

กลไกของการกลับไปเสพซ้ำในขั้นแรกคือการเผชิญปัญหา หากไม่สามารถจัดการปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ อาจทำให้พลั้งไปใช้ยาเสพติด เพื่อป้องกัน ภูฟ้าขอแนะนำวิธีในเบื้องต้นที่จะช่วยให้ผู้ป่วยเผชิญปัญหาได้อย่างมีประสิทธิง่าย ๆ ใน 3 ข้อ ดังนี้

  • 1. หลีกเลี่ยงคน สถานที่ และสิ่งต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการใช้ยาเสพติดเพื่อลดการสัมผัสกับสิ่งกระตุ้นที่จะทำให้อยากกลับไปเสพอีก
  • 2. เปลี่ยนความคิดเมื่ออยากกลับไปใช้ยา เช่น แทนที่จะคิดถึงความรู้สึกดีระหว่างที่ใช้ ให้นึกถึงผลเสียของการใช้ และผลดีของการไม่ใช้ เพื่อชะลอความรู้สึกอยากใช้ยาเสพติดแทน
  • 3. การต่อต้านแรงกดดันทางสังคมที่ทำให้อยากใช้ยาเสพติด (เช่น เพื่อนที่เคยเสพด้วยกันชวนไปเสพอีก) ฝึกซ้อมวิธีเผชิญปัญหาและวิธีปฏิเสธคำชักชวน

บทความที่เกี่ยวข้อง:

คำแนะนำเบื้องต้นสำหรับผู้ที่มีผู้ติดยาเสพติดในครอบครัว

4 ขั้นตอนโน้มน้าวใจ ทำอย่างไรให้คนไปบำบัดยาเสพติด

- การดูแลและอยู่ร่วมกันกับคนที่คุณรักหลังจากเข้ารับการบำบัด