มิตตวินทชาดก
พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๙ [ฉบับมหาจุฬาฯ]
ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑
๔. มิตตวินทชาดก (จากพระไตรปิฎก ลำดับเรื่องที่ ๑๐๔)
ว่าด้วยนายมิตตวินทะตกนรกเพราะความโลภ
(พระโพธิสัตว์เห็นนายมิตตวินทะตกนรก จึงกล่าวพระคาถานี้ว่า)
[๑๐๔] ท่านเมื่อมีความปรารถนามากเกินไป ได้ครอบครองนารี ๔ นาง ไม่พอใจนางทั้ง ๔ ได้ครอบครองนารี ๘ นาง ไม่พอใจนางทั้ง ๘ ได้ครอบครองนารี ๑๖ นาง ไม่พอใจนางทั้ง ๑๖ ได้ครอบครองนารี ๓๒ นาง ไม่พอใจนางทั้ง ๓๒ จึงได้ประสบจักร จักรจึงพัดผันอยู่ที่ศีรษะของท่าน ผู้ถูกความปรารถนามากเกินไปขจัดแล้ว
มิตตวินทชาดกที่ ๔ จบ
--------------------------
คำอธิบายเพิ่มเติมนำมาจากบางส่วนของอรรถกถา
มิตตวินทชาดก
ว่าด้วย โทษผู้ลุอำนาจความปรารถนา
พระศาสดา เมื่อประทับอยู่ ณ พระเชตวันมหาวิหาร ทรงปรารภภิกษุผู้ว่ายากรูปหนึ่ง ตรัสพระธรรมเทศนานี้ ดังนี้.
เรื่องราวพึงให้พิสดารตามนัยที่กล่าวแล้วในมิตตวินทชาดกในหนหลัง
ส่วนชาดกนี้เป็นเรื่องราวที่เกิดในกาลแห่งพระพุทธเจ้าทรงพระนามว่า กัสสปะ
ก็ในกาลครั้งนั้น เนรยิกสัตว์ตนหนึ่งทูนจักรกรดไว้ไหม้อยู่ในนรก ถามพระโพธิสัตว์ว่า ท่านเจ้าข้า ข้าพเจ้าได้กระทำบาปกรรมอะไรไว้เล่าหนอ?
พระโพธิสัตว์กล่าวว่า เจ้าได้กระทำบาปกรรมนี้ๆ แล้วกล่าวคาถา ความว่า :-
"ผู้ที่มีความปรารถนาเกินส่วน มีอยู่ ๔ ก็ต้องการ ๘ มี ๘ ก็ต้องการ ๑๖ มี ๑๖ ก็ต้องการ ๓๒ บัดนี้มาได้รับกงจักรกรด กรงจักรกรดพัดอยู่เหนือศีรษะของคนผู้ลุอำนาจความปรารถนา" ดังนี้.
พระโพธิสัตว์เห็นจักรเหล็กคมปานมีดโกน พัดผันอยู่บนหัวของเขา ด้วยสามารถแห่งการพัดหมุนเวียนต่อเนื่องกันไป จึงกล่าวอย่างนี้.
ก็และครั้นกล่าวอย่างนี้แล้ว ก็กลับไปสู่เทวโลกของตน.
แม้เนรยิกสัตว์นั้น เมื่อบาปของตนสิ้นแล้ว ก็ไปตามยถากรรม.
พระศาสดาทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว ทรงประชุมชาดกว่า
มิตตวินทกะในครั้งนั้น ได้มาเป็น ภิกษุผู้ว่ายาก
ส่วนเทวบุตรได้มาเป็น เราตถาคต ฉะนี้แล.
-----------------------------------------------------